investineverydaystocks
investineverydaystocks

เริ่มต้นลงทุนในหุ้นชีวิตประจำวัน..ผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯ

เริ่มต้นลงทุนในหุ้นชีวิตประจำวัน..ผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ks11.jpg

 

จุดเด่นที่น่าสนใจของตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั้นคือมีหุ้นที่เป็น super stock มากมายให้ลงทุน โดยส่วนใหญ่นั้นก็เป็นบริษัทที่เรา ๆ คุ้นเคยรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหุ้นที่เราใช้ผลิตภัณฑ์และบริการอยู่ในชีวิตประจำวัน วันนี้ทางทีม BLS Global Investing เลยขอมาเล่าเพิ่มเติมว่าหุ้นที่วนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันนั้น มันน่าสนใจอย่างไร….

 

ks10.jpg

เริ่มแรกกันเลยที่ Facebook (FB)  บริษัท Social Media ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของโลกที่ 67.4% โดยเป็นเจ้าของ Facebook Instagram Whatsapp และ Messenger อีกด้วย

Facebook นั้นมีผู้ใช้งานถึง 2.4 พันล้านคน โดยหากมองแค่ในประเทศไทยนั้น FB ครองอันดับ 1 โดยมียอดผู้ใช้งานกว่า 51 ล้านคน ด้านแอพเด่นที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันอย่าง Instagram ก็มียอดผู้ใช้งาน ทะลุ 1 พันล้านบัญชีแล้ว โดย FB คาดว่าผู้ใช้งานจะโตถึง 2 พันล้านคนภายใน 5 ปี  และคาดว่าธุรกิจนี้จะสร้างรายได้ให้บริษัท $14bn หรือราว 4 แสนล้านบาทในปีนี้

ในด้านของรายได้นั้น FB มีรายได้หลักมาจากการขายโฆษณา โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 98% ของรายได้ทั้งหมด ธุรกิจโฆษณาเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายบริการไปกว่า 40 ประเทศ โดยยอดโฆษณาโตกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบปีก่อน

ks1-1.jpg

 

FB นั้นได้มีการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังว่าจะกระจายรายได้ไปยังธุรกิจอื่นๆ นอกจากการขายโฆษณา เช่น เกาะเทรนด์ E-commerce ด้วยการเพิ่ม feature ใหม่อย่างปุ่ม Shopping และปุ่ม Checkout ใน Instagram ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเลือกสินค้าและการชำระราคาอย่างไร้รอยต่อ ให้เสร็จสิ้นภายในแอพพลิเคชั่นเดียว ล่าสุดข่าวดังทั้งวงการเทคโนโลยีและการเงิน FB เผยแผนออก Cryptocurrency ของตนเอง ใช้ชื่อว่า “Libra” โดยร่วมมือกับบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Mastercard PayPal และ Uber ซึ่งคาดเริ่มให้บริการในปี 63 โดยจุดมุ่งหมายในการสร้างค่าเงินกลางของโลกที่ให้ความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าธนาคารทั่วไป

 

 

ks2-1.jpg

ถัดมาที่ Starbucks (SBUX) แบรนด์กาแฟระดับโลกที่ปัจจุบันมีสาขาทั่วโลกกว่า 3 หมื่นแห่ง ในปี 62 วางแผนเปิดสาขาอีก 2,100 แห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นสาขาในจีนถึง 600 สาขา โดยตั้งเป้าเปิดให้ครบ 6,000 สาขาใน 230 เมืองของประเทศจีนภายในปี 65 เนื่องจากรายได้หลักของ SBUX นั้นมาจากสหรัฐฯ และจีน ส่วนของสาขาในประเทศไทยนั้นก็มีจำนวนกว่า 372 สาขา ซึ่งถูกบริษัท Thaibev เข้าซื้อสิทธิ์ในการบริหารเป็นที่เรียบร้อย

ส่ิ่งที่น่าสนใจคือหลาย ๆ ท่านอาจมองว่าหุ้น Starbucks เป็นหุ้นบริโภค ราคาหุ้นอาจไม่ได้ทำกำไรหวือหวาเหมือนหุ้นเทคอื่นๆ แต่หากดูผลตอบแทนย้อนหลังนั้น ราคาของหุ้น Starbucks ตั้งแต่ต้นไปถึงปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 36% ราคาขึ้นมาสูงกว่าหุ้นยักษ์ e-commerce อย่าง Amazon อีกที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 29%

ลองคิดกันเล่น ๆ ว่าหากเราลงทุนใน Starbucks ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วด้วยเงิน 100,000 บาท ปัจจุบันนั้นการลงทุนจะมีมูลค่าราว 1,200,000 บาทเลยทีเดียว เนื่องจากหุ้นปรับตัวขึ้นมาถึง 1,107%

 

ks3-1.jpg

 

Apple (AAPL) บริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่าตลาดที่ 30.6 ล้านล้านบาท หรือราว 2 เท่าของ GDP ไทย!  อย่างที่ทราบกันดีว่า AAPL นั้นมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โดยผลิตภัณฑ์ของ AAPL มีผู้ใช้งานถึง 1.4 พันล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งเป็น iPhone ทั้งหมด 900 ล้านเครื่อง โดยรายได้หลักของ AAPL มาจากการขาย iPhone (คิดเป็นประมาณ 62% รายได้รวม)

ks4.jpg

 

ในช่วงที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์สวมใส่ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  (Wearables) อย่างเช่น  Apple Watch และ  AirPods ได้รับความนิยมมากขึ้นและเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักของ AAPL เนื่องจาก เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนมือถือช้าลง แต่หันมาซื้อพวกอุปกรณ์เสริมมากขึ้น  ในด้านของ iPhone นั้น AAPL เองวางแผนทีจะออก  iPhone รุ่นใหม่ในปี  63 ซึ่งประกอบไปด้วย รุ่นที่ราคาถูกลง (เป็น version low cost) และรุ่นอื่นๆ ที่มีการ upgrade spec ให้ล้ำยิ่งขึ้น และรองรับระบบ 5G

AAPL ตั้งใจปรับโครงสร้างโดยเพิ่มสัดส่วนไปยังรายได้จากการให้บริการมากขึ้น เช่น การดาวน์โหลด Application, Apple Music ซึ่งรายได้จากธุรกิจนี้โตขึ้นกว่า 3 เท่าในช่วงปี 60-61 รวมถึงเข้าสู่ธุรกิจบัตรเครดิต (Apple Card) โดยร่วมกับ Goldman Sachs

 

ks7.jpg

สุดท้ายมาหุ้นอาหาร Fastfood กันบ้างดีกว่า กับ  YUM! Brand (YUM)  ธุรกิจร้าน Fast Food ที่มีสาขามากที่สุดในโลกกว่า 5 หมื่นสาขา  ซึ่งบริหารทั้ง 3 แบรนด์ดังอย่าง KFC Pizza Hut และ Taco Bell  โดย KFC ในประเทศไทยกว่า 240 สาขาอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท Thaibev

 

ks5-1.jpg

ปัจจุบันบริษัทใช้กลยุทธ์เน้นการขาย Franchise เพื่อลดต้นทุนในการดูแลสาขา โดยเน้นบริหารการตลาดให้กับ แบรนด์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ถูกใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ YUM ได้ให้ความสำคัญกับ OmniChannel (เชื่อมต่อระหว่างการขายแบบ Online และ Offline) ในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ YUM ยังเข้าไปซื้อหุ้นของ Grubhub ซึ่งเป็นบริษัทธุรกิจส่งอาหารในสหรัฐฯ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มยอดขาย delivery มากขึ้น แข่งขันกับ McDonald ที่ร่วมมือกับ UberEats ในการส่งอาหารเช่นกัน

Source : Yum! Brand, Bloomberg, Apple, Starbucks, BLS Global Investing,

 

ตอนนี้เราก็ทราบกันแล้วหุ้นในชีวิตประจำวันเหล่านี้ มีจุดเด่น และน่าสนใจอย่างไร        หากท่านใดสนใจลงทุนหุ้นในชีวิตประจำวัน กับ BLS Global Investing
สามารถเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศได้ง่ายๆ!!

สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง

  • ดาวน์โหลดชุดเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ คลิกที่นี่
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง : ต้องดำเนินการเปิดบัญชีหุ้น พร้อมเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ

** เมื่อกรอกรายละเอียดแล้ว…กรุณาส่งเอกสารถึงผู้แนะนำการลงทุนของท่าน

หรือ ฝ่ายบัวหลวงอินเวสเมนท์สเตชั่น (1-7 อาคารซิลลิคเฮ้าส์ Unit 1A ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500)

สอบถามข้อมูลได้ที่ BLS Customer Service หรือ 02-618-1111

หรือ อ่านบทความเกี่ยวกับ BLS Global Investing… คลิกที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง