future-energy
future-energy

Future Energy : ลงทุนกับขุมทรัพย์พลังงานแห่งอนาคต พร้อมเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย

Future Energy : ลงทุนกับขุมทรัพย์พลังงานแห่งอนาคต พร้อมเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย

ทำไมต้องลงทุนในกลุ่มพลังงานรูปแบบอื่นนอกเหนือจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ?

sry,eas46

ปัจจุบันจะสังเกตุได้ว่าตลาด Commodities Energy ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งบริษัทพลังงานต่างๆเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ดี หลังจากวิกฤติโควิด-19 เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัว และทำให้การใช้งานพลังงานเริ่มกลับมาอีกครั้ง

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักวิเคราะห์หลายๆสำนักได้มีการคาดการณ์ถึงปัจจัยดังกล่าวเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงปี 2021 หรือแม้กระทั่งการที่กลุ่ม OPEC เริ่มเข้ามาควบคุมการผลิตน้ำมันเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเอาไว้ แต่กลับให้น้ำหนักกับการลงทุนในกลุ่มพลังงานอื่นๆ เช่น พลังงานหมุนเวียน หลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน มากกว่า ซึ่งจะสังเกตได้จากการที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหลายๆแห่งได้เริ่มมีการออกกองทุน IPO ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพลังงานในรูปแบบอื่นๆมากขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยจากการสำรวจจากหลายๆบลจ.ที่ได้มีการออกกองทุนดังกล่าวมากขึ้นในช่วงนี้โดยรวมมีเหตุผลที่คล้ายคลึงกันและเป็นมุมมองเชิงบวกในกลุ่มพลังงานดังกล่าว โดยมีมุมมองว่า

  • Climate Change สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ในหลายประเทศเกิดความร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวมากขึ้น รวมถึงมีกลุ่มเคลื่อนไหวและนักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม และจำนวนประชากรที่ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมที่มีความใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม พลังงานที่เป็นพลังงานสะอาดและพลังงานที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศน้อยกำลังเป็นที่จับตามองของคนทั้งโลก
  • Rising Market Share ตลาดกลุ่มพลังงานที่ช่วยลดมลภาวะทางอากาศหรือธุรกิจที่มีส่วนในด้านของการควบคุมสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นมีโอกาศเติบโตได้สูง จากรายงานของ Bloomberg New Energy Finance ได้มีการคาดการณ์ว่า ในอนาคตจะมีการใช้พลังงานในกลุ่ม New Energy กว่า 60% ในปี 2030 จากแหล่งพลังงานทั้งหมด และจะเริ่มมีการลงทุนในกลุ่มพลังงานดังกล่าวเพื่อสิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้พลังงาน Fossil เป็น 65% ของการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมด กว่า 7.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Increase Long-Term Life Quality & Business Profitability การที่ภาคธุรกิจและเอกชนใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นจะส่งผลดีต่อภาพรวมของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว คุณภาพชีวิตประชากรดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายและสวัสดิการด้านสาธารณะสุข เกิดการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง และภาคธุรกิจมีการเติบโตได้ดีและมีประสิทธิภาพจากการเลือกใช้พลังงานยั่งยืน ทำให้รัฐบาลหลายๆประเทศในปัจจุบันให้ความร่วมมือกันทั้งระดับภูมิภาค และสนับสนุนธุรกิจเอกชนภายในประเทศ รวมถึงรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกและรถยนต์สันดาบเพื่อลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก โดยอาจดำเนินการผ่านนโยบายการคลังเช่นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับธุรกิจที่มีการควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งข้อตกลงระหว่างประเทศในการปล่อยแก๊สเรือนกระจก เพื่อสิทธิประโยชน์ทางการค้าระหว่างผู้ที่เข้าร่วมในสัญญา เป็นต้น

เปรียบเทียบโอกาสการลงทุน ผ่านกองทุนรวมที่หลากหลายในประเทศไทย

se4r6,lae

จากที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ หลายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมในบ้านเรา ได้มีการออกกองทุนรวม IPO ที่เน้นการลงทุนในกลุ่ม New Energy มากขึ้น โดยในวันนี้ทาง BLS Funds จึงถือโอกาสมาแบ่งปันความรู้และรายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนรวมในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกลุ่ม New Energy และเปรียบเทียบนโยบายการลงทุน รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อให้นักลงทุนของ BLS สามารถคัดเลือกกองทุนรวมได้ตรงตามวัตถุประสงค์และความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุด โดยในวันนี้ (9/9/2021) เราจะมาให้รายละเอียด และเปรียบกองทุน New Energy ในไทย ดังนี้

  • MRENEW ( จากบลจ. MFC )
  • KFCLIMA ( จากบลจ. KSAM ) ระยะเวลา IPO วันที่ 8-16 มีนาคม 2564
  • ASP-POWER ( จากบลจ. ASSET PLUS ) ระยะเวลา IPO วันที่ 4-15 มีนาคม 2564
  • SCBCLEAN ( จากบลจ. SCBAM ) ระยะเวลา IPO วันที่ 2-8 มีนาคม 2564
  • LHGREEN ( จากบลจ. LHFUND ) ระยะเวลา IPO วันที่ 15-23 มีนาคม 2564
  • และ UEV ( จากบลจ. UOBAM ) ระยะเวลา IPO วันที่ 5-12 มีนาคม 2564

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี (MRENEW) จากบลจ. MFC

sr6,A

นโยบายการลงทุน

เน้นลงทุนผ่าน BGF Sustainable Energy Fund ของบลจ. Blackrock สร้างโอกาสการลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นธุรกิจที่เชื่อว่าจะสร้างมูลค่าอย่างมหาศาลต่อการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นลงทุนในกองทุนต่างประเทศที่เน้นลงทุนในหุ้นของธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy Companies) รวมถึงพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ทั่วโลก ได้แก่ Clean Power, Energy Efficiency และ Clean Transportation ที่มีการเติบโตรวดเร็วต่อเนื่องในช่วงทศวรรษนี้

โดยสรุป

  • Clean Power
  • Energy Efficiency
  • Clean Transportation

ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจในพอร์ต

  1. ENEL SPA
  2. NEXTERA ENERGY
  3. SCHNEIDER ELECTRIC SE
  4. INFINEON TECHNOLOGIES AG
  5. RWE AG

ผลตอบแทนย้อนหลัง

R56,ZE4

AZW45L,A

ค่าธรรมเนียมกองทุน

ค่าธรรมเนียมในการขาย (Front-End Fee) – 1.500%

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-End Fee) – ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) – 1.605%

กองทุนเปิดกรุงศรี  ESG Climate Tech (KFCLIMA) จากบลจ. KSAM

e46ks

นโยบายการลงทุน

เน้นลงทุนผ่าน DWS Invest ESG Climate Tech Fund ที่เน้นในธุรกิจที่ลดการส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ คัดเลือกบริษัทที่เป็นผู้นำด้าน ESG (Environment, Social & Governance) หรือปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศได้ทั่วโลก โดยต้องเป็นบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าวในระยะยาว ทลายกรอบความเชื่อที่ว่า “การลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมต้องแลกกับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี” มีทีมบริหารที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจในธุรกิจอย่างแท้จริงกว่า 100 ราย ครอบคลุมในหลากหลายธุรกิจ

โดยสรุป

  • Global Climate Change Winner Company

ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจในพอร์ต

  1. Darling Ingredients Inc
  2. Microsoft
  3. Neste Oyj
  4. Itron Inc
  5. Schneider Electric SE

ผลตอบแทนย้อนหลัง

ze5t,

ค่าธรรมเนียมกองทุน

ค่าธรรมเนียมในการขาย (Front-End Fee) – 1.500%

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-End Fee) – ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) – 1.070%

กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ฟิวเจอริสติก พาวเวอร์ ซัพพลาย แอนด์ โมบิลิตี้ (ASP-POWER) จากบลจ. ASSETPLUS

zwe5tma

นโยบายการลงทุน

เน้นลงทุนผ่านกองทุน 3 กองได้แก่ iShares Global Clean Energy ETF (ICLN), Global X Lithium Battery Tech ETF (LIT) และ KraneShares Electric Vehicles & Future Mobility ETF (KARS) ในสัดส่วนที่เท่าๆกัน (คาดการณ์) ซึ่งจะเน้นในกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตและผู้ใช้ประโยชน์จากพลังงานแห่งอนาคต ได้แก่ 1. Resource เน้นในบริษัทผู้ผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานจากลม รวมถึง พลังงานหมุนเวียนแหล่งอื่นๆ 2. Storage ลงทุนในผู้ผลิตแบตเตอรี่ รวมถึงส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ และ 3. Futuristic Mobility ลงทุนในธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการใช้งานพลังงานแห่งอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

โดยสรุป

  • Clean & Renewable Energy Resource
  • Energy Storage
  • EV Car

ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจ

  1. Plug Power
  2. Albemarie Corp
  3. Ganfeng Lithium
  4. BYD
  5. Tesla

ผลตอบแทนย้อนหลัง

zmtr, W

ค่าธรรมเนียมกองทุน

ค่าธรรมเนียมในการขาย (Front-End Fee) – 1.250%

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-End Fee) – ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) – 1.610%

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Clean Energy (SCBCLEAN) จากบลจ. SCBAM

ae5mW

นโยบายการลงทุน

เน้นลงทุนผ่านกองทุนหลัก BNS PARIBAS ENERGY TRANSITION ซึ่งบลจ. BNS Paribas Asset Management เป็นบลจ.ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2002 โดยปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการอยู่ประมาณ 4 แสนล้านเหรียญ โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นเฟ้นหาธุรกิจที่มีการใช้พลังงานที่ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarboniaztion) การใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ (Digitalization) และกระจายการใช้พลังงานผ่านโครงสร้างพื้นฐานและระบบจัดเก็บต่างๆ (Decentralization) โดยมีกระบวนการคัดกรองหุ้นอย่างรัดกุมผ่านการวิเคราะห์ทั้ง Top-Down และ Bottom-Up

โดยสรุป

  • Renewable & Transitional Energy Production
  • Energy Technology & Efficiency
  • Energy Infrastructure Transportation & Storage

ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจ

  1. Sunnova Energy International Inc
  2. BNP Insticash Fund XC
  3. Generac Holding
  4. Ballard Power System
  5. General Motors

ผลตอบแทนย้อนหลัง

xdrtmja4e

ค่าธรรมเนียมกองทุน

ค่าธรรมเนียมในการขาย (Front-End Fee) – 1.605%

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-End Fee) – ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) – 1.605%

กองทุนเปิด แอล เอช กรียน เทคโนโลยี (LHGREEN) จากบลจ. LHFUND

zjrtjAWMr

นโยบายการลงทุน

เน้นลงทุนผ่านกองทุนหลักอย่าง Credit Suisse Environment Impact Equity Fund ที่คัดสรรการลงทุนในธุรกิจที่เน้นดำเนินการแก้ไขปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมและสร้าง ผลิตภัณฑ์ บริการ เทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมใหม่ๆที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เช่น ปัญหาด้านสภาพอากาศ ด้านมลพิษ ด้านการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ และด้านการกำจัดของเสีย โดยมีการลงทุน 4 ธีมหลักๆ ได้แก่ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานแบบยั่งยืน (Sustainable Infrastructure), กลุ่มทรัพยากรยั่งยืน (Sustainable Resource), กลุ่มเทคโนโลยีที่ช่วยลดการก่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Reduction Technology) และ กลุ่มลดการเกิดวัสดุสิ้นเปลือง (Waste Mitigation)

โดยสรุป

  • Sustainable Infrastructure
  • Sustainable Resource
  • Carbon Reduction Technology
  • Waste Mitigation

ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจ

  1. Itron
  2. Outotec
  3. Weyerhaeuser
  4. Valmet
  5. Graphic Packaging

ผลตอบแทนย้อนหลัง

zse46mkZ

ค่าธรรมเนียมกองทุน

ค่าธรรมเนียมในการขาย (Front-End Fee) – 1.000% ช่วง IPO ( 1.250% หลัง IPO)

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-End Fee) – ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) – 1.070%

กองทุนเปิด ยูไนเต็ด แบตเตอรี่ แอนด์ อีวี เทคโนโลยี ฟันด์ (UEV) จากบลจ. UOBAM

s76,ly5

นโยบายการลงทุน

เน้นลงทุนในกองทุนหลัก 2 กอง อย่าง RobecoSAM Smart Mobility Equities Fund ลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ เป็นต้น และ Global X Lithium & Battery Tech ETF ลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Energy Storage & Lithium Battery  ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง

โดยสรุป 

  • EV Car
  • Lithium Battery & Energy Storage

ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจ

  1. Albemarle Corp
  2. Ganfeng Lithium
  3. Tesla
  4. ON Semiconductor
  5. Samsung SDI

ผลตอบแทนย้อนหลัง

ser6ka,e45t

zrt,ae4t

ค่าธรรมเนียมกองทุน

ค่าธรรมเนียมในการขาย (Front-End Fee) – 1.000% ช่วง IPO ( 1.500% หลัง IPO)

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-End Fee) – ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) – 1.605%

ตารางสรุปเปรียบเทียบกองทุนกลุ่มพลังงานแห่งอนาคต

x5r6ylz,e4

เปิดบัญชีกองทุนรวมออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวง สะดวก ง่าย ไม่ต้องส่งเอกสาร!!

คลิกเพื่อเปิดบัญชีกองทุนออนไลน์

fund01


ผู้ลงทุนจะต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน…ศึกษาข้อมูลกองทุนและหนังสือชี้ชวนเพิ่มเติมได้ที่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง โทร. 0-2618-1111

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง