phradabos
phradabos

โรงเรียนพระดาบส “โอกาสครั้งที่สองของชีวิต”

โรงเรียนพระดาบส “โอกาสครั้งที่สองของชีวิต”

“ขณะนี้ ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหา ไม่มีความรู้พื้นฐาน และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ให้มีความรู้ วิชาชีพที่เขาปรารถนา ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่ พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ เลขาธิการคนแรกของมูลนิธิพระดาบส เมื่อ พศ. 2518  (อ้างอิงหนังสือเรื่อง โรงเรียนพระดาบส โอกาสครั้งที่สองของชีวิต)

ผ่านมาแล้วกว่า 40 ปี ที่โรงเรียนพระดาบส ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิพระดาบส ได้สนองพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในรูปแบบของการศึกษานอกระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาสอย่างสูงสุด ผ่านการฝึกอบรมทักษะฝีมือ เพื่อประกอบอาชีพได้จริง ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะชีวิตให้เป็นคนดีมีวินัยในอาชีพการงานและการดำรงชีวิต โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

โรงเรียนพระดาบส เปิดสอนรุ่น 1 เมื่อปี 2519 ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 หลักสูตร โดยศิษย์พระดาบส (ชาย) จะมีโอกาสเลือกเรียนในสาขาที่ตนมีความรู้ความถนัดใน 7 หลักสูตร ได้แก่ 1. วิชาชีพช่างยนต์ 2. วิชาชีพช่างไฟฟ้า 3. วิชาชีพช่างอิเล็กทรอนิกส์ 4. วิชาชีพช่างซ่อมบำรุง 5. วิชาชีพการเกษตรพอเพียง 6. วิชาชีพช่างไม้เครื่องเรือน และ 7. วิชาชีพช่างเชื่อม

ส่วนศิษย์พระดาบส (หญิง) ทั้งหมดจะเข้าเรียนในหลักสูตรเคหะบริบาล เรียนรู้การดูแลสุขภาพพื้นฐาน เพื่อดูแลผู้สูงอายุและเด็ก หรือ   งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบส มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 2,000 คน ศิษย์รุ่นปัจจุบัน รุ่นที่ 41 ปีการศึกษา 2560 โดยแต่ละปีจะคัดเลือกศิษย์เข้าเรียน 150 คน แบ่งเป็น ศิษย์พระดาบส (ชาย) 120 คน และศิษย์พระดาบส (หญิง) 30 คน

Picture2.jpg

ดร.สมยศ เจตน์เจริญรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส  เล่าให้ทีมงานหลักทรัพย์บัวหลวงฟังว่า โรงเรียนแห่งนี้ได้สร้าง “โอกาสครั้งที่สองของชีวิต” เพราะเนื้อหาการเรียนการสอนในแต่ละหลักสูตรจะมีความเข้มข้นอย่างมาก สอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญของโรงเรียนที่ต้องการเห็นศิษย์ทุกคนที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปฏิบัติงานหาเลี้ยงชีพได้จริง

ตลอดระยะเวลาการเรียนการสอน 1 ปีเต็ม ศิษย์พระดาบส จะได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานช่าง ก่อนเข้าสู่โหมดฝึกพื้นฐานชีวิต ผ่านการฝึกทักษะเฉพาะทาง และฝึกงานในสถานประกอบการ ซึ่งการเรียนที่แตกต่างจากสถานศึกษาแห่งอื่น ทำให้ในช่วงเดือนม.ค. – มี.ค.ของทุกปี จะมีหนุ่มสาววัย 17-35 ปี จากทั่วราชอาณาจักร ที่ขาดโอกาสเล่าเรียน แต่ใฝ่รู้ ใฝ่ดี มุ่งมั่นแสวงหาหนทางแห่งอาชีพ พากันเข้ามาสมัครเป็นศิษย์พระดาบสเกินโควตาหลายร้อยคนต่อปี

นั่นเป็นเพราะว่า เขาเหล่านั้นรู้ดีว่า “ช่องทางแห่งโอกาสเปิดกว้าง แก่ผู้ไม่ยอมแพ้แล้ว” เพราะผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีวุฒิความรู้ขั้นต่ำแต่อย่างใด ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนและค่าที่พัก รวมถึงยังได้รับอาหารทุกมื้อด้วย

 “แหล่งความรู้แห่งนี้ ผลิตศิษย์คุณภาพมากมายออกสู่สังคม หลายคนเป็นพนักงานประจำตามองค์กรต่างๆ บางคนเปิดกิจการขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ขณะที่ศิษย์บางคนกลับมาเป็นครูสอนศิษย์รุ่นน้อง เรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของมูลนิธิพระดาบส”  

ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส เล่าให้ผู้มาเยือนฟังต่อว่า ตอนนี้โรงเรียนพระดาบสมีความต้องการ “เครื่องจักรทางการเกษตร” หลังมีแนวคิดจะพัฒนาที่ดินบริจาค 21 ไร่ ซึ่งอยู่ในจังหวัดสระบุรี ให้เป็น “พื้นที่การเกษตรที่มีความทันสมัย” โดยยึด “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางปฏิบัติ

ปัจจุบันศิษย์พระดาบส ได้ร่วมมือร่วมใจกัน ขุดบ่อเลี้ยงปลานิล ปลาทับทิม เลี้ยงไก่ ปลูกผัก ปลูกข้าว เพาะข้าวโพด เพาะดาวเรือง เป็นต้น ถือเป็นการฝึกงาน ก่อนลงสนามชีวิตจริงที่ดีทางหนึ่ง

โดยผลผลิตที่ได้จากพื้นที่ดังกล่าว จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารภายในโรงเรียนพระดาบส ถือเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ดีทางหนึ่ง หลังโรงเรียนพระดาบสมีต้นทุนค่าอาหารตกเดือนละประมาณ 600,000 บาท หรือเฉลี่ยมื้อละ 30 บาทต่อคน

“หากมีผลผลิตทางการเกษตรเหลือใช้ อาจนำไปเพิ่มมูลค่าในอนาคต เราต้องการให้ผู้บริจาคเห็นว่า เงินของท่านทางโรงเรียนได้นำไปต่อยอดสร้างประโยชน์ในเรื่องใดบ้าง”   

ดร.สมยศ ทิ้งท้ายบทสนทนาว่า กิจการของโรงเรียนพระดาบสที่เป็นลักษณะกุศลสงเคราะห์แห่งนี้ ได้รับการสนับสนุนที่ดีเยี่ยมมาตลอด จากประชาชนทั่วไปและองค์กรต่างๆ ที่มาทั้งในรูปของเงินสนับสนุนและความรู้ต่างๆ ในส่วนของการต่อยอดองค์ความรู้ ทางโรงเรียนพระดาบสมีความยินดีอย่างยิ่งที่ทางหลักทรัพย์บัวหลวง จะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้แก่ศิษย์พระดาบส

โดยเฉพาะเรื่องความรู้การเงินขั้นพื้นฐาน (Financial Literacy) ที่มาในรูปของ “โครงการ เดอะ สต๊อก มาสเตอร์ ๒๕๖๐” เพราะศิษย์หลายคนยังมีองค์ความรู้การเงินบางมาก จนบางครั้งตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่มาในลักษณะแชร์ลูกโซ่

Picture3.jpg

สำหรับความพิเศษในปีที่ 6  โครงการ เดอะ สต๊อก มาสเตอร์ ๒๕๖๐ ภายใต้แนวคิด “สติมี สตางค์มา” จะเน้นการสร้างสติทางการเงินในหลากหลายมิติ เพื่อให้กลายเป็น “ยันต์กันจน” กับนักลงทุนและบุคคลทั่วไป โดยจะเน้นการเรียนรู้ การลงทุนแบบง่ายๆ แต่ทำได้จริง สำหรับผู้ต้องการเริ่มต้นการออมและลงทุน

ในปีนี้ผู้เข้าร่วมโครงการยังจะได้ทำความดีร่วมกัน โดยรายได้ทั้งหมดของการจัดโครงการจะถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิพระดาบส ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่มุ่งเน้นให้ความรู้และฝึกอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างพอเพียง

ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 ส.ค. 2560 ที่ www.bualuang.co.th/thestockmaster  หรือสอบถาม 02-618-1111

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง