By BLS Private Fund
หลายท่านคงเคยได้ยินวลีที่ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน หรือไม่ก็อาจมีประสบการณ์โดยตรงมาไม่มากก็น้อยกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นแม้กับสิ่งที่เรามั่นใจ
โดยในแวดวงของตลาดทุนที่ราคาของสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลกนอกจากจะถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางพื้นฐานแล้วยังถูกขับเคลื่อนด้วยแรงเก็งกำไรและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จึงทำให้ไม่มีสินทรัพย์ใดขึ้นได้ตลอดกาล หรือไปในทิศทางเดียวกันตลอดเวลา
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด หากเลือกลงทุนในสินทรัพย์เดียว ความผันผวนของพอร์ตจะถามหาเราเสมอ อย่างที่ผ่านมาหลายปี เราจะเห็นว่าในช่วงที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ สินทรัพย์หลายๆ ประเภทนั้นมีโอกาสที่ จะแกว่งตัวขึ้นลงได้เป็น 100% หรือกระทั้งติดลบมากกว่า 100% ก็เป็นได้ เช่น
เหตุการณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนทางราคาแบบสุดโต่งที่ชัดเจนที่สุดคือเหตุการณ์วิกฤตราคาฟิวเจอร์สน้ำมันNYMEXในช่วงโควิด-19 ที่ราคามีการปรับตัวลงภายในวัน ณ วันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2020 ถึง -306% หรือ จากราคาเปิดที่ $17.73 และปิดสิ้นวันที่ -$37.63 หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลง$55.36 ก่อนจะกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนช่วงโควิดภายในเวลา 2 ปี จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการเปิดประเทศ และ ปัจจัยเรื่องสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน

หรือตัวอย่างราคาดัชนี VN30 มีการปรับตัวลงกว่า -45% จากช่วงต้นปี สาเหตุจากความกังวลเรื่องความไม่โปร่งใสของการออกหุ้นกู้โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์

และแม้กระทั่งความผันผวนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี่ก็มีความผันผวนสูงมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะ Bitcoin แต่ยังมีเงินสกุลดิจิทัล อื่นๆเช่น ล่าสุดมูลค่าเหรียญ FTT ซึ่งออกโดยบริษัท FTX แพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโตที่เคยใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตทั่วโลก ปรับตัวลงกว่า 94% ในเวลา 13 วัน จากการผลิตเหรียญขึ้นเองเพื่อค้ำประกันมูลค่าสินเชื่อให้แก่บริษัทในเครือเดียวกัน และจากความไม่โปร่งใสในแพลตฟอร์ม
แม้เราจะไม่ได้ลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซี่โดยตรง แต่ความเสียหายดังกล่าวอาจส่งผลมาถึงสินทรัพย์ประเภทหุ้นหรือกองทุนบางประเภทที่ลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวโดยตรง หรือ ทางอ้อมจากบรรยากาศความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยรวมที่แย่ลงได้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความผันผวนของราคาสินทรัพย์ต่างๆในช่วงสภาวะไม่ปกตินั้นสามารถปรับตัวได้อย่างเหนือความคาดหมายซึ่งหากเราลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป หรือจัดสรรน้ำหนักการลงทุนที่ไม่เหมาะสม อาจนำมาซึ่งภาวะขาดทุนทางบัญชีที่สูงมาก ซึ่งมีผู้ลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถทนต่อภาวะขาดทุนทางบัญชีจำนวนมากได้จนต้องตัดสินใจขายสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งออกไป จนทำให้ความมั่งคั่งที่สั่งสมมานานหายไปได้ภายในเวลาอันสั้น
ราคาสินทรัพย์ในประเภทที่ต่างกัน หรือแม้ ในประเภทเดียวกันแต่ต่างภูมิภาค ก็ยังมีทิศทางการเคลื่อนไหวที่ต่างกันออกไป ดังนั้นการปกป้องเงินลงทุนจากความผันผวนจึงต้องอาศัยการกระจายน้ำหนักการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่หลากหลายประเภทและหรือกระจายลงทุนในภูมิภาคที่แตกต่างกันเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ค่าเงิน การเมือง และนโยบายรัฐ ของแต่ละประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนขึ้นในสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจหรือการเกิดสงคราม

ดังนั้นจะดีกว่าไหมหากการกระจายการลงทุนที่ดูเหมือนเป็นเรื่องยากและซับซ้อน สามารถถูกแบ่งเบาไปได้ด้วยบริการ Auto Asset Allocation ที่คอยจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ตามแผนการลงทุนที่อ้างอิงจากระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้ และมีการปรับสมดุลพอร์ตตามสภาวะเศรษฐกิจ จากผู้จัดการกองทุนและทีมงานวิจัยจากบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง
BLS Top Funds Portfolio: Auto Asset Allocation
Auto Asset Allocation คือบริการจัดพอร์ตการลงทุนตามรูปแบบบทวิเคราะห์ “การจัดพอร์ตสินทรัพย์และแนวโน้มการลงทุน (Asset Allocation)” ของหลักทรัพย์บัวหลวง ซึ่งใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) โดยนำเอาทฤษฎี Black-litterman Model ประกอบกับมุมมองของนักวิเคราะห์มากำหนดสัดส่วนการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งจะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆผ่านกองทุนรวมที่บริษัทจัดการเป็นผู้คัดเลือกจาก 18 บลจ. ชั้นนำ โดยใช้ทั้งการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณมาคัดเลือกกองทุนรวมชั้นนำ โดยปัจจัยในการคัดเลือกได้แก่
- ตรวจสอบผลตอบแทนย้อนหลังทั้งระยะสั้นและระยะยาว (Return Factor)
- ตรวจสอบความผันผวนย้อนหลัง (Risk Factor)
- วัดความคุ้มค่าการลงทุน (Sharpe Ratio)
- ตรวจสอบความสม่าเสมอของผลตอบแทน (Consistency Factor)
- นำแต่ละปัจจัยมาให้คะแนนและจัดอันดับ โดยจะเลือกกองทุนที่มีอันดับคะแนน อยู่ใน 1st Quartile
พอร์ตการลงทุนแบบ Asset Allocation แบ่งออกได้เป็น 4 กลยุทธ์ย่อย โดยแต่ละกลยุทธ์จะมีน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ที่ต่างกันออกไปตามระดับของความเสี่ยงเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของผู้ลงทุน คือ
- Conservative Asset Allocation (CAA)
- Moderate Asset Allocation (MAA)
- Aggressive Asset Allocation (AAA)
- Dividend Income Asset Allocation (DAA)*
*หมายเหตุ: Dividend Income Asset Allocation (DAA) เป็นกลยุทธ์เดียวที่มีการจ่ายเงินปันผล
ตัวอย่างการจัดพอร์ตการลงทุน
จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าพอร์ตการลงทุนมีการกระจายน้ำหนักการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภทในสัดส่วนที่ต่างกัน เป็นผลให้พอร์ตการลงทุนทั้ง 4 แบบสามารถลดผลกระทบจากการถือครองสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมากจนเกินไป โดยที่ยังสามารถรักษาผลตอบแทนให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยงในแต่ละพอร์ตการลงทุนได้ โดยสามารถดูได้จากภาพด้านล่างซึ่งแสดงผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน CAA, MAA, AAA และ DAA เทียบกับผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภท
ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน CAA เทียบกับผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่เข้าไปถือครอง
สัดส่วนการลงทุนของพอร์ต CAA ที่เข้าไปถือครองสินทรัพย์ต่างๆในแต่ละช่วงเวลา
ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน MAA เทียบกับผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่เข้าไปถือครอง
สัดส่วนการลงทุนของพอร์ต MAA ที่เข้าไปถือครองสินทรัพย์ต่างๆในแต่ละช่วงเวลา
ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน AAA เทียบกับผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่เข้าไปถือครอง
สัดส่วนการลงทุนของพอร์ต AAA ที่เข้าไปถือครองสินทรัพย์ต่างๆในแต่ละช่วงเวลา

ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุน DAA เทียบกับผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่เข้าไปถือครอง
สัดส่วนการลงทุนของพอร์ต DAA ที่เข้าไปถือครองสินทรัพย์ต่างๆในแต่ละช่วงเวลา
หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานย้อนหลังเป็นข้อมูลจากการทดสอบพอร์ตจำลองที่ลงทุนต่อเนื่อง ในช่วงเวลา01/02/2019 – 28/10/2022 ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายของการทำธุรกรรมของการซื้อขายหน่วยลงทุน ทั้งนี้จำนวนเงินลงทุนที่ต่างกันอาจ ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนมีความแตกต่างกัน
โดยสรุปแล้วความผันผวนในตลาดทุนนั้นเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่อย่างไรก็ตามการจัดพอร์ตการลงทุนที่กระจายน้ำหนักและสินทรัพย์อย่างเหมาะสมจะสามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะสั้นได้ เพื่อรักษาเงินลงทุนและสร้างผลตอบแทนในระยะยาวอย่างยั่งยืน
อีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนกับ Auto Asset Allocation ที่ช่วยบริหารพอร์ตการลงทุนผ่านกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ ด้วยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์มั่นคงผ่านกองทุนรวม เริ่มต้นลงทุนเพียง 500,000 บาท เมื่อสมัครผ่านช่องทาง Wealth CONNEX สามารถศึกษาขั้นตอนการสมัครบริการได้ที่นี่ https://bls.tips/BLSTopFundsPortfolioOpenAccount
ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้แนะนำการลงทุนหรือ BLS Customer Service
โทรศัพท์ 0-2618-1111 หรือ Email : [email protected]






