Tips
ช่วงนี้ใครๆก็พูดถึงเรื่องของเงินคงคลัง!! บ้างก็สงสัยว่า "อยู่ๆทำไมเงินคงคลังน้อยลง" จากนั้นก็เกิดเป็นคำถามว่า... "รัฐบาลถังแตกจริงหรือ ?" วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันอย่างง่ายๆ กันนะคะ :)
**ระดับเงินคงคลัง ณ สิ้นปี = รายได้ - รายจ่าย + ดุลเงินนอกงบประมาณ + เงินกู้ของรัฐ + เงินคงคลังต้นปี**
รายได้ของรัฐบาล มาจากภาษีอากรต่างๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ฯลฯ ส่วนรายจ่ายก็ใช้จ่ายไปกับการลงทุน หากรายได้น้อยกว่ารายจ่าย ก็เกิดการ "ขาดดุล" พอขาดดุลก็ต้องกู้กันต่อไป...เงินคงคลังล่าสุดอยู่ในระดับ 74,907 ล้านบาท แต่จะเห็นได้ว่าเงินกู้ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนๆ เพราะหากถ้ากู้เงินมาเก็บไว้เฉยๆ ก็จะเกิดเป็นภาระดอกเบี้ยเงินกู้ของรัฐบาล เนื่องจากเงินคงคลังก็มาจากเงินกู้นั้นเอง...
เงินคงคลัง คืออะไร ?ลองมองตัวเองในมุมของผู้ประกอบการ หากเราทำธุรกิจ ร้านค้า ร้านอาหารเล็ก ได้รับรายได้เข้ามาทุกๆเดือน โดยปกติแล้วเราก็ต้องเอาจำนวนเงินนั้นมาหักค่าใช้จ่ายออกไป ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ ค่าเช่า ฯลฯ ส่วนต่างเงินที่เหลือนั้น ก็จะเก็บไว้ใช้เท่าที่จำเป็น นั่นแหละที่เรียกว่า "เงินคงคลัง" หากเราเป็นผู้ประกอบการ เราคงไม่อยากเก็บเงินสดเยอะๆ ไว้ให้อยู่เฉยๆ หรือทำได้ดีแค่การฝากธนาคารรับดอกเบี้ยไปวันๆ (เผลอๆดอกเบี้ยยังน้อยกว่าเงินเฟ้อเสียอีก) ขืนทำอย่างนั้นอาจเกิดค่าเสียโอกาสที่จะนำเงินนั้นไปใช้เพื่อลงทุนพัฒนา ขยายร้านกันพอดี...
มาดูเงินคงคลังย้อนหลังไป 5 กันบ้างว่าเป็นอย่างไร ?
**ระดับเงินคงคลัง ณ สิ้นปี = รายได้ - รายจ่าย + ดุลเงินนอกงบประมาณ + เงินกู้ของรัฐ + เงินคงคลังต้นปี**
รายได้ของรัฐบาล มาจากภาษีอากรต่างๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ฯลฯ ส่วนรายจ่ายก็ใช้จ่ายไปกับการลงทุน หากรายได้น้อยกว่ารายจ่าย ก็เกิดการ "ขาดดุล" พอขาดดุลก็ต้องกู้กันต่อไป...เงินคงคลังล่าสุดอยู่ในระดับ 74,907 ล้านบาท แต่จะเห็นได้ว่าเงินกู้ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนๆ เพราะหากถ้ากู้เงินมาเก็บไว้เฉยๆ ก็จะเกิดเป็นภาระดอกเบี้ยเงินกู้ของรัฐบาล เนื่องจากเงินคงคลังก็มาจากเงินกู้นั้นเอง...
ต้องรอดูกันต่อไปว่ารัฐบาลจะมีการบริหาจัดการเงินคลังต่อไปอย่างไร ? แต่ไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลยังมีวงเงิน Short-Term ที่ต้องการกู้เมื่อไรก็กู้ได้....
Mutual Fund
Tips
Tips
Investing
Equity
Tips