GITAX
GITAX

ลงทุนหุ้นต่างประเทศ กับภาษีที่ควรรู้

ลงทุนหุ้นต่างประเทศ กับภาษีที่ควรรู้
tax F.jpg
ภาษีกับการลงทุนเป็นสิ่งคู่กันที่นักลงทุนควรทราบ...มาดูกันว่า หากเราลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์ของ 3 ประเทศที่หลักทรัพย์บัวหลวงเปิดให้บริการ ทั้ง สหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม นักลงทุนมีหน้าที่จะต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? และจะมีวิธีการวางแผนนำเงินกลับไทยอย่างไร? ไปติดตามกันค่ะ 😊

ผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ
การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ แน่นอนว่านักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนอยู่ 2 ส่วน คือ กำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) เงินปันผล (Dividend) และสิทธิประโยชน์อื่นๆ

ภาษีจากการลงทุนในต่างประเทศ
เมื่อได้รับผลตอบแทนสิ่งที่นักลงทุนจะต้องเสียเพิ่มอย่างแน่นอนคือภาษีนั่นเอง โดยภาษีจากการลงทุนต่างประเทศจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. 
ภาษีจากเงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย (Cash Dividend Withholding Tax)
ภาษีที่เรียกเก็บจากเงินปันผลที่นักลงทุนได้รับ ซึ่งจะมีอัตราในการเรียกเก็บที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแต่ละตลาดหลักทรัพย์
2. 
ภาษีเงินได้จากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain Tax)
ภาษีที่เรียกเก็บจากกำไรที่นักลงทุนได้รับจากการขายหุ้น ซึ่งโดยทั่วไปหากนักลงทุนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่ลงทุนจะไม่มีการเรียกเก็บภาษีนี้ ดังนั้นนักลงทุนไทยไม่จำเป็นต้องเสียภาษีประเภทนี้หากลงทุนในต่างประเทศ
3. 
ภาษีอื่นๆ ขึ้นอยู่กับตลาดหลักทรัพย์
ภาษีที่เรียกเก็บจากตลาดหลักทรัพย์ เช่น Selling Tax, SEC Fee, Stamp Duty และ Exchange Fee เป็นต้น ซึ่งจะมีอัตราในการเรียกเก็บที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแต่ละตลาดหลักทรัพย์


เรามาดูกันค่ะว่าใน 3 ตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ สหรัฐฯ ฮ่องกง เวียดนาม จะต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

หมายเหตุ: ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับหน่วยงานของรัฐหรือตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศเป็นผู้กำหนด
ซึ่นักลงทุนมีหน้าที่ที่จะต้องเสียภาษีดังกล่าวด้วยตัวเองตามที่กฎหมายกำหนดให้ถูกต้องและครบถ้วน

ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ
  • ​​ภาษีเงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย (Cash Dividend Withholding Tax) 15-37%
โดยนักลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีเงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย ที่เก็บในอัตรา 30% จากการถือหลักทรัพย์ในตลาดสหรัฐฯ ให้เหลือที่อัตรา 15% ได้ เพียงสมัครบริการยื่นข้อมูลภาษีสหรัฐฯ (U.S. Tax Service) สำหรับการลงทุนในระบบ Global Trade Master อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
  • ค่าธรรมเนียมจากการขายหลักทรัพย์ ที่เรียกเก็บจากตลาดหลักทรัพย์ 0.0008% (SEC Fee)
 
ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
  • ภาษีเงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย 10% (Cash Dividend Withholding Tax) ในหุ้น H-Share หรือ หุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง บางตัว
  • ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากตลาดหลักทรัพย์ 0.0085%  (Exchange Fee)
  • ภาษีอากรสแตมป์ 0.13% (Stamp Duty)

ตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม
  • ภาษีจากการขายหลักทรัพย์ 0.1% (Selling Tax)
ทั้งนี้นักลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมอื่นและภาษีที่เกี่ยวข้อง คลิก


ภาษีเงินได้จากการลงทุนต่างประเทศที่เรียกเก็บในไทย
นักลงทุนมีความจำเป็นต้องนำเงินได้จากการลงทุนต่างประเทศ เช่น กำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์, เงินปันผล, ดอกเบี้ยรับ และเงินได้อื่นๆ มารวมคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยให้กับกรมสรรพากรไทย หากนักลงทุนไทยซื้อขายหลักทรัพย์และนำเงินจากการลงทุนกลับมาประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน โดยอัตราภาษีที่ต้องชำระขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละบุคคลเงินได้ โดยจะต้องเข้าเงื่อนไขในการเสียภาษีครบทั้ง 3 ข้อต่อไปนี้

1. ผู้มีเงินได้จากแหล่งเงินได้ต่างประเทศ ซึ่งเป็นเงินได้ประเภทกำไรจากการขายหลักทรัพย์ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ เงินปันผล และสิทธิประโยชน์อื่นๆ
2. ผู้อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลา รวมทั้งหมดถึง 180 วัน
3. มีเงินได้จะต้องนำเงินที่ได้รับในต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันกับปีที่เกิดเงินได้
ดังนั้น หากนักลงทุนนำเงินได้จากการลงทุนต่างประเทศกลับมาในปีถัดไป จะไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาคำนวณเพื่อเสียภาษี 😮

อ่านตัวอย่างและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสียภาษีเงินได้จากการลงทุนต่างประเทศที่เรียกเก็บในไทยในไทย คลิก

📌 หมายเหตุ (ณ วันที่ 18 ก.ย. 66): อ้างอิงจากคำสั่งกรมสรรพากรใหม่ เรื่องการเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ที่ ป.161/2566 ทางกรมสรรพากรจะมีการปรับเกณฑ์การเสียภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศเป็นดังนี้ “ตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นไป นักลงทุนที่นำเงินไปลงทุนต่างประเทศ และนำเงินได้เข้าประเทศ จะต้องนำเงินได้นั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ โดยไม่ต้องพิจารณาเรื่องปีที่เกิดเงินได้กับปีที่นำเงินเข้าประเทศ”


🚨 เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ BLS Global Investing ลงทุนได้ทั้งหุ้นและ ETF ที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ตลาดสหรัฐฯ ตลาดฮ่องกง และตลาดเวียดนาม ได้ที่ https://bls.tips/openglobalinvesting-wc
🚨 เริ่มต้นและเข้าใช้งานแพลตฟอร์มใหม่ Global Trade Master อ่านรายละเอียด ได้ที่ www.bualuang.co.th/globaltrademaster
แหล่งที่มา: BLS Global Investing
เรียบเรียงโดย:
ภัทริกา สุทนุจินดา Supervisor: Global Investing Solutions, บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง
ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.ย. 66


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง