รู้จัก Circuit Breaker คืออะไร มาตรการหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว
รู้จัก Circuit Breaker คืออะไร มาตรการหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว

รู้จัก Circuit Breaker คืออะไร มาตรการหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว

รู้จัก Circuit Breaker คืออะไร มาตรการหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว

ในทุก ๆ วิกฤตเศรษฐกิจ, มหันตภัยธรรมชาติ หรือ โรคระบาด ที่เกิดขึ้น มักจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง หรือบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น ๆ จนทำให้ธุรกิจที่อาจจะหยุดชะงัก สะท้อนไปถึงตลาดหุ้นมีความผันผวนลดลงในระดับรุนแรง จนเกิดเป็น "มาตรการ Circuit Breaker"

Circuit Breaker คืออะไร

ตลาดหุ้นหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) คือ การหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราวจากสภาวะที่ตลาดหุ้นภายในวันมีความผันผวนในระดับรุนแรง ราคาหลักทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการหยุดการซื้อขายเพื่อให้นักลงทุนตรวจสอบข้อมูลการลงทุนก่อนเปิดการซื้อขายใหม่อีกครั้ง

การมี Circuit Breaker ช่วยให้นักลงทุนได้หยุดใช้เวลาในการตรวจสอบข่าวสารข้อมูลที่มากระทบตลาดหลักทรัพย์นั้นให้ดีก่อน เพื่อบรรเทาปัญหา panic sell  

Picture1_1.webp

หลังจากการทำงานครั้งที่ 3 ของ Circuit Breaker แล้ว ตลาดหลักทรัพย์จะเปิดให้ทำการซื้อขายต่อไปจนถึงเวลาปิดทำการตามปกติโดยไม่มีการหยุดพักการซื้อขายอีก  

 หากระยะเวลาในรอบการซื้อขายที่ Circuit Breaker ทำงานนั้นเหลือไม่ถึง 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมงให้หยุดพักการซื้อขายเพียงระยะเวลาที่เหลือในรอบการซื้อขายนั้น โดยเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามปกติในรอบการซื้อขายถัดไป 

ทั้งนี้ อาจมีบางช่วงเวลาที่หลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงต่างประเทศ (Cross-border Products) อาจเปิดซื้อขายไม่ตรงกันกับหลักทรัพย์อื่นๆ เนื่องจากไม่มีช่วงเวลาพักการซื้อขายระหว่างวัน (Non intermission)

ที่มา set 


ตัวอย่างการคำนวณ

กำหนดให้ SET Index ปิดในวันทำการก่อนหน้า 1,500 จุด ตลาดหุ้นจะเกิด Circuit Breaker เมื่อ SET Index มีการปรับลดลง  ดังนี้

pause-trading-and-circuit-breaker_eid-ka05i0000022Wdt_feoid-00N6F00000Gfke3_refid-0EM5i000003oR0y.webp


ประเทศไทยประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker มาแล้วกี่ครั้ง ?

Picture1-(1).webp

ในประเทศไทยมีการประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker มาแล้ว 6 ครั้ง

ครั้งแรก วันที่ 19 ธ.ค. 2549 จากเหตุการณ์วันที่ 18 ธ.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการกันสำรอง 30% ป้องกันการเก็งกำไรจากค่าเงินบาท ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 ธ.ค. ลดลงกว่า 19.52% 

ครั้งที่ 2 วันที่ 10 ตุลาคม 2551 ความวิตกกังวลของการเกิดวิกฤตการณ์ Subprime Crisis ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยลดลง 10.02%

ครั้งที่ 3 วันที่ 27 ตุลาคม 2551 ผลต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ Subprime Crisis ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยลดลงกว่า 10%

ครั้งที่ 4 วันที่ 12 มีนาคม 2563 การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 และภาวะสงครามน้ำมันระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย เกิดการเทขายหุ้นครั้งใหญ่ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยลดลง 10.08%

ครั้งที่ 5 วันที่ 13 มีนาคม 2563 ต่อเนื่องจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดโรค Covid-19 ดัชนีลดลงจากวันที่ 12 มีนาคม กว่า 10%

ครั้งที่ 6 วันที่ 23 มีนาคม 2563 ดัชนีลดลงกว่า 90 จุด หรือมากกว่า 8% จากความรุนแรงของโรค Covid-19 ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ใช้เกณฑ์ Circuit Breaker ใหม่

ครั้งที่ 7 วันที่ 4 มีนาคม 2569 ดัชนีลดลงกว่า 117 จุด หรือมากกว่า 8% จากความรุนแรงของสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน 

ตัวอย่างเหตุการณ์ Circuit Breaker ในตลาดหุ้นไทย

เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่ส่งผลกระทบรวมต่อเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก รวมถึงค่าเงินบาทไทยอ่อนค่า นักลงทุนเกิดความกังวลจึงออกมาเทขายหุ้นกันยกใหญ่ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ลดลงอย่างรวดเร็ว ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker หยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ติดต่อกันถึง 2 วัน
Picture3_1.webp

ที่มา Aspen Bualuang Trade

วันที่ 11 มีนาคม 2563 ดัชนีปิดอยู่ที่ 1249.89 จุด
วันที่ 12 มีนาคม 2563
เนื่องจากเกิดการเทขายหุ้นอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีลดลงจากดัชนีวันก่อนหน้า 125.05 จุดหรือประมาณ -10% ตลาดจึงต้องประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker ในเวลา 14:38 ถึง 15:08 น.เป็นเวลา 30 นาที
เช้าวันที่ 13 มีนาคม 2563 สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น เปิดตลาดที่ 1,114.91 จุด ก่อนจะปรับลดลง 111.52 จุด หรือลดลงจากดัชนีวันก่อนหน้า -10% จึงต้องประกาศมาตรการ Circuit Breaker อีกวัน ตั้งแต่เวลา 09:59 ถึง 10:29 น. เป็นเวลา 30 นาที
ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์


จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์เสนอให้มีแนวทางปรับเกณฑ์ Circuit Breaker โดยปรับ Trigger point ใหม่ จากเดิม 2 ช่วง เพิ่มเป็น 3 ช่วงดังเช่นปัจจุบัน ได้แก่ ดัชนีลดลง -8% , -15% และ -20% ซึ่งการปรับ Trigger point ที่ลดลงจะทำให้โอกาสหยุดซื้อขายเร็วขึ้น เป็นการช่วยลดความตื่นตระหนกของนักลงทุน รวมถึงมีเวลาในการพิจารณาข้อมูลการลงทุนก่อนตัดสินใจวางแผนการลงทุนใหม่อีกครั้ง 

Wealth CONNEX เครื่องมือช่วยแจ้งเตือน Alert สิ่งสำคัญให้นักลงทุน

แจ้งเตือนทุกข้อมูลและข่าวสารในพอร์ตลงทุนแบบส่วนตัว ข้อมูลแม่นยำและปลอดภัย ผ่านเมนู Messages

ทำรป-KS.webpระบบจะทำการแจ้งเตือนเมื่อหุ้นที่ท่านถืออยู่มีสัญญาณการเตือนต่าง ๆ รวมทั้งเมื่อได้รับข้อมูลทางสิทธิประโยชน์ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามข่าวสาร เพราะ Wealth CONNEX รวบรวมมาให้ท่านแล้ว ครบจบในที่เดียว ทดลองเข้าใช้งาน คลิก


เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ อนุมัติไว ง่าย ๆ ผ่านแอป Wealth Connex

Footer_4.png Footer2_3.png

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง