วันนี้เราจะพูดถึงการลงทุนในสินทรัพย์สักหนึ่งอย่าง ที่ได้รับผลตอบแทนเล็กๆ น้อย เก็บสะสมไปเรื่อยๆ ก็คงไม่พ้นการลงทุนในหุ้น และได้รับผลตอบแทนระยะยาวในรูปของ "เงินปันผล" ที่จ่ายเข้าบัญชีออมทรัพย์ของเราทุกๆ ปี เป็นแบบนี้...ใครๆ ก็ชอบ!!
แล้วจะมีหลักการเลือกซื้อหุ้นปันผลอย่างไร? ไปดูกันเลย
หุ้นปันผลคืออะไร
คือ การปันผลในส่วนของกำไรของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้น ตามที่ประกาศโดยบริษัทสำหรับหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว ซึ่งการจ่ายปันผลมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับกำไรของบริษัท

ประเภทการจ่ายปันผล
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบดังนี้
- การจ่ายปันผลด้วยเงินสด โดยเงินในส่วนที่นำมาปันผล จะมาจากผลกำไรหรือกำไรสะสมของบริษัท
- การจ่ายปันผลด้วยหุ้น บริษัทจะทำการเพิ่มทุนและนำหุ้นมาจ่ายเป็นปันผล

ซื้อหุ้นตอนไหนได้ปันผล
นักลงทุนจะได้รับปันผลก็ต่อเมื่อซื้อหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD บนกระดานหุ้น และถือหุ้นตัวนั้นจนถึงวันที่ขึ้นเครื่องหมาย ถึงจะได้รับสิทธิรับเงินปันผลในรอบนั้น ๆ
ยกตัวอย่างการประกาศจ่ายปันผลของหุ้น NOBLE

Sources: SET (As of 25 Jan 67)
หากหุ้นบริษัท NOBLE มีการขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันจันทร์ที่ 29 ม.ค. 67
- ซื้อหุ้นวันไหน ถึงยังได้ปันผล? สามารถซื้อหุ้น NOBLE ได้ช้าที่สุด คือ วันศุกร์ที่ 26 ม.ค. 67
- ขายหุ้นได้วันไหน ถึงยังได้ปันผล? ขายหุ้นได้เร็วที่สุดคือวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD หรือ 29 ม.ค. 67 ก็จะยังมีสิทธิได้รับเงินปันผลอยู่
สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่า…
- ซื้อวันที่ขึ้นเครื่องหมาย X คือ ไม่ได้รับสิทธิ...
- ซื้อก่อนวันที่ขึ้นเครื่องหมาย X และถือจนถึงวันที่ขึ้นเครื่องหมาย X คือ ได้รับสิทธิ... นั่นเอง
หลักการเลือกหุ้นจ่ายปันผลสูง
ในอดีต...หุ้นปันผลสูงหรือไม่ ดูได้ด้วยอัตราเงินปันผลตอบแทน หรือ Dividend Yield โดยคำนวณจาก

- อัตราเงินปันผลตอบแทน (%) บอกว่าหากซื้อหุ้น ณ ราคาปัจจุบัน จะมีโอกาสได้รับเงินปันผลเป็นอัตราร้อยละเท่าไรของราคาหุ้น โดยจะมีการคำนวณ Dividend Yield จากการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังในช่วง 1 ปี
- ค่ายิ่งสูงยิ่งดี ทั้งนี้ต้องต่อเนื่องและมีการเติบโตของเงินปันผลด้วย
ยกตัวอย่าง
หุ้น TISCO ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 98.00 บาท และในช่วง 1 ปี มีการจ่ายปันผล 2 ครั้ง ได้แก่ 2.00 และ 7.75 บาทต่อหุ้น
ดังนั้น Dividend Yield (%) = (2.00+7.75)/98.00 = 9.95%
Tips: ถ้า Dividend Yield = 0 หมายถึง บริษัทไม่มีการจ่ายปันผลให้กับนักลงทุน
แนะนำวิธีการเลือกหุ้นปันผลสูง
ขอแนะนำ 2 วิธีด้วยกัน ได้แก่
- คัดเลือกหุ้นในดัชนี SETHD ที่รวมชุดหุ้นปันผลสูง
- ค้นหาหุ้นปันผลสูงด้วยตนเอง ผ่านเครื่องมือออนไลน์ ด้วยเงื่อนไขหาหุ้นที่มี Dividend Yield สูง
วิธีที่ 1 คัดเลือกหุ้นในดัชนี SETHD รวมชุดหุ้นปันผลสูง
ดัชนีราคา SET High Dividend 30 Index (SETHD) คือ ดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ที่มี Market Cap. รวมถึงสภาพคล่อง และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงอย่างต่อเนื่อง ทบทวนทุกเดือน มิ.ย. และ ธ.ค. ของปี
แนวทางการคัดเลือกหุ้น
- เป็นหลักทรัพย์ในดัชนี SET100
- มีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง 3 ปี และมี Dividend payout ratio ไม่เกินร้อยละ 100
- เป็นหลักทรัพย์ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงสุดจำนวน 30 หลักทรัพย์ ตามเกณฑ์ buffer rule
- ไม่รวมหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP

ดูหุ้นใน SETHD ที่คัดเลือกโดย SET ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Streaming บนเมนู Real-Time > Watch นะคะ
วิธีที่ 2 ค้นหาหุ้นปันผลสูงด้วยตนเอง ผ่านเครื่องมือออนไลน์
เครื่องมือที่ 1 คัดหุ้นปันผลผ่านแอป Aspen Bualuang Trade
- บนเมนู Market Screener ที่สามารถสร้างเงื่อนไข และสแกนหาหุ้นแบบอัตโนมัติ



เครื่องมือที่ 2 เริ่มต้นหาหุ้นปันผล ผ่านตัวกรองหุ้นที่เราสนใจด้วยโปรแกรม Stock Signals
- เราสามารถกำหนดเงื่อนไขพื้นฐานในการสแกนหุ้น Dividend Yield ผ่านฟังก์ชัน Fundamental

Tips: ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นปันผล...
นักลงทุนหลายๆ คน เข้าซื้อหุ้นปันผลก่อนวันจ่ายปันผลสัก 2-3 วัน เพราะคิดว่าซื้อหุ้นและถือหุ้น เพียงไม่กี่วันเดี๋ยวแปปๆ ก็ได้เงินปันผลแล้ว...ความคิดทั้งหมดนี้ผิดมหันต์ เพราะเมื่อถึงวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาหุ้นมักจะร่วงลง!! เนื่องจากราคาหุ้นสะท้อนด้วยการหักเงินปันผลออกไป นอกเสียจากว่าหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นดีมีมูลค่าเกินปันผลที่บริษัทจะจ่าย ก็เป็นไปได้ว่าราคาหุ้นหลัง XD จะไม่ลดลง (ปันผลฟรี!)

