
จุดเด่นที่น่าสนใจของตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั้นคือมีหุ้นที่เป็น super stock มากมายให้ลงทุน โดยส่วนใหญ่นั้นก็เป็นบริษัทที่เรา ๆ คุ้นเคยรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหุ้นที่เราใช้ผลิตภัณฑ์และบริการอยู่ในชีวิตประจำวัน วันนี้ทางทีม BLS Global Investing เลยขอมาเล่าเพิ่มเติมว่าหุ้นที่วนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันนั้น มันน่าสนใจอย่างไร….

เริ่มแรกกันเลยที่ Facebook (FB) บริษัท Social Media ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของโลกที่ 67.4% โดยเป็นเจ้าของ Facebook Instagram Whatsapp และ Messenger อีกด้วย
Facebook นั้นมีผู้ใช้งานถึง 2.4 พันล้านคน โดยหากมองแค่ในประเทศไทยนั้น FB ครองอันดับ 1 โดยมียอดผู้ใช้งานกว่า 51 ล้านคน ด้านแอพเด่นที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันอย่าง Instagram ก็มียอดผู้ใช้งาน ทะลุ 1 พันล้านบัญชีแล้ว โดย FB คาดว่าผู้ใช้งานจะโตถึง 2 พันล้านคนภายใน 5 ปี และคาดว่าธุรกิจนี้จะสร้างรายได้ให้บริษัท $14bn หรือราว 4 แสนล้านบาทในปีนี้
ในด้านของรายได้นั้น FB มีรายได้หลักมาจากการขายโฆษณา โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 98% ของรายได้ทั้งหมด ธุรกิจโฆษณาเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายบริการไปกว่า 40 ประเทศ โดยยอดโฆษณาโตกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบปีก่อน

FB นั้นได้มีการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังว่าจะกระจายรายได้ไปยังธุรกิจอื่นๆ นอกจากการขายโฆษณา เช่น เกาะเทรนด์ E-commerce ด้วยการเพิ่ม feature ใหม่อย่างปุ่ม Shopping และปุ่ม Checkout ใน Instagram ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเลือกสินค้าและการชำระราคาอย่างไร้รอยต่อ ให้เสร็จสิ้นภายในแอพพลิเคชั่นเดียว ล่าสุดข่าวดังทั้งวงการเทคโนโลยีและการเงิน FB เผยแผนออก Cryptocurrency ของตนเอง ใช้ชื่อว่า “Libra” โดยร่วมมือกับบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Mastercard PayPal และ Uber ซึ่งคาดเริ่มให้บริการในปี 63 โดยจุดมุ่งหมายในการสร้างค่าเงินกลางของโลกที่ให้ความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าธนาคารทั่วไป

ถัดมาที่ Starbucks (SBUX) แบรนด์กาแฟระดับโลกที่ปัจจุบันมีสาขาทั่วโลกกว่า 3 หมื่นแห่ง ในปี 62 วางแผนเปิดสาขาอีก 2,100 แห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นสาขาในจีนถึง 600 สาขา โดยตั้งเป้าเปิดให้ครบ 6,000 สาขาใน 230 เมืองของประเทศจีนภายในปี 65 เนื่องจากรายได้หลักของ SBUX นั้นมาจากสหรัฐฯ และจีน ส่วนของสาขาในประเทศไทยนั้นก็มีจำนวนกว่า 372 สาขา ซึ่งถูกบริษัท Thaibev เข้าซื้อสิทธิ์ในการบริหารเป็นที่เรียบร้อย
ส่ิ่งที่น่าสนใจคือหลาย ๆ ท่านอาจมองว่าหุ้น Starbucks เป็นหุ้นบริโภค ราคาหุ้นอาจไม่ได้ทำกำไรหวือหวาเหมือนหุ้นเทคอื่นๆ แต่หากดูผลตอบแทนย้อนหลังนั้น ราคาของหุ้น Starbucks ตั้งแต่ต้นไปถึงปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 36% ราคาขึ้นมาสูงกว่าหุ้นยักษ์ e-commerce อย่าง Amazon อีกที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 29%
ลองคิดกันเล่น ๆ ว่าหากเราลงทุนใน Starbucks ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วด้วยเงิน 100,000 บาท ปัจจุบันนั้นการลงทุนจะมีมูลค่าราว 1,200,000 บาทเลยทีเดียว เนื่องจากหุ้นปรับตัวขึ้นมาถึง 1,107%

Apple (AAPL) บริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่าตลาดที่ 30.6 ล้านล้านบาท หรือราว 2 เท่าของ GDP ไทย! อย่างที่ทราบกันดีว่า AAPL นั้นมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โดยผลิตภัณฑ์ของ AAPL มีผู้ใช้งานถึง 1.4 พันล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งเป็น iPhone ทั้งหมด 900 ล้านเครื่อง โดยรายได้หลักของ AAPL มาจากการขาย iPhone (คิดเป็นประมาณ 62% รายได้รวม)

ในช่วงที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์สวมใส่ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Wearables) อย่างเช่น Apple Watch และ AirPods ได้รับความนิยมมากขึ้นและเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักของ AAPL เนื่องจาก เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนมือถือช้าลง แต่หันมาซื้อพวกอุปกรณ์เสริมมากขึ้น ในด้านของ iPhone นั้น AAPL เองวางแผนทีจะออก iPhone รุ่นใหม่ในปี 63 ซึ่งประกอบไปด้วย รุ่นที่ราคาถูกลง (เป็น version low cost) และรุ่นอื่นๆ ที่มีการ upgrade spec ให้ล้ำยิ่งขึ้น และรองรับระบบ 5G
AAPL ตั้งใจปรับโครงสร้างโดยเพิ่มสัดส่วนไปยังรายได้จากการให้บริการมากขึ้น เช่น การดาวน์โหลด Application, Apple Music ซึ่งรายได้จากธุรกิจนี้โตขึ้นกว่า 3 เท่าในช่วงปี 60-61 รวมถึงเข้าสู่ธุรกิจบัตรเครดิต (Apple Card) โดยร่วมกับ Goldman Sachs

สุดท้ายมาหุ้นอาหาร Fastfood กันบ้างดีกว่า กับ YUM! Brand (YUM) ธุรกิจร้าน Fast Food ที่มีสาขามากที่สุดในโลกกว่า 5 หมื่นสาขา ซึ่งบริหารทั้ง 3 แบรนด์ดังอย่าง KFC Pizza Hut และ Taco Bell โดย KFC ในประเทศไทยกว่า 240 สาขาอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท Thaibev

ปัจจุบันบริษัทใช้กลยุทธ์เน้นการขาย Franchise เพื่อลดต้นทุนในการดูแลสาขา โดยเน้นบริหารการตลาดให้กับ แบรนด์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ถูกใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ YUM ได้ให้ความสำคัญกับ OmniChannel (เชื่อมต่อระหว่างการขายแบบ Online และ Offline) ในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ YUM ยังเข้าไปซื้อหุ้นของ Grubhub ซึ่งเป็นบริษัทธุรกิจส่งอาหารในสหรัฐฯ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มยอดขาย delivery มากขึ้น แข่งขันกับ McDonald ที่ร่วมมือกับ UberEats ในการส่งอาหารเช่นกัน
Source : Yum! Brand, Bloomberg, Apple, Starbucks, BLS Global Investing,
ตอนนี้เราก็ทราบกันแล้วหุ้นในชีวิตประจำวันเหล่านี้ มีจุดเด่น และน่าสนใจอย่างไร หากท่านใดสนใจลงทุนหุ้นในชีวิตประจำวัน กับ BLS Global Investing
สามารถเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศได้ง่ายๆ!!
สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง
- ดาวน์โหลดชุดเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ คลิกที่นี่
- สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
สำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง : ต้องดำเนินการเปิดบัญชีหุ้น พร้อมเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ
- เปิดบัญชีหุ้นไทยออนไลน์ คลิกที่นี่
- ดาวน์โหลดชุดเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ คลิกที่นี่
** เมื่อกรอกรายละเอียดแล้ว…กรุณาส่งเอกสารถึงผู้แนะนำการลงทุนของท่าน
หรือ ฝ่ายบัวหลวงอินเวสเมนท์สเตชั่น (1-7 อาคารซิลลิคเฮ้าส์ Unit 1A ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500)
สอบถามข้อมูลได้ที่ BLS Customer Service หรือ 02-618-1111
หรือ อ่านบทความเกี่ยวกับ BLS Global Investing… คลิกที่นี่