ทุกวันนี้เวลาเราพูดถึง AI เรามักนึกถึงชิปแรงๆ อย่าง GPU ของ NVIDIA หรือศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดยักษ์ แต่มีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ AI ที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ นั่นคือ "Photonics" หรือเทคโนโลยีแสง ที่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก AI ยุคใหม่
วันนี้ BLS Global Investing จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมธีมนี้ถึงน่าสนใจ และเกี่ยวข้องกับพอร์ตการลงทุนของเราอย่างไร
1. ปัญหาที่ AI กำลังเจอ: "ชิปวิ่งเร็ว แต่สายส่งข้อมูลตามไม่ทัน"
ลองนึกภาพว่าเรามีรถสปอร์ตคันใหม่ที่แรงขึ้นทุกปี แต่ถนนที่วิ่งยังเป็นถนนลูกรังเส้นเดิม นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรม AI ในตอนนี้
งานวิจัยจาก UC Berkeley/ICSI ชี้ให้เห็นภาพที่น่าตกใจ: ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (2004-2024) พลังประมวลผล AI (Compute) เพิ่มขึ้นถึง 60,000 เท่า ในขณะที่ ความเร็วของสายส่งข้อมูลระหว่างชิป (Interconnect Bandwidth) เพิ่มขึ้นเพียง 30 เท่า เท่านั้น
ช่องว่างที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ นี้ กำลังเป็นคอขวด (Bottleneck) ที่ฉุดรั้งศักยภาพของ AI ทั้งระบบ ต่อให้ชิปแรงแค่ไหน ถ้าข้อมูลวิ่งไปมาระหว่างชิปไม่ทัน AI ก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
2. ทองแดงถึงทางตัน แสงคือทางออก

ที่ผ่านมาข้อมูลในศูนย์ข้อมูลถูกส่งผ่านสายทองแดง (Copper) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์ตัวเองมานาน แต่มีข้อจำกัดชัดเจน คือยิ่งความเร็วสูงขึ้นและระยะทางไกลขึ้นเท่าไร สายทองแดงยิ่งสูญเสียสัญญาณ (Signal Loss) มากขึ้น ร้อนขึ้น และกินพลังงานมากขึ้น
ทางออกของอุตสาหกรรมคือการเปลี่ยนไปใช้ "แสง" ส่งผ่านเส้นใยแก้ว (Photonics) แทนสัญญาณไฟฟ้าผ่านโลหะ ซึ่งให้ความเร็วสูงกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และสูญเสียสัญญาณน้อยกว่ามาก
ที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราเคยเห็นการเปลี่ยนผ่านแบบนี้มาแล้วในอดีต — จากสายโทรศัพท์ทางไกล สู่สาย Cable TV, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จนถึง Fiber-to-the-home ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และตอนนี้ "ศูนย์ข้อมูล AI" กำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ของการเปลี่ยนผ่านสู่แสง ซึ่งถูกมองว่าเป็น "โอกาสที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา"
3. ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง NVIDIA กำลังเดินหน้าสู่แสงเต็มตัว

Roadmap ของ NVIDIA เองก็สะท้อนเทรนด์นี้ชัดเจน:
- วันนี้ (Blackwell): ยังใช้สายทองแดงเชื่อม GPU ภายในแร็ค
- ปี 2027 (Rubin Ultra): เริ่มผสมผสานเทคโนโลยีแสงเข้ากับทองแดง เพื่อเชื่อมแร็คต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียวขนาด 576-GPU
- ปี 2028 (Feynman): แสงจะถูกฝังเข้าไปในตัวชิปโดยตรง (Co-packaged Optics) ทำให้ GPU กว่า 1,000 ตัวทำงานประสานกันราวกับเป็นเครื่องเดียว
ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ความต้องการใช้เทคโนโลยี Optical ของ NVIDIA เองคาดว่าจะเติบโตถึง 15 เท่าในช่วงปี 2025-2027 (จาก 8 พันล้านดอลลาร์ เป็น 124 พันล้านดอลลาร์) และยังไม่รวมการเติบโตเพิ่มเติมเมื่อแพลตฟอร์ม Feynman ที่เป็น Full Optical เปิดตัวในปี 2028
4. เงินทุนกำลังไหลเข้าสู่ธีมนี้อย่างชัดเจน
หลักฐานที่ชัดที่สุดว่าธีมนี้จริงจังแค่ไหน คือการที่ NVIDIA เดินหน้าลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีแสงโดยตรงกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมทั้ง:
- Coherent (เลเซอร์และทรานซีฟเวอร์) — 2 พันล้านดอลลาร์
- Lumentum (เลเซอร์และชิ้นส่วนออปติก) — 2 พันล้านดอลลาร์
- Marvell (อินเตอร์คอนเนคต์และออปติก) — 2 พันล้านดอลลาร์
- Corning (ใยแก้วนำแสง) — 500 ล้านดอลลาร์
ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมทั้งระบบก็มีการควบรวมกิจการ (M&A) ในธีมนี้รวมกันมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าทั้งบริษัทเดิมในตลาดและผู้ผลิตชิปต่างแข่งกันกอบโกยเทคโนโลยี Silicon Photonics, กำลังการผลิตเลเซอร์ และเทคโนโลยี Modulation ให้ทันก่อนปี 2028
5. ตลาดที่กำลังจะโตแบบก้าวกระโดด
ไม่ใช่แค่ NVIDIA เท่านั้นที่ต้องการข้อมูลมากขึ้น การใช้งาน AI ทั้งระบบก็กำลังเร่งตัวขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะ AI Agent ที่ใช้ Token ในการประมวลผลมหาศาล โดยข้อมูลจาก Goldman Sachs คาดการณ์ว่าการใช้ Token ของ AI จะเพิ่มขึ้นถึง 24 เท่าภายในปี 2030 และโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายข้อมูล AI ขั้นสูงคาดว่าจะเติบโตราว 9 เท่าระหว่างปี 2026-2028
สรุป ทำไมธีม Photonics & Optical ถึงน่าสนใจ

ธีม Photonics & Optical จึงไม่ใช่แค่กระแสระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรม AI ที่มีเส้นทางการเติบโตชัดเจนไปจนถึงปี 2028 และเป็นหนึ่งในเลเยอร์ที่มักถูกมองข้าม เมื่อเทียบกับหุ้นชิปหรือหุ้น Data Center ที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
รู้จัก DR LITE01: ลงทุนในผู้เล่นตัวจริงของธีม Photonics ผ่านตลาดหุ้นไทย
เมื่อ AI มีขนาดใหญ่ขึ้น ความเร็วในการรับส่งข้อมูลก็ยิ่งสำคัญ และ Photonics คือเทคโนโลยีที่ใช้ "แสง" แทนสัญญาณไฟฟ้า ช่วยให้ AI Data Center ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง และรองรับการประมวลผลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Lumentum คือหนึ่งในผู้นำด้าน Laser Chips และอุปกรณ์ Photonics ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่
- หนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยี Laser และ Photonics สำหรับการสื่อสารความเร็วสูง
- กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง จากผู้ผลิตชิ้นส่วนสู่ผู้ผลิตเทคโนโลยีที่มีอุปทานจำกัดและได้เปรียบเชิงโครงสร้าง
- มีฐานลูกค้าระดับโลก ทั้ง NVIDIA ที่จองกำลังการผลิต และเป็นผู้จัดหา Optical Transceiver สำหรับโครงการ AI ของ Google

สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจธีมนี้ แต่อยากได้ช่องทางลงทุนที่สะดวก ซื้อขายง่ายผ่านบัญชีหุ้นไทยที่คุ้นเคย สามารถลงทุนได้แล้ววันนี้ผ่าน DR LITE01 ซึ่งอ้างอิงหุ้น Lumentum Holdings Inc. (LITE) ในตลาดสหรัฐฯ ให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงหนึ่งในผู้เล่นหลักของธีม Photonics & Optical ได้โดยตรง โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ ซื้อขายเป็นสกุลเงินบาท เทรดได้ทั้งกลางวันและกลางคืนผ่านตลาดหุ้นไทย บนแอปฯ Streaming หมดกังวลเรื่องภาษีลงทุนต่างประเทศ!
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DR01 คลิกที่นี่
Source : BLS Global Investing


