พบกับทีม BLS Global Investing กันอีกเช่นเคยค่ะ สำหรับ 5 หุ้นสุดฮิต ในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม ประจำเดือนส.ค. 65 นับตั้งแต่ 1-31 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา โดยวันนี้ทางทีมของเราจะพาไปอัปเดตข้อมูลและตัวเลขที่น่าสนใจของหุ้นที่กำลังมาแรงจากทั้ง 3 ตลาดกันค่ะ
5 หุ้นยอดฮิต ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
1. Tesla Inc. (TSLA.US)
รถยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมในตลาด ราคาของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ และยังคงเป็นที่ต้องการทั่วโลก ยอดสั่งซื้อของ Tesla พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเมื่อต้นปีนี้ โดยในไตรมาส 2 ปี 65 Tesla ได้เพิ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ประมาณ 25% เมื่อเทียบเป็นรายปี อยู่ที่ 258,580 คัน
2. Nio (NIO.US)
NIO เป็นผู้ผลิตรถยนต์ข้ามชาติของจีนซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า บริษัทเป็นที่รู้จักในด้านการพัฒนาสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์เพื่อเป็นทางเลือกแทนสถานีชาร์จทั่วไป
3. Palantir Technologies (PLTR.US)
บริษัทซอฟต์แวร์สาธารณะของอเมริกาที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ มีการเติบโตของรายได้จากสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2 อยู่ที่เกือบ 26% เป็นก้าวที่ดีของการเติบโตแบบ Standalone แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงเติบโตได้ดี และแพลตฟอร์มของบริษัทยังคงเป็นที่ต้องการต่อลูกค้า
4. The Trade Desk (TTD.US)
Trade Desk เป็นบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการการตลาดอัตโนมัติแบบเป็นโปรแกรมแบบเรียลไทม์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปรับแต่งการนำเสนอเนื้อหาดิจิทัลให้กับผู้ใช้ ผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Trade Desk ออกมาเมื่อต้นเดือนส.ค. 65 นี้ และรายงานรายได้พุ่งขึ้นถึง 34.6% เมื่อเทียบเป็นรายปีสู่ 377 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 364.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
5. Amazon.com (AMZN.US)
บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติอเมริกันที่มุ่งเน้นด้าน E-Commerce, Cloud Computing, Digital Streaming และ AI ได้รับการขนานนามว่าเป็น "หนึ่งในพลังทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก" และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุด อันดับ 2 ของโลก อยู่ที่ 350.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เป็นอย่างไรบ้างคะ…สำหรับ 5 หุ้นสุดฮิต 5 จากสหรัฐอเมริกา หากต้องการเป็นเจ้าของหุ้นเหล่านี้ ปัจจุบันก็มีอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถลงทุนในต่างประเทศได้ง่าย และ สะดวก ผ่านตลาดหุ้นไทย ด้วย DR นั่นเอง โดยเฉพาะ DR “NDX01” ที่ตอบโจทย์การลงทุนในหุ้นยอดฮิต 2 ใน 5 ที่เรานำมาวันนี้ อย่าง Tesla และ Amazon.com ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่อยู่ในดัชนี NASDAQ 100 ลงทุนอ้างอิงโดย ChinaAMC NASDAQ 100 ETF (3086.HK) ที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิงของ DR “NDX01” โดย Tesla มีสัดส่วนในดัชนีคิดเป็น 4.6% ในขณะที่ Amazon.com มีสัดส่วนที่ราว 7% ของดัชนี ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 65
5 หุ้นยอดฮิต ในตลาดหุ้นฮ่องกง
1. Alibaba Group Holding Ltd. (9988.HK)
ยังคงครองอันดับ 1 สำหรับหุ้นสุดฮิตในตลาดฮ่องกงอย่าง Alibaba Group ให้บริการแพลตฟอร์มที่หลากหลายกว่า 12 ธุรกิจ เช่น Alibaba, Taobao, Lazada เป็นต้น โดยในไตรมาสล่าสุด Alibaba มี รายได้อยู่ที่ 205,555 ล้านหยวน โดยธุรกิจ E-Commerce ในปี 65 มีผู้ใช้งานมากกว่า 123 ล้านคนต่อปี อีกทั้งยังมีการเติบโตของรายได้จากกลุ่มคลาวด์ 10% เมื่อเทียบเป็นรายปี เป็น 17,685 ล้านหยวน
2. Xiaomi Corp. (1810.HK)
บริษัทสัญชาติจีน หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายสมาร์ทโฟน มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ที่ 12.6% คำนวณจากยอดขายสมาร์ทโฟนในไตรมาส 1 ปี 65 และมีรายได้รวมถึง 73.4 พันล้านหยวน กำไรสุทธิอยู่ที่ 2.9 พันล้านหยวน โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้จากการจำหน่ายสมาร์ทโฟนถึง 208.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นราว 30% จากปีก่อน นอกจากนี้ Xiaomi ยังเป็นผู้สร้างอุปกรณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะ และยังเป็นผู้สร้างแพลต์ฟอร์ม AIoT หรือ Artificial Intelligence of Things ที่เชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ Xiaomi อยู่มากกว่า 434 ล้านเครื่องในปัจจุบัน
3. Yidu Tech (2158.HK)
บริษัทที่พัฒนาชุดโซลูชันด้านการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งตอบสนองความต้องการที่สำคัญของผู้เข้าร่วมรายใหญ่ในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ รวมถึงโรงพยาบาล ผู้ป่วย ผู้กำกับดูแล ผู้กำหนดนโยบาย บริษัทด้านชีววิทยาศาสตร์ และบริษัทประกันภัย เติบโตอย่างมากตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโตวิด 19 อีกทั้ง Yidu Tech ยังมีแผนสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และยังคงปรับปรุงโครงสร้างการกำกับดูแล ESG อย่างต่อเนื่อง Yidu Tech กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานอย่างชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยี เช่น AI, Big data, Cloud Computing เพื่อส่งเสริม การดูแลสุขภาพที่ แม่นยำและสามารถเข้าถึงได้
4. Tencent Holdings (700.HK)
กลุ่มบริษัทข้ามชาติด้านเทคโนโลยีและความบันเทิง เป็นหนึ่งในบริษัทมัลติมีเดียที่ทำรายได้สูงสุดในโลกโดยพิจารณาจากรายได้ที่ 134 พันล้านหยวนในไตรมาส 2 ปี 65 แม้ว่าจะไม่มีการเปิดตัวเกมขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา แต่ Tencent ก็สังเกตเห็นความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการเปิดตัวเกมล่าสุด เช่น Arena Breakout และ Fight of the Golden Spatula
5. Weimob (2013.HK)
บริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักในการจัดหาโซลูชันการค้าและการตลาดบนระบบคลาวด์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ให้บริการโซลูชั่นการค้าและการตลาดที่หลากหลายแก่ลูกค้าผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการการตลาดที่ตรงเป้าหมาย ผลิตภัณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 บริการหลัก ได้แก่ Commerce Cloud, Marketing Cloud และ Sales Cloud Weimob ซึ่งดำเนินธุรกิจในตลาดภายในประเทศ
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลงทุนในบริษัทชั้นนำในจีน สามารถลงทุนได้สะดวก ผ่าน DR “STAR5001”, “CN01” และ “CNTECH01” ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน สามารถลงทุนได้แล้ววันนี้ผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย ในแอปฯ Streaming
DR STAR5001 มีหลักทรัพย์อ้างอิง คือ Premia China STAR50 ETF หรือสัญลักษณ์ “3151.HK” ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และลงทุนอ้างอิงดัชนี STAR 50 โดย ETF ดังกล่าว จะประกอบด้วยหุ้นขนาดกลางและเล็กจำนวน 50 บริษัท เรียงตามมูลค่าตลาดบนกระดาน STAR โดยหุ้นในดัชนีส่วนใหญ่เน้นไปที่หุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หลากหลายประเภทธุรกิจ
DR CN01 มีหลักทรัพย์อ้างอิง คือ ChinaAMC CSI 300 Index ETF หรือสัญลักษณ์ “3188.HK” ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ลงทุนอ้างอิงดัชนี CSI 300 โดย ETF ดังกล่าว เน้นลงทุนหุ้น A-Share 300 ตัวแรกตามมูลค่าตลาด และจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น โดยจะประกอบไปด้วยหุ้น Blue Chip ทั้ง Old และ New Economy
DR CNTECH01 มีหลักทรัพย์อ้างอิง คือ ChinaAMC Hang Seng TECH Index ETF หรือสัญลักษณ์ “3088.HK” ที่กำลังจะเปิดตัวพร้อมกันกับ CN01 และลงทุนอ้างอิงดัชนี Hang Seng TECH เน้นลงทุนหุ้นบริษัทจีนและฮ่องกงขนาดใหญ่ ชั้นนำ และเป็นที่รู้จักระดับสากล โดยจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง จำนวน 30 ตัว เรียงตามมูลค่าตลาด (Alibaba มีสัดส่วน 8.0%, Xiaomi มีสัดส่วน 8.6%, และ Tencent มีสัดส่วน 7.1% ของดัชนี ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 65)
5 หุ้นยอดฮิต ในตลาดหุ้นเวียดนาม
1. FPT Digital Retail (FRT.VN)
บริษัท FPT Digital Retail Joint Stock Company ดำเนินการเครือข่ายค้าปลีกที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดิจิทัลอุปกรณ์สารสนเทศ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป และอุปกรณ์เสริม ตลอดจนบริการด้านเทคโนโลยี การสื่อสารแบบไร้สาย และบริการทางการเงินอื่นๆ ผ่านร้านค้าของ FPT Shop ยา อุปกรณ์การแพทย์ และอาหารที่มีประโยชน์ จำหน่าสินค้า Apple ผ่านร้านค้า F.Studio นอกจากนี้ยังมีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม บริษัทยังประกอบธุรกิจคลังสินค้า ณ วันที่ 31 ธ.ค. 64 ได้เปิดร้าน FPT Shop จำนวน 647 แห่งและร้านขายยา Long Chau 400 แห่งในเวียดนาม
2. Saigon Beer Alcohol Beverage (SAB.VN)
กิจกรรมทางธุรกิจหลักของบริษัท ได้แก่ การผลิตเบียร์และเบียร์ กลั่นแอลกอฮอล์และไวน์ การขายส่งมอลต์และวัตถุดิบอื่นๆ ไปยังโรงเบียร์ การผลิตน้ำอัดลมและเครื่องดื่มอื่นๆ นอกจากนี้ Sabeco ยังมีส่วนร่วมในการค้าส่งและการขายปลีกเบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มผ่านทางบริษัทในเครือ รวมถึงยังประกอบธุรกิจการผลิต ติดตั้ง และบำรุงรักษาเครื่องจักรผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนการผลิตกระป๋องโลหะ บรรจุภัณฑ์และภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม ในไตรมาส 2 ปี 65 ที่ผ่านมามีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 67% ซึ่งสูงถึง 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
3. Vincom Retail (VRE.VN)
เป็นบริษัทในเวียดนามที่ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาและดำเนินการด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก โดยเฉพาะการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก กิจกรรมทางธุรกิจหลักของบริษัท ได้แก่ การพัฒนาและดำเนินการศูนย์การค้า รวมถึงการให้เช่าร้านค้าปลีกในห้างสรรพสินค้า ซึ่งประกอบด้วย Vincom Center, Vincom Mega Mall, Vincom Plaza และ Vincom+ บริษัทยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงานให้เช่าและขาย
4. Transport & Industry Development Investment (TCD.VN)
บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างระบบขนส่ง งานอุตสาหกรรมและงานโยธา การขุดและการแปรรูปหินก่อสร้าง การผลิตและการค้าสินค้าเกษตร โดยดำเนินธุรกิจด้านวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก บริษัทได้แบ่งงานออกเป็น 4 ส่วนงาน คือ ส่วนงานผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เหมืองหินและแปรรูปหินมิติ ส่วนงานบริการที่ส่งออกแรงงาน ส่วนงานที่จัดเตรียมการนำเข้าส่งออกสินค้าการเกษตร และส่วนการก่อสร้างประเภทโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจร เช่น ทางหลวง สะพาน และอุโมงค์ ตลอดจนอาคารอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม
5. Century Land (CRE.VN)
บริษัทประกอบธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในเวียดนามและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังให้บริการให้คำปรึกษา การจัดการ และการโฆษณา และบริการเสริมที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น อินเทอร์เน็ต การส่งเสริมการค้า และบริการวิจัยตลาด สิทธิการใช้ที่ดินสำหรับเจ้าของ ผู้ใช้ และผู้เช่า และบริการประมูลอสังหาริมทรัพย์
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลงทุนในบริษัทชั้นนำในเวียดนาม อีกหนึ่งทางเลือกคือ...การลงทุนผ่าน DR “E1VFVN3001” และ DR “FUEVFVND01”
DR “E1VFVN3001” มีหลักทรัพย์อ้างอิง คือ DCVFMVN30 ETF (E1VFVN30.VN) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม ลงทุนอ้างอิงดัชนี VN30 ของเวียดนาม (FPT มีสัดส่วน 6.6%, SAB มีสัดส่วน 1.1%, VRE มีสัดส่วน 2% ของดัชนี ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 65)
DR “FUEVFVND01” มีหลักทรัพย์อ้างอิง คือ DCVFMVN DIAMOND ETF ที่นักลงทุนไทยรู้จักดี อ้างอิงดัชนี VN DIAMOND และออกโดย Dragon Capital VietFund Management (DCVFM) ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) รวมสูงที่สุดในเวียดนาม (FPT มีสัดส่วน 15.2% ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.65)
ที่มา: electrek, SeekingAlph, Yidutec, Prnewswir, gamedevelope, Bloomberg, Reuters, Vir, Marketscreener, Jitta, Investing
เรียบเรียงโดย:
ศิวพรรณ ประดิษฐ์กุล Supervisor: Global Investing Solutions, บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง
ภัทริกา สุทนุจินดา Product Specialist: Global Investing Solutions, บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง
ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ย. 65
🚨 เปิดบัญชีออนไลน์ ผ่านแอปฯ Wealth CONNEX และใช้งานแอปฯ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากทีม BLS Global Investing รวดเร็วกว่าใคร! ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในการเปิดบัญชีผ่าน Wealth CONNEX คลิก https://bls.tips/openglobalinvesting-wc
📌 โอนเงินในวันอังคาร หรือพุธเวลาใดก็ได้ TRANSFREE ฟรี! ค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปต่างประเทศ สูงสุดถึง 3,000 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://bls.tips/globalinvesttransfer