8661
8661

“เครื่องมือวัดความเสียว ... ตอนที่ 3”

“เครื่องมือวัดความเสียว ... ตอนที่ 3”


ทุกท่านอาจจะเคยได้ยินและได้ใช้ Sharpe Ratio กันแน่ อันเนื่องมาจากการที่อัตราส่วนตัวนี้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้งานง่าย การคำนวณไม่ซับซ้อน ถึงขนาดที่การเรียนทุกหลักสูตรที่เกี่ยวกับการเงินการลงทุน จะต้องมีการพูดถึงอัตราส่วนตัวนี้ในการเรียนการสอนอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการที่กล่าวมาทำให้ Sharpe Ratio กลายเป็น “เซเลป” แห่งวงการอัตราส่วน และนี่คืออัตราส่วนตัวแรก ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ครับ

Sharpe Ratio (William F. Sharpe) ถูกคิดค้นมาเพื่อใช้วัดความสามารถในการบริหารของกองทุนต่าง ๆ ในแง่ของความสามารถในการทำกำไรที่สม่ำเสมอ โดยจะวัดจากการนำส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเฉลี่ยและผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (เช่น พันธบัตรรัฐบาล) จากนั้นเทียบกับ S.D. ของกองทุนนั้น ๆ ครับ

Sharpe Ratio = (Avg. Return – Risk Free Rate) / Return’s S.D.

โดยผลจากการคำนวณนั้น เปรียบเหมือนการให้คะแนนเพื่อวัดประสิทธิภาพการบริหาร ซึ่งเราสามารถสรุปได้ว่า กองทุนกองไหนที่มีคะแนนมากกว่า 1 จะถือว่ากองทุนกองนั้นมีการบริหารจัดการการลงทุนที่ดี แต่ในทางสากลแล้ว Sharpe Ratio จะเป็นอัตราส่วนที่ใช้ในการเปรียบเทียบระหว่างกองทุน เพื่อดูว่ากองทุนกองไหนที่มีการบริหารการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่ากัน ซึ่งเป็นคุณประโยชน์ที่โดดเด่นที่สุดของ Sharpe Ratio ครับ

อย่างไรก็ตามด้วยการที่ Sharpe Ratio เป็นการคำนวณโดยใช้ความผันผวนเป็นตัวแปรหลัก มันจึงให้คะแนนที่สูงมากแก่กองทุนที่มีผลการดำเนินงานสม่ำเสมอ แต่กลับให้คะแนนต่ำกับกองทุนที่มีผลตอบแทนผันผวนและไม่คงที่ แม้จะมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่ากองแรกก็ตาม ซึ่งนี่ถือเป็นข้อเสียข้อเดียวของ Sharpe Ratio และด้วยข้อเสียข้อนี้นี่เอง ที่ทำให้ในวงการอัตราส่วน เริ่มมีคนพูดถึง “Sortino Ratio” กันมากขึ้นครับ

Sortino Ratio (Frank A. Sortino) เจ้าอัตราส่วนที่มีชื่อแปลกตัวนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อปิดจุดอ่อนของ Sharpe Ratio โดยเฉพาะ โดย Sortino มีหลักการง่ายๆว่า

“ความผันผวน มีทั้งความผันผวนในแง่ลบ (ทำให้ผลตอบแทนต่ำกว่าคาด) และความผันผวนในแง่บวก (ทำให้ผลตอบแทนสูงกว่าคาด) ซึ่งแน่นอนว่าเราทุกคนอยากให้มีความผันผวนในแง่บวก แล้วเหตุไฉนเราจึงต้องเอามันมาร่วมคำนวณ?”

ด้วยเหตุนี้นี่เอง การคำนวณของ Sortino Ratio จึงเป็นการใช้ S.D. เฉพาะปีที่ผลตอบแทนติดลบมาร่วมคำนวณเท่านั้นครับ

Sortino Ratio = (Avg. Return – Risk Free Rate) / Negative Return’s S.D.

สำหรับการอ่านค่านั้น สามารถใช้หลักการเดียวกับ Sharpe Ratio ได้ โดยเทียบกันกับกองทุนอื่น ๆ หากกองทุนไหนที่ให้คะแนนสูงกว่า ก็แสดงว่ามีประสิทธิภาพในการบริหารมากกว่าครับ โดยเจ้า Sortino Ratio นั้น ถือว่าเป็นที่นิยมมากสำหรับกองทุนประเภท Aggressive โดยเฉพาะพวก Hedge Fund ที่มีการลงทุนแบบเน้นสร้างผลตอบแทนสูง ๆ มักจะใช้อัตราส่วนตัวนี้มาวัดประสิทธิภาพในการบริหารกัน ส่วนผู้อ่านทุกท่านเอง ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกองทุนที่ท่านสนใจอยู่ หรือพอร์ตการลงทุนของตัวเองได้ครับ โดยอาจจะใช้ Sharpe Ratio กับกองทุนประเภทที่เน้นสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ และใช้ Sortino Ratio กับกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น Growth Stock หรือพวก Trend Following ที่ผลตอบแทนในแง่บวกจะมีความผันผวนมาก

“ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ... แต่ลดได้ ... ด้วยการเรียนรู้มัน เข้าใจมัน และจัดการกับมัน”

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ AFPT™


บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง