Global

พบกันอีกเช่นเคยทุกต้นเดือน! กับ 5 หุ้นสุดฮิต ในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนามประจำเดือน ส.ค. 66 วันนี้พวกเรา ทีม BLS Global Investing จะพาไปดูกันว่า ในตลาดหุ้นต่างประเทศมาแรง อย่าง สหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม จะมีหุ้นตัวไหนน่าสนใจ ฮิตติดอันดับ เป็นขวัญใจของนักลงทุนบ้างในช่วงเดือนส.ค. 66 ที่ผ่านมา ไปติดตามกันค่ะ 😊
5 หุ้นสุดฮิต ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
1. NVIDIA Corp. (NVDA.US)
NVIDIA เผยงบเดือน พ.ค.- ก.ค. 66 แกร่งตามที่เราประเมินไว้ โดยรายได้โตเด่น 102% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 13.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรโต 422% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บริษัทคาดรายได้ในเดือน ส.ค.- ต.ค. 66 จะโต 160% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 12.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแนวโน้มการพัฒนา AI ที่หนุนความต้องการใช้ชิป ซึ่ง OpenAI ได้ชิปของ NVDA ในการพัฒนา ChatGPT รวมถึงบริษัทเทคฯ ชั้นนำ เช่น Google, ByteDance, Amazon.com ก็ใช้เช่นกัน
2. Alphabet Inc. (GOOGL.US)
Alphabet จัดงาน Google Cloud Next 2023 ในวันที่ 29 - 31 ส.ค. 66 ที่ผ่านมา โดยบริษัทได้เปิดให้ใช้งาน “Duet AI” ผู้ช่วยในการทำงานบน Google Workspace โดย Duet AI จะช่วยให้การทำงานของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น สามารถสร้าง presentation หรือ เขียนรายงาน เป็นต้น คาดเป็นปัจจัยหนุนรายได้ธุรกิจคลาวด์ในไตรมาสที่ 3 ปี 66 นอกจากนี้ Alphabet ยังได้สร้างแชทบอท “Gemini AI” ที่ต่อยอดมาจากสมัย “AlphaGo” ร่วมกับบริษัท DeepMind เพื่อท้าชิงเบอร์ 1 จาก ChatGPT โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วง ไตรมาสที่ 4 ปี 66 และมองเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น GOOGL
3. Tesla Inc. (TSLA.US)
Tesla กำลังเป็นที่น่าจับตามองหลังมีภาพการทดสอบการขับขี่ของรถ Model 3 โฉมใหม่ในจีน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกในเดือน ก.ย. 66 อีกทั้งตลาดคาดว่าธุรกิจสถานีชาร์จไฟความเร็วสูงของบริษัทอาจสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจาก 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 73 เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 3% เป็น 6% หนุนจากการใช้รถ EV ทั่วโลก และบริษัทได้เปิดการเข้าถึงแก่รถยี่ห้ออื่น เช่น Rivian, Ford และ GM เป็นต้น
4. Microsoft Corp. (MSFT.US)
Microsoft ผู้นำ AI โลก เผยงบเดือน เม.ย.- มิ.ย.66 ดีกว่าตลาดคาด ขณะที่บริษัทได้เริ่มเก็บเงินเพิ่มเติม 30 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นราว 53% จากราคาปกติที่มีตั้งแต่ 10-38 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อผู้ใช้งานต่อเดือน สำหรับผู้ใช้งานฟีเจอร์ Copilot หรือ AI ในซอฟต์แวร์สำนักงาน Office 365 เช่น Excel, Word, Teams และ Outlook ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวก ต่อรายได้ในช่วงที่เหลือของปี ส่วนทางด้านดีลซื้อกิจการเกม Activision Blizzard (ATVI) หลังถูกตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการค้าสหรัฐฯ (FTC) ตั้งแต่สิ้นปี 65 ก็เริ่มมีแนวโน้มจะปิดดีลได้ภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากศาลสหรัฐฯ มองว่าไม่ได้เป็นการผูกขาดทางการค้า
5. Netflix Inc. (NFLX.US)
Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งสำหรับรับชมซีรีย์และภาพยนต์แบบสมัครสมาชิก หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ที่ Netflix ห้ามแชร์รหัส โดยเริ่มไปเมื่อ เดือนมี.ค. 66 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ไตรมาสที่ 2 ปี 66 รายได้ของ Netflix ได้รับแรงหนุนจากการสมัครสมาชิกโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Netflix ก็ได้ให้แนวโน้มทางการเงิน โดยคาดว่าการเติบโตของรายได้จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 66 ส่วนไตรมาสที่ 3 ปี 66 คาดการณ์รายรับที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบเป็นรายปี
5 หุ้นสุดฮิต ในตลาดหุ้นฮ่องกง
1. POP Mart International Group (9992.HK)
POP Mart ร้านของเล่น Art Toy แบบกล่องสุ่มจากจีน ซึ่งเป็นจุดขายที่สร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้าเพื่อจ่ายเงินและลุ้นว่ามีมีอะไรอยู่ในกล่อง โดยได้แรงบัลดาลใจมาจากตู้กาชาปองในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาบริษัทได้ร่วมมือกับศิลปินและบริษัทระดับโลก เพื่อรังสรรค์ผลงาน Art Toy ที่มีลิขสิทธิ์หลากหลายรุ่น เช่น Dimoo, SKULLPANDA, Sanrio และ Harry Potter เป็นต้น โดยราคากล่องสุ่มจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อกล่อง ซึ่งแต่ละคอลเลกชัน จะมีทั้ง Art Toy แบบธรรมดาและหายาก หากพูดถึงผลการดำเนินงานของบริษัท มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 64 รายได้อยู่ที่ 4,490 ล้านหยวน และกำไร 854 ล้านหยวน และปี 65 มีรายได้อยู่ที่ 4,617 ล้านหยวน กำไร 475 ล้านหยวน
2. Haidilao (6862.HK)
Haidilao ร้านหม้อไฟหม่าล่ายอดฮิตจากจีน นอกจากเรื่องรสชาติความอร่อยที่ได้รับความนิยม จุดเด่นที่สำคัญอีกข้อที่ทำให้ลูกค้าประทับใจคือการให้บริการแบบ “Services beyond imagination” หรือการสร้างความประทับใจที่เหนือความคาดหวัง ปัจจุบันร้าน Haidilao มีสาขาให้บริการมากกว่า 1,300 แห่งในจีน และสาขาที่ต่างประเทศอีก 114 แห่ง (ไทย 9 สาขา) Haidilao มีแนวโน้มโตมากขึ้น จากการออกมารับประทานอาหารนอกบ้านของชาวจีนที่ยังคงแข็งแกร่ง พร้อมอานิสงส์จากการกระตุ้นการบริโภคที่อาจเห็นมากขึ้นจากรัฐบาลจีน ซึ่ง Haidilao ถือเป็น 1 ในร้านอาหารอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคเลือกใช้บริการ นอกจากนี้ Haidilao มีแผนการเน้นเปิดสาขาต่างประเทศมากขึ้น ในแถบเอเชีย เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีการบริโภคอาหารลักษณะคล้ายกัน โดยเรามองว่าจะช่วยหนุนรายได้ในต่างประเทศที่มีสัดส่วนราว 12% ของรายได้รวม อาจโต 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน
3. Xiaomi (1810.HK)
Xiaomi เผยรายได้ ไตรมาสที่ 2 ปี 66 หดตัว โดยมีรายได้อยู่ที่ 67.4 พันล้านหยวน เหตุจากยอดขายสมาร์ทโฟนหดตัวสู่ 33 ล้านเครื่อง แต่ยังคงติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก (รองจาก Samsung และ Apple) ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 12.9% เราเชื่อว่ายอดขายสมาร์ทโฟนของ Xiaomi จะกลับมาฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งคาดว่าจะได้แรงหนุนจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟน “Xiaomi Mix Fold 3” เมื่อกลางเดือน ส.ค. 66 ราคาอยู่ที่ 10,700 หยวน ซึ่งจุดเด่นของรุ่น Mix Fold 3 คือ หน้าจอที่พับได้ และมาพร้อมกล้อง Leica ถึง 4 ตัว โดยมองเป็นปัจจัยหนุนราคาขายเฉลี่ย (ASP - Average Selling Price) ของบริษัทให้โต 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ 1,143 หยวน และคาดจะหนุนกำไรให้กลับมาโต 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ 10.4 พันล้านหยวน ในปี 66 นี้
4. Trip.com (9961.HK)
Trip.com คือแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแบบครบวงจรชั้นนำระดับโลกที่รวบรวมชุดผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเดินทางที่ครอบคลุมเนื้อหาการเดินทางที่แตกต่าง เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางในประเทศจีน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักเดินทางทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ต่างๆ มากมาย รวมถึง Ctrip, Qunar, Trip.com และ Skyscanner โดยล่าสุดเมื่อเดือน ส.ค. 66 ที่ผ่านมา Trip.com Group และ Penang Global Tourism (PGT) ได้ลงนามใน MOU เพื่อขยายความร่วมมือที่มีอยู่ร่วมกันไปสู่ระดับโลก โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวขาเข้าสู่ปีนังในอีกสามปีข้างหน้า การขยายตัวนี้จะทำให้ปีนังได้รับการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจากตลาดโลก รวมถึงจีนแผ่นดินใหญ่ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และออสเตรเลียอีกด้วยเช่นกัน
5. Alibaba (9988.HK)
Alibaba เผยงบไตรมาส ตั้งแต่เดือนเม.ย.- มิ.ย. 66 ไตรมาสที่ 1 ปี 66 ดีกว่าคาด รายได้โตแตะ 234 พันล้านหยวน และกำไรโตแตะ 33 พันล้านหยวน หนุนจากรายได้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีนที่กลับมาโต จากการบริโภคที่ฟื้นตัว ส่วนอีคอมเมิร์ซในต่างประเทศโต 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ Alibaba (BABA.US) ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวกราว 4% ก่อนตลาดเปิด หลังเผยงบ ไตรมาสที่ 1 ปี 66 โดยเรายังคงมีมุมมองบวกต่อหุ้นในช่วงที่เหลือของปีจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
5 หุ้นสุดฮิตในตลาดเวียดนาม
1. Vincom Retail (VRE.VN)
VRE เผยรายได้ไตรมาส 2 ปี 66 โตถึง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ 2.2 ล้านล้านดอง และ มีกำไรโตถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ 1.0 ล้านล้านดอง จากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าที่โต 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยกำไรของ VRE มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จากแผนการลดต้นทุนในห้าง โดยบริษัทได้ทำการติดแผงโซลาร์เซลล์แก่ห้างสรรพสินค้าของตนแล้วเสร็จกว่า 50 แห่ง คิดเป็น 61% ของห้างสรรพสินค้าทั้งหมดของ VRE อีกทั้งบริษัทจะเปิดตัวห้างใหม่อีก 2 แห่ง ในช่วงครึ่งหลังของปี 66 และ 67 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนกำไรของบริษัทให้โตต่อเนื่องในอีก 5 ปี ข้างหน้า
2. Airports Corporation of Vietnam (ACV.VN)
ผู้บริหารของสนามบินนานาชาติ Tan Son Nhat ของ ACV เผยว่าในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย. 66 ผู้โดยสารในสนามบินจะหนาแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันหยุดชาติเวียดนาม ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกแก่รายได้ของ ACV ในช่วงที่เหลือของปี จากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางมากขึ้นในช่วงเทศกาลประจำปี
3. FPT Digital Retail (FRT.VN)
FPT Digital Retail เผยรายได้ครึ่งหลังปี 66 โต 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ 14.9 ล้านล้านดอง ดีกว่าที่โบรกเวียดนามคาด โดยหนุนจากยอดขายจากร้านขายยา LC ที่โต 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการที่บริษัทได้เปิดสาขา 234 แห่ง จึงทำให้ร้านขายยา LC เป็นร้านขายยาที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ส่งผลให้โบรกเวียดนามปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของร้านขายยา LC ในปี 66 ขึ้น 55% สู่ 181 พันล้านดอง
4. Digiworld (DGW.VN)
Digiworld ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 66 มีรายได้สุทธิ 4,596 พันล้านดอง และกำไรหลังหักภาษี 83 พันล้านดอง ซึ่งภายในสิ้น 6 เดือนแรกของปี 66 นี้ Digiworld มีรายได้ 8,556 พันล้านดองเวียดนาม และกำไร 162 พันล้านดอง คิดเป็น 43% ของแผนรายได้ และ 41% ของแผนกำไรปี 66 โดย Digiworld บันทึกผลประกอบการไตรมาส 2 ด้วยรายได้หลักมาจาก โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ภายในบ้าน และ สินค้าอุปโภคบริโภค
5. PetroVietnam Power (POW.VN)
การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของคลัง LNG Thi Vai ในปี 67 จะช่วยลดการขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้นและความเสี่ยงการขาดแคลนก๊าซที่ลดลงในปี 67 และ 68 โดยจะเป็นการช่วยสนับสนุนให้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติของ POW มีวัตถุดิบตั้งต้นก๊าซเพียงพอ เพื่อผลิตไฟฟ้าที่อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นเทียบกับปี 66 สนับสนุนให้กำไรของ POW มีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยโบรคเวียดนามคาดว่ากำไรสุทธิของ POW อาจเพิ่มขึ้นสูงถึง 114% ในปี 67 เมื่อเทียบกับปี 66
🚨 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ลงทุนได้ทั้งหุ้นและ ETF ที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ตลาดสหรัฐฯ ตลาดฮ่องกง และตลาดเวียดนาม ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting-wc
🚨 เริ่มต้นและเข้าใช้งานแพลตฟอร์มใหม่ Global Trade Master อ่านรายละเอียด ได้ที่ www.bualuang.co.th/globaltrademaster
แหล่งที่มา: BLS Global Investing, Bloomberg, hkexnews, Netflix, Digiworld, Trip.com
เรียบเรียงโดย:
ณัฐชยา ใจดี Supervisor: Global Investing Solutions, บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง
ภัทริกา สุทนุจินดา Supervisor: Global Investing Solutions, บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง
ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย. 66
Tips
DR01
Global
Mutual Fund
Global
Tools