
ทำความรู้จักกับ Peter Lynch คือใคร?
Peter Lynch เป็นนักลงทุนและผู้จัดการกองทุนรวมชาวอเมริกัน เขาได้เริ่มทำงานในฐานะผู้จัดการกองทุน Magellan Fund ในปี 1977 ซึ่งในขณะนั้นกองทุนดังกล่าวมีมูลค่ารวม 18 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย Lynch ใช้เวลา 13 ปี ในการบริหารกองทุนให้มีมูลค่าสูงขึ้นจากเดิมเป็น 14,000 ล้านเหรียญ ได้รับอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 29.2% ต่อปี ซึ่งถือเป็นกองทุนที่ทำกำไรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และเขาได้ลาออกในปี 1990
สำหรับแนวคิดการลงทุนของ Peter Lynch นั้นจะเป็นการแนะนำให้ลงทุนในสิ่งที่คุณรู้ (Invest in what you know) ซึ่งเป็นการที่เขาแนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นที่อยู่ใกล้ตัวในชีวิตประจำวันของแต่ละคน หรือเลือกหุ้นตัวที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากการที่เราเลือกหุ้นที่เรารู้จักนั้น จะช่วยทำให้โอกาสที่จะลงทุนผิดพลาดนั้นน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นที่คุณไม่ค่อยมีความรู้ โดยจำแนกหุ้น ออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้
- หุ้นโตช้า คือ บริษัทที่ค่อนข้างอิ่มตัว จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ราคาไม่ผันผวนมาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ
- หุ้นโตปานกลาง คือ บริษัทที่ยังเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว
- หุ้นโตเร็ว คือ บริษัทที่มีการเติบโตรวดเร็ว ราคาหุ้นมีความผันผวน มีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะสั้น
- หุ้นวัฏจักร คือ บริษัทที่มีรายได้ตามฤดูกาล มีความสัมพันธ์กับภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ เหมะสำหรับผู้ที่ศึกษาภาพรวมเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมของของบริษัทนั้น ๆ
- หุ้นฟื้นตัว คือ บริษัทที่เคยขาดทุนแต่เริ่มมีการฟื้นตัว จนมีโอกาสทำกำไร แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน เหมาะสำหรับผู้้ที่ศึกษาบริษัทนั้น ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง
- หุ้นมีสินทรัพย์มาก คือ บริษัทที่มีสินทรัพย์ที่ยังไม่รู้มูลค่าซ่อนอยู่ในงบดุล เหมาะกับผู้ศึกษาเชิงลึกและมีความอดทนกว่ามูลค่าที่แท้จริงจะแสดงผล
นอกจากนี้ยังมีความสามารถที่น่าสนใจคือการลงทุนเพื่อผลตอบแทนแบบ 10 เท่า (Tenbagger) ซึ่งเป็นแนวคิดการลงทุนที่ลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตได้หลายครั้ง โดยการเลือกหุ้นที่มีผลตอบแทน 10 เท่าของ Peter Lynch นั้นมี 3 ปัจจัยในการวิเคราะห์หาหุ้นที่มีโอกาสเติบโตแบบ Tenbagger ได้แก่
- ผลกระทบพื้นฐาน – เลือกลงทุนจากอัตราการเติบโตของหุ้น โดยเขาจะเลือกลงทุนในหุ้นที่มี อัตราการเติบโตเฉลี่ยสูง แต่ไม่เกิน 50% และเลือกจาก P/E ratio ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เนื่องจากเขาคิดว่าหุ้นที่มี P/E Ratio ที่ต่ำนั้นมีโอกาสที่จะเติบโตหลายเท่าได้มากกว่า
- มูลค่าของบริษัท – ใช้เทคนิคเลือกหุ้นที่มีราคาค่อนข้างถูก มูลค่าของหุ้นนั้นมีโอกาสที่จะเติบโตค่อนข้างสูง โดยใช้ P/E Ratio ในการหาราคาหุ้นที่เหมาะสม เช่น ถ้า P/E Ratio เท่ากับ 10 เท่า หมายความว่า เราคาดหวังให้หุ้นนั้นเติบโต 10% ต่อปี ถ้า P/E ต่ำกว่าอัตราการเติบโต แสดงว่าหุ้นนั้นมีราคาถูกกว่ามูลค่า ดังนั้นเขาจึงเลือกลงทุนในหุ้นที่มี P/E Ratio ต่ำกว่าอัตราการเติบโต
- การบริหารจัดการที่ดี – การบริหารจัดการบริษัทเป็นหนึ่งปัจจัยที่สำคัญสำหรับการเป็นหุ้นแบบ Tenbagger ถ้าหากบริษัทนั้นมีการบริหารจัดการที่ดีทั้งปัจจัยภายในและจากภายนอกบริษัทก็จะทำให้มีโอกาสในการเติบโตที่สูงขึ้น
โดยนอกจากปัจจัยในการวิเคราะห์หาหุ้นแล้ว ยังมีหลักการหาธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตแบบ Tenbagger โดยเขาแนะนำว่าให้มองหาหุ้นที่มาจากสินค้าที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพราะเป็นกลุ่มที่สามารถเติบโตได้ตลอด และเป็นสินค้าที่มีความต้องการใช้กันมาก รวมถึงเป็นหุ้นที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆหรือหุ้นติดเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในช่วงนั้นๆ เพราะจะทำให้ราคาสามารถปรับตัวได้สูงขึ้น และสุดท้ายคือมองหาหุ้นที่ไม่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลในประเทศ
ผลงานของ Peter Lynch
- หนังสือ One Up On Wall Street
- หนังสือ Beating the Street
- หนังสือ Learn to Earn
- บัญญัติคำศัพท์และหลักปรัชญาของการลงทุนยุคใหม่ที่เรารู้จักมากมาย เช่น ลงทุนในธุรกิจที่เรามีความเข้าใจในกิจการ “Invest What You Know” หรือ หุ้นสิบเด้ง (“Tenbagger”)
หาหุ้นลงทุนแบบ Peter Lynch ง่าย ๆ ด้วย BLS Strategy
ด้วยโปรแกรม Trade Master ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันในการค้นหาหุ้นให้ถูกใจตามสไตล์นักลงทุน และยังมีการค้นหาหุ้นตามกูรูที่ประสบความสำเร็จในโลกของการลงทุน รวมถึง Peter Lynch เองก็ตาม โดยสามารถทำได้ดังนี้..
1. เลือกไปที่ฟังก์ชัน BLS Strategy ในเมนู Strategy ซึ่งอยู่ทางซ้ายบนของหน้าแรก

2. กดเลือกไปที่ Gurus Model จากกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ทางด้านซ้ายมือ จากนั้นเลือกไปที่ชื่อนักลงทุนที่เราชอบได้เลย โดยในตัวอย่างนี้ทางเราเลือกเป็นของ Peter Lynch

3. สามารถตรวจสอบเงื่อนไขในการค้นหาหุ้นได้ที่ Description & Conditions จะเป็นเงื่อนไขในการเลือกหุ้นเข้าพอร์ตตามนักลงทุนที่เราเลือก

จากการประยุกต์แนวคิดของ Peter Lynch ทางหลักทรัพย์บัวหลวงได้สร้างเงื่อนไขกลยุทธ์ ไว้ดังนี้
- เลือกหุ้นที่อยู่ใน SET
- เลือกหุ้นที่อยู่ใน SET100
- หาหุ้นที่มี EPS Growth Rate ปัจจุบันสูงเป็น 100 อันดับแรก
- และมี EPS Growth Rate นับจาก 1 ปีที่แล้ว สูงเป็น 100 อันดับแรก
- มี P/E Ratio ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 0 ถึง 50 เท่า
- D/E Ratio ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 0 ถึง 2 เท่า
รู้จักความหมายของ Financial Ratio เพิ่มเติมคลิกที่นี่
ทั้งนี้หากท่านต้องการสร้างเงื่อนของกลยุทธ์เพื่อสแกนหาหุ้นด้วยตนเอง อ่านวิธีการเพิ่มเติมคลิก
4. เราสามารถดูผลตอบแทนย้อนหลังของพอร์ตเทียบกับตลาดได้ที่ Back Testing โดยมีกราฟพอร์ตของเรา (เส้นสีแดง) เทียบกับดัชนีตลาด SET (เส้นสีเขียว) และ mai (เส้นสีน้ำเงิน)

จาก Back Testing หากเราเริ่มลงทุนตามกลยุทธ์ตั้งแต่วันที่ 25/05/2021 และถือครองหุ้นทั้งหมด 30 วัน จะเห็นได้ว่าพอร์ตการลงทุนได้ผลตอบแทนถึง 9.31% และทำผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนี SET และ mai
ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สนใจแอปเทรดหุ้นอัตโนมัติ Trade Master
อ่านเงื่อนไขการใช้งานและติดตั้งโปรแกรมคลิกที่นี่
ติดตามความรู้ทางด้านการลงทุนดีๆ กับพวกเราได้ที่…

