นักลงทุนหลายคนมักมีคำถามว่า ควรเริ่มต้นลงทุนอย่างไรให้พอร์ตเติบโตในระยะยาว และยังสามารถต่อยอดโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่สนใจได้ หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความนิยมคือ Core & Satellite Portfolio หรือการมี "พอร์ตหลัก" เพื่อสร้างความมั่นคง และ "พอร์ตเติบโต" เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตตามมุมมองการลงทุนของแต่ละคน
ด้วยแนวคิดนี้ B-WEALTH Series จากกองทุนบัวหลวง (BBLAM) จึงได้รับการออกแบบให้เป็น Core Portfolio หรือ "พอร์ตหลัก" สำหรับการลงทุนระยะยาว โดยมีการกระจายการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
.webp)
B-WEALTH Series คืออะไร?
B-WEALTH Series คือกองทุนพอร์ตหลักในการบริหารความมั่งคั่ง ที่เข้าถึงกองทุนคุณภาพทั่วโลก ดูแลด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับพอร์ตตามภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีตัวเลือก 5 กองทุน ตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมของผู้ลงทุน
ลงทุนในกองทุนต่างประเทศมากกว่า 60 กองทุน
.webp)
ที่มา BBLAM (31/03/69)
B-WEALTH Series 5 ระดับความเสี่ยง
แม้กองทุนทั้ง 5 กองจะใช้แนวคิดการลงทุนเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ สัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อให้นักลงทุนเลือกได้ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
- B-WEALTHC (Wealth Conservative)
เหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้ต่ำ เน้นให้น้ำหนักในตราสารหนี้เป็นหลัก โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 20% NAV
- B-WEALTHM (Wealth Moderate)
เหมาะกับผู้เริ่มต้นลงทุน หรือผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตระยะยาว โดยยังคงมีตราสารหนี้เป็นหลัก โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 40% NAV
- B-WEALTHB (Wealth Balanced)
เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างโอกาสเติบโต และการบริหารความเสี่ยง ซึ่งจัดสัดส่วนการลงทุนระหว่างหุ้น และตราสารหนี้ใกล้เคียงกัน โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 60% NAV
- B-WEALTHD (Wealth Dynamic)
เน้นการเติบโตมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นต่างประเทศ ทำให้พอร์ตมีโอกาสรับผลประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 80% NAV
- B-WEALTHG (Wealth Growth)
เป็นพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาว โดยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 100% NAV
.webp)
ที่มา BBLAM
ผลตอบแทนย้อนหลังจาก Back Test
.webp)
ที่มา: ข้อมูล Back Test, Source period: (Jan 2003 - Feb 2026)
จุดเด่นของ B-WEALTH Series
1. เป็นพอร์ตหลักสำหรับการลงทุนระยะยาว
B-WEALTH Series ถูกออกแบบให้เป็น Core Portfolio สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว ไม่จำเป็นต้องคอยสลับกองทุนหรือปรับพอร์ตเองบ่อย ๆ เพราะมีทีมผู้จัดการกองทุนคอยดูแลการจัดสรรสินทรัพย์ให้
2. กระจายการลงทุนทั่วโลก
กองทุนสามารถลงทุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านสินทรัพย์หลายประเภท ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวอยู่ในตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
3. มีผู้จัดการกองทุนคอยปรับพอร์ต
นักลงทุนไม่จำเป็นต้องติดตามตลาดทุกวัน เพราะทีมผู้จัดการกองทุนจะประเมินภาวะเศรษฐกิจและปรับ Asset Allocation ให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อให้พอร์ตสามารถรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้
4. เริ่มลงทุนได้ง่าย
สามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 3,000 บาท ทั้งการลงทุนครั้งแรก และการลงทุนครั้งถัดไป รวมถึงสามารถลงทุนแบบทยอยสะสม (DCA) ได้เช่นกัน ผ่านแอป Streaming Fund+
.webp)
ตัวอย่างการจัดพอร์ตด้วย B-WEALTH Series
เมื่อมี Core Portfolio ที่แข็งแรงแล้ว นักลงทุนสามารถต่อยอดด้วย Satellite Portfolio ผ่านการลงทุนในหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ DR01 หรือกองทุนเฉพาะธีม เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของพอร์ตได้อย่างมีระบบ
1. พอร์ตเน้นกระแสเงินสด และหุ้นปันผล
- B-WEALTHB 50% และเพิ่มหุ้นกลุ่มธนาคารไทย อีก 50% เช่น BBL SCB KBANK จาก BLS Research แนะนำ
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผสานความมั่นคงของพอร์ตหลักกับโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นปันผลคุณภาพ
2. พอร์ตเน้นการเติบโตจากเทคโนโลยีโลก
- B-WEALTHD 50% และเพิ่ม DR01 อ้างอิงหุ้นนอกเทคโนโลยีชั้นนำของโลก อีก 50% เช่น MSFT01 GOOG01 MU01 จาก BLS Global Investing แนะนำ
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อรับโอกาสการเติบโตในระยะยาว
3. พอร์ตเน้นการเติบโตสูง
- B-WEALTHG 50% และเพิ่มกองทุนหุ้นเทคโนโลยี หรือกองทุนธีมการเติบโต 50% จาก BLS Top Fund
- เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้มากขึ้น และมองหาโอกาสเติบโตจากเมกะเทรนด์ในอนาคต

