กองทุน
1. โรคทรัพย์จาง
อาการ
นี่คือไข้หวัดแห่งวงการการเงิน ... ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักมีอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายขาดวิตามิน M (Money) พูดง่าย ๆ คือ "เงินน่ะมี ... แต่มันน้อย" พบได้ทั่วไปในกลุ่มวัยทำงาน และมีการระบาดหนักในช่วงกลางเดือนไปถึงสิ้นเดือน และอาการมักจะหายไปในช่วงเงินเดือนออกครับการรักษา
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะรักษาตามอาการ ไม่ใส่ใจที่จะรักษาให้หายขาด ซึ่งการจะรักษาให้หายขาดนั้น จำเป็นต้องวางแผนการใช้จ่ายใหม่ บริโภคให้น้อยกว่ารายจ่าย และเมื่อมีรายรับ ให้รีบหักไว้ออมก่อนทันที เพราะถ้าไปรอออมตอนสิ้นเดือน มันก็มักจะไม่มีเหลือมาให้ออมซะทีครับ2. โรคความต้องการในโลหิตสูง (แต่เงินในกระเป๋าต่ำ)
อาการ
โรคนี้เกิดจาก Lifestyle ของตัวผู้ป่วย และอาจส่งต่อกันทางกรรมพันธ์ด้วย ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักมีความต้องการที่จะบริโภคสิ่งต่าง ๆ สูง ไม่ว่าจะถูกหรือแพง สวนทางกับจำนวนเงินในกระเป๋า ที่ไม่ได้มีมากพอที่จะจ่ายทุกอย่างที่ตนเองต้องการ โดยในปี 2016 มีผลวิจัยจาก School of Moneycine รายงานมาว่า "ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะมีอาการลุกลามไปยังโรคทรัพย์จาง ชักหน้าไม่ถึงหลัง และโรคปวดเกษียณด้วย" (ว่าไปนั่น!)การรักษา
แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้จ่ายเงินของตัวเอง ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเริ่มการวางแผนออมเงินอย่างเป็นระบบ หากต้องการซื้อสิ่งไหน ให้ใช้การวางแผนออมเงิน ลงทุนมาช่วยในการเก็บเงินซื้อของสิ่งนั้น และแบ่งเงินไปลงทุน หรือกันเงินไว้ใช้สำรองฉุกเฉินบ้าง3. โรคหมดไหลย้อน
อาการ
โรคนี้มักเกิดจากการป่วยเป็นโรคทรัพย์จางก่อน และเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจึงมีอาการของโรคหมดไหลย้อนตามมา โดยอาการที่ว่าคือตัวผู้ป่วยมีเงินในกระเป๋าต่ำ จึงหาทางออกโดยการหยิบยืมเพื่อนฝูง ลามไปหาพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เกิดเป็นที่มาของโรค "หมดไหลย้อน" คือตัวเองไม่ได้หมดคนเดียว ไปทำให้เพื่อนฝูงญาติพี่น้องหมดด้วยครับการรักษา
ผู้ป่วยมักจะมีเหตุผลในการเป็นโรคนี้ว่า "ช่วงนี้ช็อต ... เตรียมเงินไม่ทัน ... มีเรื่องเดือดร้อน ... ขอมาหมุนก่อนเดี๋ยวเดือนหน้าเอามาคืน" แม้บางครั้งเราจะรู้ว่ามันไม่เป็นความจริง แต่ก็หลวมตัวเป็นเจ้าหนี้อยู่บ่อยครั้ง การรักษาจึงต้องเริ่มที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่าย ลดการใช้จ่ายในรายการที่ไม่จำเป็น หรือถ้าช็อตบ่อยจริง ๆ ก็ควรเตรียมเงินสำรองเผื่อไว้เลยครับ หากรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากจะมีเงินในกระเป๋า ยังเป็นการรักษามิตรภาพระหว่างกันไว้ด้วยครับ4. โรคปวดเกษียณ
อาการ
นี่คือเนื้อร้ายแห่งวงการการเงิน ความรุนแรงของโรคสูง หากปล่อยปะละเลยจนมีอาการเรื้อรัง จะทำให้รักษายากมาก ๆ และเริ่มระบาดในกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุ 40+ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัว หน้ามืด เครียด เนื่องจากรู้ตัวว่าเงินที่มีไม่พอจะเลี้ยงตัวเองตอนเกษียณ ครั้นจะไปพึ่งพาลูกหลานก็ลำบาก (เพราะลูกหลานก็ไม่ไหวเหมือนกัน) โดยจากผลสำรวจพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักเคยป่วยเป็นโรคทรัพย์จางมาก่อนการรักษา
ไม่มีการป้องกัน / ทุเลาโรค
สำหรับคนวัย 40+ ที่เริ่มรู้สึกว่าป่วยเป็นโรคปวดเกษียณแล้ว แนะนำว่าให้รีบปรึกษาทีมงานของหลักทรัพย์บัวหลวง หาแนวทางในการออมเงิน และเริ่มลงมือวางแผนเกษียณอย่างจริงจัง หากยังไม่เคยออมเงิน ก็ต้องเข้าโหมดรัดเข็มขัด ก่อนที่จะสายเกินไปครับ โดยมีผลวิจัยจากมหาลัยแห่งเดิมบอกว่า "เห็นสัญญาณการป่วยเป็นโรคนี้น้อยลงในกลุ่มคนที่มีการวางแผนออมเงินตั้งแต่อายุ 30+" โดยหากเริ่มออมเงินเร็ว เตรียมพร้อมเรื่องเกษียณเร็ว ยิ่งมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ได้น้อยครับ#ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ CFP®
กองทุน
แนะนำ
กองทุน
Tips
