“ทองคำ” โลหะมีค่าสีเหลืองทองอร่ามที่ผู้คนให้คุณค่ามานับพันปี ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของความมั่งคั่งเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ยืนหยัดผ่านทุกวิกฤตของโลกการเงิน
เมื่อเวลาผ่านไป ราคาทองคำไม่ได้แค่ขึ้นลงเป็นรอบ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก สงคราม เงินเฟ้อ และนโยบายการเงินอย่างชัดเจน
วันนี้เราจะพาไปย้อนดูภาพใหญ่ของราคาทองคำย้อนหลัง 30 ปี เพื่อให้มือใหม่เข้าใจว่า ทำไมทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาไม่เคยเปลี่ยน
ภาพแสดงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำย้อนหลัง
.webp)
ภาพรวมราคาทองคำในรอบ 30 ปี
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ราคาทองคำให้ผลตอบแทนโดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญ
- ราคาทองคำเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า นับตั้งแต่ปี 2540
- ราคาทองโลกปรับขึ้นจาก 289.05 ดอลลาร์/ออนซ์ (31 ธ.ค. 2540) สู่ระดับ 4,319.37 ดอลลาร์/ออนซ์ (31 ธ.ค. 2568) คิดเป็นผลตอบแทนราว 1,394% (เส้นสีแดง)
- ราคาทองแท่งในประเทศปรับขึ้นจาก 6,200 บาท (31 ธ.ค. 2540) สู่ระดับ 64,950 บาท (31 ธ.ค. 2568) คิดเป็นผลตอบแทนราว 948% (เส้นสีฟ้า)
- ล่าสุด ราคายังคงเดินหน้าทำ All Time High ต่อเนื่อง โดยราคาทองโลกทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,690 ดอลลาร์/ออนซ์ และทองคำแท่งในประเทศแตะระดับ 69,000 บาท
ภาพเหล่านี้สะท้อนว่า ทองคำไม่ใช่แค่ที่เก็บมูลค่า แต่เป็นสินทรัพย์ที่เติบโตไปพร้อมความไม่แน่นอนของโลก
ที่มา: Bloomberg ณ วันที่ 19/01/2026
รู้หรือไม่? ทองคำเคยถูกตรึงราคาไว้กับเงินดอลลาร์
ในอดีต ราคาทองคำเคยถูกผูกไว้ที่ 35 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายใต้ระบบการเงินระหว่างประเทศที่เรียกว่า Bretton Woods ซึ่งใช้ทองคำเป็นหลักประกันมูลค่าของเงินตรา
แต่หลังจากระบบดังกล่าวล่มสลาย ราคาทองคำก็เข้าสู่ยุคลอยตัวตามกลไกตลาด โดยขึ้นลงตามอุปสงค์–อุปทาน และเริ่มทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในยามที่โลกเผชิญความเสี่ยงและความไม่แน่นอน
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ
1. เงินเฟ้อและนโยบายการเงิน
- ดอกเบี้ยขาลง / นโยบายการเงินผ่อนคลาย → ทองคำน่าสนใจมากขึ้น
- เงินเฟ้อสูง → นักลงทุนหันมาถือทองเพื่อรักษามูลค่าเงิน
2. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
- ดอลลาร์อ่อน → ทองคำมักปรับตัวขึ้น
3. วิกฤตและความไม่แน่นอนของโลก
- สงคราม วิกฤตการเงิน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ → หนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
4. ความต้องการทองคำทั่วโลก
- การสะสมทองคำของธนาคารกลาง รวมถึงความต้องการด้านการลงทุนและเครื่องประดับ → เป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำ
แล้วมือใหม่ควรลงทุนทองคำแบบไหนดี?
การเข้าใจพฤติกรรมของราคาทองคำ จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมและต่อยอดไปสู่การเทรดได้ดียิ่งขึ้น
1. ทองคำแท่ง / ทองรูปพรรณ
- เหมาะกับการถือยาว
- ใช้เงินก้อนใหญ่เต็มจำนวน
- ทำกำไรได้เฉพาะขาขึ้น (ซื้อถูก-ขายแพง)
2. กองทุนทองคำ / Gold ETF
- ซื้อขายสะดวก
- เหมาะกับนักลงทุนทั่วไป
- ทำกำไรได้เฉพาะฝั่งขาขึ้น
3. Gold Futures / Gold Online Futures (TFEX)
- เหมาะสำหรับสายเทรด
- ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า
- มี Leverage
- สามารถทำกำไรได้ทั้ง “ขาขึ้น” และ “ขาลง”
อ่านรายละเอียดการเก็งกำไรทองคำผ่านสินค้าใน TFEX เพิ่มเติม คลิกที่นี่
ดูกราฟราคาทองคำได้ที่ไหน?
นักลงทุนสามารถติดตามแนวโน้มราคาทองคำได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Aspen Bualuang Trade
วิธีเข้าใช้งาน
- Login ด้วยเลขที่บัญชี
- เลือกเมนู Chart
- พิมพ์ Symbol ที่ต้องการดู
ตัวอย่าง Symbol ยอดนิยม
- ราคาทองคำโลก: IQXGL
- ราคาทองแท่ง: GTAGB
- ราคาทองรูปพรรณ: GTAGO
- ค่าเงินบาท/ดอลลาร์สหรัฐ (USDTHB): IQXUSTB

เริ่มต้นเทรด Gold Futures / Gold Online Futures ทำยังไง?
1. เปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง เปิดบัญชีแบบออนไลน์ง่าย ๆ ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้
- ผ่านแอป Wealth Connex (เมนู Solution > บัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า)
- ผ่านแอป Streaming (เมนู BLS > Futures & Options > เปิดบัญชี)
.webp)

2. ซื้อขายง่ายผ่านแอป Streaming
ส่งคำสั่งซื้อขายได้เองผ่านแอป Streaming เมนู Buy/Sell
🔺 มองราคาทองคำจะ “ขึ้น”
- เปิดสถานะ: Open Long
- ปิดสถานะ: Close Short
🔻 มองราคาทองคำจะ “ลง”
- เปิดสถานะ: Open Short
- ปิดสถานะ: Close Long

คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา: BLS Futures and Options, TFEX, Bloomberg
.webp)

