เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าสำหรับคนที่ได้เคยศึกษาเรื่องการลงทุน หรือกระทั่งคนที่กำลังเก็บหอมรอมริบอยู่นั้น ต่างต้องเคยได้ยินคำว่า "ออมในหุ้น" กันอย่างแน่นอน ... แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าต้องทำยังไง? จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่? หรือจะมีสักกี่คนที่รู้จริงๆ ว่า "การออมในหุ้นนั้น" มันดีอย่างที่เขาพูดจริงหรือเปล่า? ... วันนี้ผมจะมาไขข้อสงสัยให้ดูครับ
อะไรคือ "ออมในหุ้น" ?
พื้นฐานของความหมายของคำว่าออม คือการเก็บเงินไว้ในที่หนึ่ง ในระยะเวลาหนึ่ง อย่างเป็นประจำ ต่อเนื่อง เช่นการหยอดกระปุกออมสินทุกวัน การฝากประจำกับธนาคารทุกเดือน เป็นต้น แต่การออมในหุ้น ก็แค่เปลี่ยนที่ที่เงินจะไปออม จากกระปุกออมสิน จากสมุดบัญชีเงินฝาก มายังหุ้น มายังกองทุน และปล่อยให้การลงทุนนั้นๆ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินออมของเรา
"สิ่งสำคัญสำหรับการออมในหุ้นหรือกองทุนนั้น ไม่ใช่จำนวนเงินที่จะออมในแต่ละครั้ง แต่เป็นวินัย และระยะเวลาในการออม..."
โดยคุณควรมีระยะเวลาการออมอย่างน้อยๆ 3 - 5 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นไป เพื่อให้สามารถทนอยู่ได้ในสภาวะที่มีความผันผวนสูงได้ โดยหยอดเงินลงมาสักจำนวนหนึ่ง ไม่ต้องมาก เอาที่เราพออยู่ได้อย่างสบายใจ อย่างการออมในกองทุนหุ้นนั้น ก็ใช่เงินขั้นต่ำแค่เดือนละ 1,000 บาทเท่านั้นเองครับ
ข้อดีของการออมในกองทุนหุ้น
การออมในกองทุนหุ้น ข้อดีอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ด้วยเงิน 1,000 บาทนั้น กองทุนจะทำให้คุณจะสามารถซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ได้เป็นสิบๆ ตัว อย่างถ้าคุณซื้อกองทุน SET50 คุณก็จะได้ลงทุนในหุ้น 50 ตัวแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถ้าเอาจริงๆ การจะซื้อหุ้นให้ได้ทั้ง 50 ตัวนั้นอาจต้องใช้เงินลงทุนหลายแสนบาทเลยทีเดียว ทำให้โดยสรุปแล้วจะมีข้อดีของการออมในหุ้นดังนี้ครับ
- สร้างวินัยในการออมเงิน
- ใช้เงินลงทุนน้อย (แค่เดือนละ 1,000 บาทก็ออมได้แล้ว)
- กระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนของกองทุนรวม
- ไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวน เน้นลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
- แก้ปัญหาการซื้อกองทุนช่วงปลายปี สำหรับคนที่อยากซื้อ LTF&RMF
แล้วผลตอบแทนดีจริงหรือเปล่า?
ผมได้ลองคัดเลือกกองทุนหุ้นไทยจาก 17 บริษัทจัดการชั้นนำที่หลักทรัพย์บัวหลวงเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ เพื่อที่จะหากองทุนที่มีความเหมาะสมที่จะใช้มาเป็นแหล่งเงินออมได้ จากนั้นได้ลองจำลองข้อมูลเสมือนว่าเราได้ออมเงินในกองทุนกองนี้ เดือนละ 1,000 บาท โดยลงทุนนาน 10 ปี ผลที่ออกมาเป็นแบบไหน ลองมาดูกันครับ
คุณจะเห็นว่าด้วยเงินลงทุนเดือนละ 1,000 บาท ออมเงินเป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ 120 เดือนนั้น การลงทุนในกองทุนหุ้นนี้เพิ่มมูลค่าเงินลงทุนให้กลายเป็น 261,701 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 14.17% ต่อปีเลยทีเดียว ในขณะที่การออมเงินใน SET Index เดือนละ 1,000 บาทเช่นเดียวกันนั้น สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 9.05% เท่านั้นครับ
"อยากรู้ใช่ไหมว่าภายใต้หน้ากากนั้นเป็นกองทุนอะไร? สัปดาห์หน้า ... เราจะมาเปิดเผยกองทุนที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากทุเรียนกันนะครับ! (ผ่างงง!)"
อยากออมในกองทุนแล้ว ต้องทำอย่างไร?
อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องรอเป็นสัปดาห์หรอกกว่าจะรู้ว่าเป็นกองทุนอะไร เพราะเพียงแค่ท่านยกหูโทรศัพท์โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ IC ที่ดูแลบัญชีอยู่ หรือหากยังไม่มีบัญชีสามารถโทรขอคำปรึกษาได้ที่ 02-618-1111 Email: [email protected] ได้เลยครับ เพราะนอกจากกองทุนหุ้นไทยที่เราคัดมาให้ออมเงินกันแบบรายเดือนแล้ว ยังมีกองทุนหุ้นต่างประเทศสำหรับคนที่อยากกระจายความเสี่ยง และกองทุน LTF&RMF สำหรับคนที่อยากลดหย่อนภาษีด้วย โดยขั้นตอนง่ายๆ มีดังนี้ครับ
ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ AFPT™
[gravityform id="6" title="false" description="false"]

