Tips
บัญชีลงทุน คืออะไร ?
บัญชีลงทุน คือ บัญชีที่ช่วยสะสมเงินออมของท่าน และช่วยสร้างผลตอบแทนให้ได้อีกด้วย ซึ่งอัตราผลตอบแทนการลงทุนในแต่ละบัญชี อาจจะได้มากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในการลงทุน เช่น
- เงินฝากธนาคาร โอกาสสูญเสียเงินต้นต่ำ ทำให้ผลตอบแทนการลงทุน (ดอกเบี้ยเงินฝาก) นั้นต่ำไปด้วย
- ลงทุนในหุ้น ความเสี่ยงสูงหรือโอกาสขาดทุนสูง แต่ก็อาจจะได้รับผลตอบแทนหรือกำไรที่สูงเช่นกัน
หลักการนี้เราเรียกง่ายๆว่า High Risk High Return นั่นเอง
และ 3 บัญชีลงทุนที่นักลงทุนควรมี จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเลย 
1. บัญชีเงินฝากธนาคาร (Saving)

- ใช้สำหรับการออมระยะสั้น
- ความเสี่ยงและผลตอบแทนต่ำ อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์อยู่ที่ 0.025 – 0.75% ( อ้างอิงจาก https://www.bot.or.th/ ณ 2/9/64 )
- สภาพคล่องสูง ใช้จ่ายบิล ถอนออกมาเป็นเงินสดได้ง่าย หรือโอนเงินให้บุคคลอื่นก็สะดวก
- เปิดบัญชีสะสมทรัพย์ e-Savings และบริการ Bualuang mBanking ได้ที่

2. บัญชีหุ้น หรือ หลักทรัพย์ (Securities)

- ใช้ลงทุนในหุ้นสามัญ เพื่อเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งนักลงทุนจะเป็นผู้เลือกหุ้นรายตัวหรือรายบริษัทด้วยตนเอง เช่น ต้องการจะเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. เพียงเรามีหุ้น OR อยู่ในพอร์ต ก็ถือว่าเราเป็นผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของร่วมคนหนึ่งแล้ว

- การลงทุนในหุ้นจะเน้นสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา และ เงินปันผล โดยเงินปันผลจะเป็นการแบ่งกำไรมาให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งจะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท หากบริษัททำกำไรได้สูง เราก็มีโอกาสได้ปันผลสูง หากไม่มีกำไรเลย เราอาจจะไม่ได้เงินปันผลเลยก็ได้
- ราคาหุ้นถือว่ามีความผันผวนมาก ทำให้การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูง ซึ่งราคาหุ้นสามารถแกว่งขึ้นลงสูงสุดได้ถึง 30% เทียบจากราคาปิดของวันก่อนหน้าเลยทีเดียว

- หากสนใจลงทุนในหุ้น สามารถเปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ ง่ายๆ ไม่ต้องส่งเอกสาร ที่ https://www.bualuang.co.th/
- เพียง กรอกข้อมูล > อัปโหลดรูป > ยืนยันข้อมูล โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดบัญชี อ่านวิธีการเปิดบัญชีหุ้นคลิกที่นี่
3. บัญชีกองทุนรวม (Mutual Fund)

- เพื่อซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม โดยมีผู้จัดการกองทุนช่วยบริหารเงินทุนเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินให้เราแทน เช่น หุ้น, พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชน หรือ หุ้นต่างประเทศ ถือเป็นการลงทุนครั้งเดียวแต่ช่วยกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ได้หลากหลาย และทำให้มีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมการจัดการที่สูงกว่าบัญชีประเภทอื่นๆ
- การบริหารของผู้จัดการกองทุนนั้น จะเป็นไปตามนโยบายกองทุนที่เราเลือก ยกตัวอย่างเช่น อยากซื้อหุ้นไทยที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นรายตัวด้วยตนเองเหมือนบัญชีประเภทที่ 2 แต่เราสามารถซื้อหน่วยลงทุนที่มีนโยบายกองทุนลงทุนใน SET50 แทนได้ และผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้บริหาร เลือกหุ้นใน SET50 และจัดสรรสัดส่วนให้เราแทน
- กองทุนรวม จะสร้างผลตอบแทน จากส่วนต่างของราคา และ เงินปันผล โดยการปันผลนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนว่ามีการจ่ายปันผลหรือไม่
- มีให้เลือกทั้งความเสี่ยงต่ำ – สูง ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุน เช่น ถ้ากองทุนมีนโยบายการลงทุนเน้นลงทุนในหุ้น ความเสี่ยงก็จะสูงกว่ากองที่ไปลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของกองทุนก็ยังไม่มากเท่ากับเราเลือกหุ้นรายตัวด้วยตนเอง เนื่องจากภายในเงินลงทุนของกองทุนรวมจะลงทุนหุ้นหรือสินทรัพย์หลายๆตัวเพื่อกระจายความเสี่ยง

- หากสนใจลงทุนในกองทุนรวม และมีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวงอยู่แล้ว สามารถเปิดบัญชีกองทุนรวมทางออนไลน์ง่ายๆ
- เพียงเข้าสู่ระบบ > เลือกเมนู Mutual Fund > เปิดบัญชีกองทุนรวม อ่านวิธีการเปิดบัญชีกองทุนรวมคลิกที่นี่

- ซื้อขายง่ายเพียงปลายนิ้วผ่านแอป Streaming for fund ได้ถึง 17 บลจ.

- รายชื่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ทาง BLS เป็นตัวแทน…

Tips
Investing
Services
FAQ
Tips
Investing
FAQ
Equity
Futures & Options
Tips

