bailout
bailout

Bailout คืออะไร? ทำไมรัฐต้องเข้าไปอุ้มธุรกิจที่ล้มละลาย

Bailout คืออะไร? ทำไมรัฐต้องเข้าไปอุ้มธุรกิจที่ล้มละลาย

Bailout คืออะไร? 

Bailout คือ การช่วยเหลือทางการเงินโดยรัฐบาลหรือบริษัทที่ใหญ่กว่า เพื่ออุ้มบริษัทหรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีปัญหาทางการเงินไม่ให้ล้มละลายและป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง โดยอาจจะอยู่ในรูปแบบของพันธบัตร เงินสด เงินกู้ รวมถึงการที่รัฐบาลเข้าไปรับประกันเงินกู้ให้ หรืออัดฉีดเงินทุนเข้าไป 

government bailout.jpg

 
ทำไมรัฐต้องเข้าไปอุ้มธุรกิจที่ล้มละลาย?  

การที่รัฐเข้าไปอุ้มธุรกิจที่ล้มละลายนั้นมีทั้งความเสี่ยงและต้นทุนทางการเงินมหาศาลที่ต้องใช้ ซึ่งก่อนที่รัฐจะตัดสินใจเข้าช่วยเหลือ ต้องสามารถมั่นใจได้ว่าบริษัทนั้นมีศักยภาพมากพอที่จะสามารถชำระคืนหนี้ให้กับรัฐบาลได้ และเหตุผลที่รัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือเนื่องจากเพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรงที่อาจตามมาในภายหลัง โดยสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่ 
 
  • ป้องกันไม่ให้เกิดการล่มสลายของระบบการเงิน  
  • ช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งมักเป็นผลที่ตามมามาจากการล้มละลายของระบบการเงินการธนาคาร  
  • ป้องกันความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจจาก Domino Effect หากบริษัทที่ประสบปัญหานั้นล้มละลาย 
  • ป้องกันการเกิดปัญหาการว่างงาน 
  • ป้องกันการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระบบการเงินและตลาดหุ้น 
 
 crisis bail out.jpg
ที่มา: investopedia
 

👍🏼 ข้อดีของการทำ Bailout 

  • ช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งมักเป็นผลตามมามาจากการล้มละลายของระบบการเงินการธนาคาร 
  • ป้องกันการเกิดปัญหาการว่างงาน อีกทั้งอาจยังส่งผลให้เกิดภาวะเงินฝืดที่อาจจะรุนแรงขึ้น หลังจากเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ 
  • ช่วยลดการเกิด Domino Effect หรือ เกิดผลกระทบทางลบต่อหลาย ๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามมา  
  • ซึ่งถ้าหากบริษัทที่ล้มละลายอย่างกะทันหัน เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินหรือธุรกิจที่มีผลต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมาก จะยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทั้งต่อลูกค้า สถาบันการเงินอื่น คู่สัญญาในภาคส่วนต่าง ๆ
 

👎🏼 ข้อเสียของการทำ Bailout 

  • เนื่องจากเงินที่รัฐนำมาช่วยเหลือนั้นเป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน ดังนั้นการที่รัฐนำเงินไปช่วยอุ้มบริษัท อาจส่งผลต่อการเก็บภาษีอัตราที่สูงขึ้น อีกทั้งผู้เสียภาษีอาจได้รับผลกระทบในรูปของค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในอนาคต 
  • อาจจะก่อให้เกิดอันตรายบนศีลธรรม หรือ Moral Hazard เนื่องจากการแทรกแซงของรัฐที่ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี
  • อาจจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ และสร้างโอกาสที่อาจจะเกิด Doom Loop ก่อให้เกิดปัญหาอื่นที่ตามมาเรื่อย ๆ จนทำให้สถานการณ์เดิมยิ่งแย่ลงไปอีกซ้ำไปซ้ำมา
  • หากการเข้าช่วยเหลือของรัฐนั้นไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมของประเทศสูงขึ้น กรณีที่ร้ายแรงที่สุด ประเทศอาจจะถึงขั้นล้มละลายได้
 

กรณีเหตุการณ์ที่มีการใช้กลยุทธ์ Bailout  ในอดีต 

1. วิกฤติบริษัทประกัน AIG ในปี 2008 

บริษัทประกันภัยและการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง AIG หรือ American International Group, Inc. ต้องพบกับวิกฤติเมื่อราคาบ้านที่เอามาจำนอง พากันราคาร่วงในช่วงต้นปี 2000 จนทำให้ AIG ต้องชดใช้ทั้งค่าสินไหมทดแทน และต้องเจอกับความเสียหายแบบมหาศาล 

จนปี 2008 รัฐบาลอเมริกาต้องช่วยอุ้มด้วยเงินจำนวน 180,000 ล้านดอลลาร์ เพราะกลัวว่าหาก AIG ล้มไปแล้วจะส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงิน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและตลาดหุ้นไปด้วย จนทำให้ AIG ได้รับแท็กฉายาว่า “ Too Big Too Fail ” ไปในที่สุด 

 aig bailout.jpg
ที่มาภาพ: innwhy
 

2. วิกฤติ GM ปี 2008 

วิกฤติรอบนี้ถือว่าเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วง The Great Recession ปี 2008 จากการที่เกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ยอดขายรถยนต์ในอเมริกาลดลงอย่างหนัก ทำให้แบรนด์รถยนต์อย่าง Chrysler และ GM ต้องยื่นขอสินเชื่อฉุกเฉิน (Emergency Loans) แต่สุดท้ายก็ล้มละลายลงของทั้งสองบริษัทในปี 2009 

ซึ่งรัฐบาลของทั้งอเมริกาและแคนาดา ก็เข้ามาช่วยอุ้มด้วยเงินจำนวน 8,500 ล้านดอลลาร์ ทำให้ทั้งสองบริษัทรีบกลับมาปรับโครงสร้างใหม่ได้ทัน โดยในปี 2021 GM ก็ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 5 และในส่วน Chrysler ก็มาควบรวมกิจการกับ Fiat จนประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นในปัจจุบัน 
 
gm bailout.jpg
ที่มาภาพ: CNN
 

3. วิกฤติของ Fannie Mae และ Freddie Mac 

Fannie Mae และ Freddie Mac เป็น Mortgage Backed Securities ที่แปลงสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เป็นหลักทรัพย์ และเกือบล้มละลายในวิกฤติซับไพร์มจนมูลค่าของบริษัทที่ลดลงกว่า 90% จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ให้เงินช่วยเหลือ Fannie Mae 11,600 ล้านดอลลาร์และ Freddie Mac กว่า 7,100 ล้านดอลลาร์ จนทั้งสองบริษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้และจ่ายเงินคืนให้กับกระทรวงกว่า 3 แสนล้านสหรัฐในปี 2018 ได้สำเร็จ อีกทั้งในปี 2022 Fannie Mae และ Freddie Mac ก็ถูกจัดอันดับเป็นบริษัทบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาในอันดับที่ 33 และ 56 ตามลำดับ 
 
fanniemae bailout.jpg
ที่มาภาพ : forbes และ investopedia
 

การล้มละลายธุรกิจในธนาคาร ในปี 2023 

กรณีหลังจากหลังการล้มละลายของ Silvergate Capital ธนาคารที่ให้บริการอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีและ Silicon Valley Bank  ธนาคารที่เน้นปล่อยกู้ให้กลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพเป็นหลัก สาเหตุเนื่องจากปัจจัยที่คล้ายกันในด้านของการเผชิญวิกฤตขาดสภาพคล่องจนต้องขายสินทรัพย์แบบขาดทุน ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยระดับสูง ทำให้เกิดคำถามขึ้นอีกครั้งว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะยอมนำเงินภาษีประชาชนไป Bailout หรืออุ้มสถาบันการเงินที่ล้มละลายเหล่านี้หรือไม่ 
 
price performance svb scc bailout.jpg

ทางคุณเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับกรณี Silicon Valley Bank (SVB) ว่ารัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะไม่ Bailout หรือจะไม่นำเงินของรัฐเข้าไปช่วยเหลือทางการเงินให้แก่ SVB ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินอยู่ในเวลานี้เหมือนตอนวิกฤติการณ์เงินปี 2008 อีกแน่นอน 

 

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Wealth CONNEX เพื่อเริ่มต้นเรียนรู้และเข้าถึงบริการลงทุนกับหลักทรัพย์บัวหลวง

Pre Trade - Wealth Connex02.jpg
อ่านคู่มือและเงื่อนไขการใช้งานคลิกที่นี่

✅ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
BLS Customer Service โทรศัพท์ 0-2618-1111 หรือ
Email : [email protected]

📌 เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวง สะดวก ง่าย ไม่ต้องส่งเอกสาร คลิก  👇
เปิดบัญชี.jpgหรือศึกษาวิธีการเปิดบัญชีบนหน้าเว็บไซต์เพิ่มเติม คลิก 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง