"เริ่มต้นดี.. มีชัยไปกว่าครึ่ง"
หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อก้าวเข้ามาในตลาดหุ้น ก็คือการ "ตั้งเป้าหมาย" เพราะ "เป้าหมาย" นั้นกำหนด "วิธีการ"... และ "วิธีการ" เป็นตัวกำหนด "ผลลัพธ์" ....ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ดี อยากประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น ก็ควรเริ่มให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาอยู่ ให้ลองถอยกลับมาก้าวหนึ่ง... กลับมาเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ตอบตัวเองให้ได้ว่าเราเป็น "นักลงทุน" หรือ "นักเก็งกำไร" ... เมื่อชัดแล้ว เราจะรู้ได้เองว่าต้องลงทุนยังไง
"Investing vs. Trading"
แนวทางการลงทุนนั้นแบ่งได้กว้างๆเป็นสองแบบ: แบบแรกคือการลงทุนเพื่อเป็น "เจ้าของกิจการในระยะยาว" (Investing)... เน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐาน ถือยาวเพื่อรับปันผล เพื่อเติบโตไปพร้อมกับบริษัท และสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว อีกแบบคือการเก็งกำไร หรือที่เรียกกันว่าการเทรด (Trading) เป็นการลงทุนแบบ "ซื้อมา-ขายไป" โดยหวังส่วนต่างของราคา.. เทรดเดอร์จะหวังผลกำไรในระยะสั้นเพื่อทำกำไรเป็นรอบๆ สินค้าที่นิยมเทรดกันคือ หุ้น, สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures), หรือที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในตอนนี้คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรืออาจคุ้นหูกันในชื่อของ DW (Derivative Warrants) สรุปง่ายๆถ้าคุณเป็นนักลงทุน.. ให้ศึกษาการอ่านงบการเงิน การวิเคราะห์อนาคตกิจการ โมเดลธุรกิจ และการเจริญเติบโตของกำไรบริษัท แต่ถ้าคุณเป็นนักเก็งกำไร.. ให้ ซื้อขายตามเพื่อนเล่นตามข่าวลือเชื่อข่าววงใน ... เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่นะครับ..!! นี่คือความเข้าใจที่ผิดและอันตรายที่สุด และคือเหตุผลที่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงขาดทุนในตลาดหุ้น...
"เล่นเก็งกำไร... เชื่อใครดี?"
ทำไมนักเก็งกำไรส่วนใหญ่ถึงขาดทุน..? ลองนึกกันดีๆ... ก็เพราะทุกคนทำเหมือนๆกันไง..!! ถ้าการเชื่อเพื่อนและซื้อขายจากข่าวลือนั้นได้ผลจริง ทุกคนก็คงเป็นเศรษฐีกันไปหมดแล้ว..!! แต่ความเป็นจริงนั้นตรงกันข้าม... ลองไปสังเกตดูกันเอง... กว่าข่าวดีจะมา หุ้นก็วิ่งไปถึงไหนแล้ว ก็เลยซื้อแพงทุกที.. และกว่าจะรู้ข่าวร้าย หุ้นก็ลงไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ขายไม่ทันทุกครั้งไป... ถ้าอยากเก็งกำไรอย่างยั่งยืน เราต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่ หุ้นไม่ได้ขึ้นลงเพราะ "ข่าว" เพราะ "มีคนบอก" หรือเพราะ "โชคชะตา"... การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นนั้นขึ้นอยู่กับ "แรงซื้อและแรงขาย" ของผู้เล่นในตลาด หรือที่เรียกกันว่า Supply/Demand... และนี่ก็คือที่มาของศาสตร์แห่งการวิเคราะห์ด้วยกราฟเทคนิค หรือ "Technical Analysis" ... สำหรับมือใหม่แล้ว อาจฟังดูยุ่งยาก ซับซ้อน ยากที่จะเข้าถึง... แต่จริงๆแล้วมันควรจะเปลี่ยนชื่อเป็น "การวิเคราะห์จิตวิทยาตลาด" หรือ "การหาจุดซื้อขายที่คุ้มความเสี่ยง" ซะมากกว่า...
ในบทความต่อๆไปเราจะมาเปิดโลกแห่งการใช้กราฟไปพร้อมกัน.. ที่จะช่วยให้การเก็งกำไรของคุณ "ไม่มั่ว" อีกต่อไป...
