constructionday
constructionday

สรุปไฮไลท์งาน Event ในหัวข้อ “BLS Construction Day 2022” กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง

สรุปไฮไลท์งาน Event ในหัวข้อ “BLS Construction Day 2022” กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวง ได้มีโอกาสได้จัดงาน Roadshow ซึ่งก็มีหลาย ๆ หัวข้อที่น่าสนใจ สำหรับหัวข้อที่อยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังก่อนในวันนี้ คือ “BLS Construction Day 2022” โดยเราได้รับเกียรติจากหลาย ๆ หน่วยงาน รวมถึงผู้บริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มาให้ข้อมูลอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาพรวมธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้และแนวโน้มในปี 66 จะมีข้อมูลอะไรน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนบ้างเราคัดไฮไลท์สำคัญมาให้ติดตามอ่านกันค่ะ 
 

มุมมองอุตสาหกรรมก่อสร้าง 

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมก่อสร้างคิดเป็นประมาณ 8.1% ของ GDP ประเทศ โดยในช่วงปี 63-64 มูลค่าเงินก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงานเอกชน 40% ที่เหลือ 60% เป็นของภาครัฐ และมีการจ้างงานประมาณ 4 ล้านคน แบ่งสัดส่วนเป็นคนงานไทย 40-50% ที่เหลือเป็นคนงานต่างด้าว เช่น  พม่าและกัมพูชา สำหรับปัจจัยหลักของอุตสาหกรรมก่อสร้าง คือ คน, เงินลงทุน และวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ “คุณลิซ่า งามตระกูลพานิช” นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” เล่าข้อมูลนี้ให้ฟังภายในงาน
 
จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างประสบปัญหาหลากหลายเรื่อง เช่น การขาดแคลนแรงงานต่างด้าว, ราคาวัสดุก่อสร้างอย่างเหล็ก,ทองแดง หรืออุปกรณ์เครื่องจักรต่าง ๆ ที่มีส่วนประกอบของโลหะปรับตัวขึ้น, การขนส่งจากจีนเริ่มมีปัญหา, รัฐบาลจำกัดการเดินทางข้ามระหว่างจังหวัด, ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนจัดการโควิด-19 ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ทั้งหมดที่เล่ามานี้ ถือเป็นอุปสรรคหลักของภาคก่อสร้าง ซึ่งเริ่มรุนแรงมากขึ้น หลังพบการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ในแคมป์คนงานก่อสร้าง ทำให้ไซด์งานก่อสร้างต้องปิด ถือเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวคืนถิ่นไปเกือบล้านคน ทำให้เกิดปัญหางานก่อสร้างล่าช้า

 แต่หลังโควิด-19 เริ่มซาลง ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มมีความหวังว่า น่าจะกลับมาดีขึ้น แม้ราคาวัสดุก่อสร้างบางตัวจะยังคงสูงอยู่ แต่สุดท้ายก็มีปัญหาสงครามตามมา ทำให้ปัจจัยลบมีมากขึ้น สถานการณ์ที่คาดว่าจะดีขึ้นกลับไม่ดีขึ้น เพราะแรงงานคืนถิ่นมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนแรงงาน ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างทุกประเภทปรับตัวขึ้นหมด ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง อีกหนึ่งปัจจัยลบที่เข้ามากระทบอุตสาหกรรม คือ นโยบาย “Made in Thailand” (MiT) ของภาครัฐ

“จากวันนี้ไปถึงปี 66 ยังประเมินไม่ได้สะเด็ดน้ำว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมก่อสร้างจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะหลายอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สงคราม, วิกฤตการเงิน, วิกฤตในต่างประเทศ ทำให้ไม่แน่ใจในสถานการณ์ แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีกว่ารายเล็ก แต่ก็มีข่าวดีอย่างหนึ่ง คือ  งานภาครัฐยังคงมีงานออกมาเรื่อย ๆ เช่น โครงการระบบขนส่งขนาดใหญ่ ส่วนเรื่องค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ผลกระทบที่เกิดกับผู้ประกอบการจะมีความแตกต่างกันไป โดยรายกลางและเล็กจะกระทบมากหน่อย แต่ก็ยังถือเป็นระดับที่รับได้”      
 
MicrosoftTeams-image (9).png

 
ไฮไลท์สำคัญของ 3 หุ้นกลุ่มก่อสร้าง “CK - STEC - CIVIL”

หุ้น CK

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเคยตั้งเป้าหมายว่า จะมีรายได้จากก่อสร้างประมาณ 18,000 ล้านบาท ผ่านมา  2 ไตรมาสทำได้แล้วหมื่นกว่าล้านบาท ในส่วนของ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 65 อยู่ที่ 58,600 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเซ็นสัญญาไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่าเกือบ 23,000 ล้านบาท บริษัทคาดหวังว่า ภายในปีนี้อาจลงนามได้อีก 1-2 สัญญา หลังจากที่ผ่านมาได้เซ็นสัญญาใหม่ ๆ ไปแล้วหลายโปรเจค เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง เซ็นไปแล้ว 2 สัญญา โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เซ็นสัญญาไปปลายปีที่แล้ว สำหรับโครงการใหม่ ๆ ช่วงปีสองปีแรกจะรับรู้รายได้ประมาณ 5-10% เพราะเป็นช่วงของการเตรียมงาน อย่างไรก็ดีในส่วนของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางของ CK POWER คาดว่าจะลงนามได้ภายในสิ้นปีนี้ ถ้าได้โครงการนี้เข้ามาจะทำให้บริษัทมี Backlog ทะลุแสนล้านบาท ส่วนโปรเจคใหม่ของ TTW ก็มีศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำเสีย และยังมีการศึกษาโครงการประเทศเพื่อนบ้านด้วย  “คุณกีรติ เหลืองชูเกียรติ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ และทีมงาน CK ให้ข้อมูล
 

หุ้น STEC

ปัจจุบัน STEC มี Backlog ในมือประมาณ 117,000 ล้านบาท โดยงานที่เซ็นสัญญาเข้ามาใหม่ในปีนี้ คือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (STEC ร่วมเป็นพันธมิตรกับ CK) สำหรับงานที่ Active คือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง ตอนนี้งานเข้าสู่ช่วงท้ายของการทำงานแล้วคาดว่าจะเสร็จกลางปีหน้า ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของเซ็นสัญญาไปเมื่อเดือนธ.ค.ปีก่อน มูลค่างานที่เป็นในส่วนของเราตอนนี้อยู่ในช่วงของการเริ่มทำงาน คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีหน้าเป็นต้นไป สำหรับงานประมูลขนาดใหญ่ก็มีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ประมูลเป็นรูปแบบของ PPP Net Cost สายสีอื่น ๆ หรือโครงการอื่นๆ ของภาครัฐต้องรอดูในปีหน้า แต่สิ่งที่รัฐบาลพูดถึงเยอะที่สุด คือ รถไฟฟ้าทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย

ในช่วงไตรมาส 3 ปี 65 STEC เชื่อว่า น่าจะทำรายได้ต่อเดือนได้ประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 คือ ภาครัฐผ่อนปรนการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามา ทำให้บริษัทสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้แล้ว ส่วนต้นทุนวัสดุก่อสร้างก็เริ่มดีขึ้น บริษัทคาดว่า ทั้งปี 65 รายได้รวมน่าจะเติบโตประมาณ 10-15% หากสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและปัญหาโควิด-19 ได้ ซึ่ง STEC เชื่อว่า ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น 

จากนี้ STEC จะเน้นรับงานที่มีมาร์จิ้นดีเท่านั้น และกำลังมองหารายได้จากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) จากทางอื่น ๆ นอกเหนือจากงานก่อสร้าง โดยต้องเป็นธุรกิจที่พอมีความรู้ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ธุรกิจไหนที่เห็นว่า ดีแน่ ๆ ก็อาจเข้าไปถือหุ้นบ้าง ธุรกิจไหนเกี่ยวกับงานก่อสร้างก็คงเข้าไปมีส่วนร่วม           พร้อมฝากบอกนักลงทุนว่า ไม่ต้องห่วงว่า บริษัทจะทำธุรกิจที่ Aggressive และขออย่าได้กังวลเรื่องการลงทุน เพราะการเงินของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง “คุณภาคภูมิ ศรีชำนิ” กรรมการผู้จัดการ STEC ให้ข้อมูล
 

หุ้น CIVIL

รายได้ในปีนี้ ทางผู้บริหาร CIVIL คาดว่า คงทำได้ตามแผน ในส่วนของมาร์จิ้นอาจเหนื่อยหน่อย เพราะต้นทุนต่าง ๆ สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าแรงและวัสดุก่อสร้าง อย่างการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้น 5% ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่เหมาะสม ซึ่งบริษัทก็จะพยายามให้เรื่องนี้สะท้อนในไตรมาส 3 และ 4 นี้ให้จบ จากนั้นจะมาดูกันต่อว่า งานใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริษัทจะทำอย่างไรให้สามารถเติบโตได้ แต่เชื่อว่า ถ้าผ่านรอบนี้ไปได้ รอบหน้าน่าจะสดใสมากขึ้น สำหรับเป้าหมายของการประมูลงานใหม่ในปีหน้าก็คงมีตัวเลขเท่าเดิม ซึ่งทางการน่าจะมีโปรเจคให้เข้าประมูลอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารยืนยันว่า ในฐานะผู้ประกอบการก่อสร้างขนาดกลางมีความพร้อมสามารถเติบโตได้ ยิ่งค่าแรงอยู่ตัว ราคาวัสดุก่อสร้างคงตัว สะท้อนต้นทุนใหม่ ภาพน่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น อย่างเรื่องการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำธุรกิจน่าจะทำให้บริษัทเติบโตมากขึ้น “คุณปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CIVIL ให้ข้อมูล
 

ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สามารถติดตามอ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มจากทีม Research  เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Wealth CONNEX ได้ที่...

wconnex.jpg

อ่านคู่มือและเงื่อนไขการใช้งานคลิกที่นี่

✅ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอป Wealth CONNEX บริการเชื่อมต่อทุกความรู้และบริการลงทุน
เลือกเมนู CHAT กด Chat With Customer Service
 

📌 เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวง สะดวก ง่าย ไม่ต้องส่งเอกสาร คลิก  👇

 
เปิดบัญชี.jpg
หรือศึกษาวิธีการเปิดบัญชีบนหน้าเว็บไซต์เพิ่มเติม คลิก 

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง