4596
4596

เล่นเก็งกำไร... เชื่อใครดี?

เล่นเก็งกำไร... เชื่อใครดี?

"เริ่มต้นดี.. มีชัยไปกว่าครึ่ง"

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อก้าวเข้ามาในตลาดหุ้น ก็คือการ "ตั้งเป้าหมาย" เพราะ "เป้าหมาย" นั้นกำหนด "วิธีการ"... และ "วิธีการ" เป็นตัวกำหนด "ผลลัพธ์" ....ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ดี อยากประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น ก็ควรเริ่มให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาอยู่ ให้ลองถอยกลับมาก้าวหนึ่ง... กลับมาเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ตอบตัวเองให้ได้ว่าเราเป็น "นักลงทุน" หรือ "นักเก็งกำไร" ... เมื่อชัดแล้ว เราจะรู้ได้เองว่าต้องลงทุนยังไง


"Investing vs. Trading"

แนวทางการลงทุนนั้นแบ่งได้กว้างๆเป็นสองแบบ: แบบแรกคือการลงทุนเพื่อเป็น "เจ้าของกิจการในระยะยาว" (Investing)... เน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐาน ถือยาวเพื่อรับปันผล เพื่อเติบโตไปพร้อมกับบริษัท และสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว อีกแบบคือการเก็งกำไร หรือที่เรียกกันว่าการเทรด (Trading) เป็นการลงทุนแบบ "ซื้อมา-ขายไป" โดยหวังส่วนต่างของราคา.. เทรดเดอร์จะหวังผลกำไรในระยะสั้นเพื่อทำกำไรเป็นรอบๆ สินค้าที่นิยมเทรดกันคือ หุ้น,  สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures), หรือที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในตอนนี้คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรืออาจคุ้นหูกันในชื่อของ DW (Derivative Warrants) สรุปง่ายๆถ้าคุณเป็นนักลงทุน.. ให้ศึกษาการอ่านงบการเงิน การวิเคราะห์อนาคตกิจการ โมเดลธุรกิจ และการเจริญเติบโตของกำไรบริษัท แต่ถ้าคุณเป็นนักเก็งกำไร.. ให้ ซื้อขายตามเพื่อนเล่นตามข่าวลือเชื่อข่าววงใน ... เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่นะครับ..!! นี่คือความเข้าใจที่ผิดและอันตรายที่สุด และคือเหตุผลที่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงขาดทุนในตลาดหุ้น...



"เล่นเก็งกำไร... เชื่อใครดี?"

ทำไมนักเก็งกำไรส่วนใหญ่ถึงขาดทุน..? ลองนึกกันดีๆ... ก็เพราะทุกคนทำเหมือนๆกันไง..!! ถ้าการเชื่อเพื่อนและซื้อขายจากข่าวลือนั้นได้ผลจริง ทุกคนก็คงเป็นเศรษฐีกันไปหมดแล้ว..!! แต่ความเป็นจริงนั้นตรงกันข้าม... ลองไปสังเกตดูกันเอง... กว่าข่าวดีจะมา หุ้นก็วิ่งไปถึงไหนแล้ว ก็เลยซื้อแพงทุกที.. และกว่าจะรู้ข่าวร้าย หุ้นก็ลงไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ขายไม่ทันทุกครั้งไป... ถ้าอยากเก็งกำไรอย่างยั่งยืน เราต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่ หุ้นไม่ได้ขึ้นลงเพราะ "ข่าว" เพราะ "มีคนบอก" หรือเพราะ "โชคชะตา"... การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นนั้นขึ้นอยู่กับ "แรงซื้อและแรงขาย" ของผู้เล่นในตลาด หรือที่เรียกกันว่า Supply/Demand... และนี่ก็คือที่มาของศาสตร์แห่งการวิเคราะห์ด้วยกราฟเทคนิค หรือ "Technical Analysis"  ... สำหรับมือใหม่แล้ว อาจฟังดูยุ่งยาก ซับซ้อน ยากที่จะเข้าถึง... แต่จริงๆแล้วมันควรจะเปลี่ยนชื่อเป็น "การวิเคราะห์จิตวิทยาตลาด" หรือ "การหาจุดซื้อขายที่คุ้มความเสี่ยง" ซะมากกว่า...

ในบทความต่อๆไปเราจะมาเปิดโลกแห่งการใช้กราฟไปพร้อมกัน.. ที่จะช่วยให้การเก็งกำไรของคุณ "ไม่มั่ว" อีกต่อไป...

DW01_master_V1

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง