ในทุก ๆ วิกฤตเศรษฐกิจ, มหันตภัยธรรมชาติ หรือ โรคระบาด ที่เกิดขึ้น มักจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง หรือบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น ๆ จนทำให้ธุรกิจที่อาจจะหยุดชะงัก สะท้อนไปถึงตลาดหุ้นมีความผันผวนลดลงในระดับรุนแรง จนเกิดเป็น "มาตรการ Circuit Breaker"
Circuit Breaker คืออะไร
ตลาดหุ้นหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) คือ การหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราวจากสภาวะที่ตลาดหุ้นภายในวันมีความผันผวนในระดับรุนแรง ราคาหลักทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการหยุดการซื้อขายเพื่อให้นักลงทุนตรวจสอบข้อมูลการลงทุนก่อนเปิดการซื้อขายใหม่อีกครั้ง
การมี Circuit Breaker ช่วยให้นักลงทุนได้หยุดใช้เวลาในการตรวจสอบข่าวสารข้อมูลที่มากระทบตลาดหลักทรัพย์นั้นให้ดีก่อน เพื่อบรรเทาปัญหา panic sell

- Circuit Breaker Stage 1 SET Index ลดลง 8% พัก 30 นาที
- Circuit Breaker Stage 2 SET Index ลดลง 15% พัก 30 นาที
- Circuit Breaker Stage 3 SET Index ลดลง 20% พัก 60 นาที
หลังจากการทำงานครั้งที่ 3 ของ Circuit Breaker แล้ว ตลาดหลักทรัพย์จะเปิดให้ทำการซื้อขายต่อไปจนถึงเวลาปิดทำการตามปกติโดยไม่มีการหยุดพักการซื้อขายอีก
หากระยะเวลาในรอบการซื้อขายที่ Circuit Breaker ทำงานนั้นเหลือไม่ถึง 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมงให้หยุดพักการซื้อขายเพียงระยะเวลาที่เหลือในรอบการซื้อขายนั้น โดยเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามปกติในรอบการซื้อขายถัดไป
ทั้งนี้ อาจมีบางช่วงเวลาที่หลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงต่างประเทศ (Cross-border Products) อาจเปิดซื้อขายไม่ตรงกันกับหลักทรัพย์อื่นๆ เนื่องจากไม่มีช่วงเวลาพักการซื้อขายระหว่างวัน (Non intermission)
ที่มา set
ตัวอย่างการคำนวณ
กำหนดให้ SET Index ปิดในวันทำการก่อนหน้า 1,500 จุด ตลาดหุ้นจะเกิด Circuit Breaker เมื่อ SET Index มีการปรับลดลง ดังนี้

ประเทศไทยประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker มาแล้วกี่ครั้ง ?
.webp)
ในประเทศไทยมีการประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker มาแล้ว 6 ครั้ง
ครั้งแรก วันที่ 19 ธ.ค. 2549 จากเหตุการณ์วันที่ 18 ธ.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการกันสำรอง 30% ป้องกันการเก็งกำไรจากค่าเงินบาท ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 ธ.ค. ลดลงกว่า 19.52%
ครั้งที่ 2 วันที่ 10 ตุลาคม 2551 ความวิตกกังวลของการเกิดวิกฤตการณ์ Subprime Crisis ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยลดลง 10.02%
ครั้งที่ 3 วันที่ 27 ตุลาคม 2551 ผลต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ Subprime Crisis ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยลดลงกว่า 10%
ครั้งที่ 4 วันที่ 12 มีนาคม 2563 การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 และภาวะสงครามน้ำมันระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย เกิดการเทขายหุ้นครั้งใหญ่ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยลดลง 10.08%
ครั้งที่ 5 วันที่ 13 มีนาคม 2563 ต่อเนื่องจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดโรค Covid-19 ดัชนีลดลงจากวันที่ 12 มีนาคม กว่า 10%
ครั้งที่ 6 วันที่ 23 มีนาคม 2563 ดัชนีลดลงกว่า 90 จุด หรือมากกว่า 8% จากความรุนแรงของโรค Covid-19 ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ใช้เกณฑ์ Circuit Breaker ใหม่
ครั้งที่ 7 วันที่ 4 มีนาคม 2569 ดัชนีลดลงกว่า 117 จุด หรือมากกว่า 8% จากความรุนแรงของสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน
ถ้าเกิด Circuit Breaker คำสั่งซื้อขายที่ตั้งไว้จะถูกยกเลิกไหม?
- คำสั่งซื้อขายที่ค้างอยู่ในระบบ (Pending Orders): จะ "ไม่ถูกยกเลิก" โดยอัตโนมัติ คำสั่งเหล่านั้นยังคงอยู่ในระบบเพื่อรอการเปิดซื้อขายใหม่ในรอบถัดไป
- สิ่งที่นักลงทุนทำได้: ในช่วงที่ตลาดหยุด Circuit Breaker หรือ พัก (Halt) นักลงทุนสามารถส่งคำสั่ง "ยกเลิก" (Cancel) หรือ "แก้ไข" (Edit) คำสั่งเดิมที่ตั้งไว้ได้ แต่จะไม่สามารถส่งคำสั่งใหม่เพื่อให้เกิดการจับคู่ (Matching) ได้จนกว่าตลาดจะกลับมาเปิดซื้อขายอีกครั้ง
- การเปิดซื้อขายใหม่: เมื่อครบกำหนดเวลาพัก ระบบจะใช้วิธีเปิดการซื้อขายแบบ Call Auction (เหมือนช่วงเช้าตอนเปิดตลาด ATO/ATC) เพื่อคำนวณราคาเปิดใหม่
Source: SET
ตัวอย่างเหตุการณ์ Circuit Breaker ในตลาดหุ้นไทย
เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่ส่งผลกระทบรวมต่อเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก รวมถึงค่าเงินบาทไทยอ่อนค่า นักลงทุนเกิดความกังวลจึงออกมาเทขายหุ้นกันยกใหญ่ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ลดลงอย่างรวดเร็ว ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker หยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ติดต่อกันถึง 2 วัน
ที่มา Aspen Bualuang Trade
วันที่ 11 มีนาคม 2563 ดัชนีปิดอยู่ที่ 1249.89 จุด
วันที่ 12 มีนาคม 2563เนื่องจากเกิดการเทขายหุ้นอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีลดลงจากดัชนีวันก่อนหน้า 125.05 จุดหรือประมาณ -10% ตลาดจึงต้องประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker ในเวลา 14:38 ถึง 15:08 น.เป็นเวลา 30 นาที
เช้าวันที่ 13 มีนาคม 2563 สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น เปิดตลาดที่ 1,114.91 จุด ก่อนจะปรับลดลง 111.52 จุด หรือลดลงจากดัชนีวันก่อนหน้า -10% จึงต้องประกาศมาตรการ Circuit Breaker อีกวัน ตั้งแต่เวลา 09:59 ถึง 10:29 น. เป็นเวลา 30 นาที
ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์เสนอให้มีแนวทางปรับเกณฑ์ Circuit Breaker โดยปรับ Trigger point ใหม่ จากเดิม 2 ช่วง เพิ่มเป็น 3 ช่วงดังเช่นปัจจุบัน ได้แก่ ดัชนีลดลง -8% , -15% และ -20% ซึ่งการปรับ Trigger point ที่ลดลงจะทำให้โอกาสหยุดซื้อขายเร็วขึ้น เป็นการช่วยลดความตื่นตระหนกของนักลงทุน รวมถึงมีเวลาในการพิจารณาข้อมูลการลงทุนก่อนตัดสินใจวางแผนการลงทุนใหม่อีกครั้ง
รู้จัก 3 เครื่องหมาย หยุดการซื้อขายหุ้นรายตัว
1. H (Trading Halt)
หยุดซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว ไม่เกิน 1 รอบการซื้อขาย เพื่อรอการชี้แจงข้อมูลสำคัญจากบริษัท
2. SP (Trading Suspension)
หยุดซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว เกินกว่า 1 รอบการซื้อขาย เช่น บริษัทไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ ฝ่าฝืนเกณฑ์ หรืออยู่ระหว่างพิจารณาเพิกถอน
3. P (Pause)
หยุดซื้อขายหลักทรัพย์ 1 วันทำการ สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายผิดปกติและถูกใช้มาตรการกำกับการซื้อขาย
ตลาด TFEX มี Circuit Breaker ไหม?
TFEX มี Circuit Breaker ใช้ ราคา Futures ของสัญญาอ้างอิงเป็นตัว Trigger เกณฑ์หยุดซื้อขายกำหนดตามสินค้าแต่ละประเภท ใน Contract Specification
ตลาดหุ้นขาลงป้องกันขาดทุน ยังไงได้บ้าง
- ป้องกันการขาดทุนด้วยการตั้ง Stop Loss
- ป้องกันความเสี่ยงตลาดขาลงด้วย Inverse ETFs
- ป้องกันความเสี่ยงตลาดขาลง SET50 Long Put Options
วิธีการตั้ง Stop Loss ผ่านแอป Aspen

- ใส่จำนวนหุ้น และราคา
- กำหนด % Stop loss
- กำหนดวันสุดท้ายที่จะให้มีผลของคำสั่ง
ป้องกันความเสี่ยงตลาดขาลง Inverse ETFs
- Leveraged ETFs คือ กองทุนที่ออกแบบมาเพื่อทวีคูณผลตอบแทนจากดัชนีหุ้น เช่น Leveraged ETFs ที่มีอัตราทด 2X จะสร้างผลตอบแทนเป็นสองเท่าของผลตอบแทนรายวันของดัชนีอ้างอิง
- Inverse ETFs คือ กองทุนที่ให้ผลตอบแทนตรงกันข้ามกับดัชนี หากดัชนีลดลง Inverse ETFs จะให้ผลตอบแทนเป็นบวก เหมาะสำหรับการป้องกันความเสี่ยงในตลาดขาลง
ป้องกันความเสี่ยงตลาดขาลง SET50 Long Put Options
Long Put Options คือการ “ซื้อสิทธิในการขาย” สินทรัพย์อ้างอิง ณ ราคา (Strike Price) และเวลาที่กำหนด
- ถ้าดัชนี SET50 ร่วงลง “ต่ำกว่า” ราคาที่กำหนด (Strike Price) → จะได้กำไรจาก Long Put Options เสมือนการใช้สิทธิเคลมประกันเพื่อรับเงินชดเชย
- แต่ถ้าดัชนี SET50 “ไม่ร่วง” หรือ “ปรับขึ้น” → จะขาดทุนเพียงแค่ค่าเบี้ยประกัน หรือ Premium ที่จ่ายไปเท่านั้น
คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
Wealth CONNEX เครื่องมือช่วยแจ้งเตือน Alert สิ่งสำคัญให้นักลงทุน
แจ้งเตือนทุกข้อมูลและข่าวสารในพอร์ตลงทุนแบบส่วนตัว ข้อมูลแม่นยำและปลอดภัย ผ่านเมนู Messages
- Wealth Ideas ติดตามไอเดียการลงทุนทุกสินทรัพย์ประจำวัน จากนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหุ้นไทย หุ้นโลก DR กองทุนรวม DW อนุพันธ์และอื่น ๆ
- ประกาศ รับข้อมูลทุกประกาศสำคัญที่ควรทราบ สะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น
- ข้อความส่วนตัว แจ้งเตือนทุกข้อมูลพอร์ตลงทุนแบบส่วนตัว


ระบบจะทำการแจ้งเตือนเมื่อหุ้นที่ท่านถืออยู่มีสัญญาณการเตือนต่าง ๆ รวมทั้งเมื่อได้รับข้อมูลทางสิทธิประโยชน์ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามข่าวสาร เพราะ Wealth CONNEX รวบรวมมาให้ท่านแล้ว ครบจบในที่เดียว ทดลองเข้าใช้งาน คลิก
