ทุกวันนี้เงินเก็บของคุณอยู่ที่ไหน?
คุณยังเก็บเงินไว้ในบัญชีเงินฝากอย่างเดียวหรือเปล่า? แล้วทราบหรือไม่ว่า...ยังมีทางเลือกการลงทุนอื่นๆที่ช่วยให้เงินออมของคุณสามารถงอกเงยขึ้นได้ ถ้ายังนึกไม่ออก เรามีตัวอย่างมาให้ดูกันค่ะ

จากภาพประกอบจะเห็นว่า : ในระยะยาวนั้นการลงทุนในหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด และสูงกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ โดยให้ผลตอบแทนสูงถึง 8.6% เติบโตจากเงินเริ่มต้น 10,000 บาท เป็น 279,000 บาท ถึงแม้ว่าจะมีความผันผวนในระยะสั้นอยู่บ้างก็ตาม ในขณะที่เงินฝากจะให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 6.3% จากเงินเริ่มต้น 10,000 บาท เป็น 120,000 บาท และทองคำให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 5.7% จากเงินเริ่มต้น 10,000 บาท เป็น 94,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลในอดีตเท่านั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าในอนาคตผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ใดจะสูงที่สุด เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และรูปแบบการลงทุนก็เปลี่ยนตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในยุคปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับในอดีตที่มีอัตราดอกเบี้ยถึง 2 หลัก
ดังนั้น ในโลกของการลงทุนจึงมักได้ยินกันอยู่บ่อยๆว่า "อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน" เราจึงต้องมีการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆเพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน และอย่าลืมสำรวจตัวเองว่าสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับไหน ควรเลือกลงทุนในสิ่งที่เข้าใจและเหมาะกับคุณ !!
ทำไมหุ้นจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าลงทุน ?
- สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ง่ายๆ
เชื่อว่าหลายๆท่านฝันอยากจะมีกิจการเป็นของตนเอง แล้วรู้หรือไม่ว่าการลงทุนในหุ้นนั้นทำให้ท่านสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปิดพอร์ตและใส่เงินลงทุนเข้าไป เพียงเท่านี้ท่านก็จะพบกับ Supermarket ขนาดใหญ่ที่มีบริษัทมากมายขึ้น Shelf ให้เลือกซื้อได้ตามสัดส่วนของเงินที่ลงทุน เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล ธนาคาร พลังงาน โรงภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าที่ท่านเดินอยู่บ่อย ๆ และเนื่องจากหุ้นเป็นตราสารที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือเพื่อระดมทุนไปใช้ในกิจการ โดยผู้ถือมีฐานะร่วมเป็นเจ้าของกิจการ ท่านจึงมีส่วนได้เสีย มีสิทธิในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการนั้นๆ รวมทั้งมีโอกาสได้รับเงินปันผลอีกด้วย
การลงทุนในหุ้นทำให้ท่านมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ทั้งในรูปของเงินปันผล (Dividend) และกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gain) โดยกำไรจากการขายหุ้นยังได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย นอกจากนี้ ท่านอาจจะได้รับสิทธิต่างๆตามมา เช่น สิทธิในการเพิ่มทุน สิทธิในการได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ เป็นต้น
*หมายเหตุ นักลงทุนหุ้นในประเทศไทยต้องเสียภาษีเงินปันผลโดยหัก ณ ที่จ่ายเป็นจำนวน 10% ของมูลค่าปันผลทั้งหมดที่ได้ แต่จะยื่นขอคืนจากรัฐบาลได้ตอนยื่นเสียภาษีประจำปี หรือที่เรียกว่า “เครดิตภาษี”
ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่พบเห็นกันทั่วไปไม่ว่าจะเป็น บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ พระเครื่อง ฯลฯ ส่วนมากเมื่อซื้อมาแล้วต้องใช้เวลานานกว่าจะหาคนมาซื้อต่อได้ หรือเรียกว่ามีสภาพคล่องต่ำนั่นเอง แต่การซื้อขายหุ้นนั้นผู้ลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ง่ายในราคาที่เราพอใจ และเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้นก็จะมีการส่งมอบและโอนความเป็นเจ้าของหุ้นได้ทันที แต่ทั้งนี้ หุ้นของแต่ละบริษัทอาจมีสภาพคล่องที่ต่างกัน โดยบริษัทที่ได้รับความนิยมก็จะซื้อขายได้ง่ายกว่า
- สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานได้
หากหุ้นที่เราถืออยู่เป็นกิจการที่แข็งแกร่ง เป็นผู้นำในตลาด เราสามารถส่งต่อหุ้นในพอร์ตของเราให้ทายาทเป็นผู้ถือและรับส่งความมั่งคั่งจากหุ้นดังกล่าวต่อไปได้
เอาล่ะ ... ถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะอยากลงทุนในหุ้น
คลิกที่นี่ เพื่อสมัครเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กันเลย !!
รายละเอียดเพิ่มเติมวิธีการเปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ สะดวก ทันใจ ไม่ต้องส่งเอกสาร
คลิกที่นี่