หลายคนที่ลงทุนกองทุนรวม มักเจอปัญหาคลาสสิกเหล่านี้
- ถูกเชียร์ซื้อกองทุนฮิตติดกระแส ในวันที่ราคาขึ้นสูงไปแล้ว
- ไม่ได้ขายกองทุนเมื่อถึงเวลา จนพลาดโอกาสทำกำไร
- ซื้อไว้หลายกองทุน แต่ซ้ำซ้อนกัน เพราะไม่มีเวลาจัดพอร์ต
หนึ่งในทางออกของปัญหาเหล่านี้คือ การจัดพอร์ตกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ ผ่านบริการ Auto Top Funds Portfolio จากหลักทรัพย์บัวหลวง ที่ช่วยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายผ่านกองทุนรวม พร้อมปรับพอร์ตลงทุนอัตโนมัติตามสภาวะตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพ ความน่าสนใจก็คือ บริการนี้ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริหารพอร์ตเพิ่มเติม
กระบวนการลงทุนของ Auto Top Funds Portfolio เป็นอย่างไร?
.webp)
1. Top Research
กำหนดมุมมองการลงทุน และสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ ผ่านการวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยทีม Research ผู้มากประสบการณ์
ตัวอย่างเช่น ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ทีม Research ประเมินว่า ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
จึงปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่าง กองทุนตราสารหนี้มากกว่า 50% ในพอร์ตเสี่ยงสูง AAA (Aggressive Asset Allocation)
ต่อมาในเดือนเม.ย. 2568 เกิดการปรับฐานแรงในตลาดหุ้นทั่วโลก จากความกังวลนโยบายการค้าและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
ขณะที่ พอร์ต AAA ปรับตัวลดลงเพียง -1.09% (ระหว่างวันที่ 2–4 เมษายน 2568) ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มกองทุนเสี่ยงสูงกองอื่น ๆ
สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการกระจายการลงทุนและการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ล่วงหน้าเพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
2. Top Funds
คัดเลือกกองทุนรวมตัวท็อป ที่มีผลงานโดดเด่น จาก 17 บลจ. ชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อเข้าลงทุนในพอร์ต โดยทีม Product
3. Top Portfolio
ดูแลปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ เพื่อให้สอดคล้องกับมุมมองการลงทุนและภาวะตลาด พร้อมส่งคำสั่งซื้อขายกองทุนให้อัตโนมัติ
โดยโมเดลดังกล่าวจะช่วยคำนวณสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งด้านผลตอบแทนและความเสี่ยง
สรุปง่าย ๆ ก็คือ Auto Top Funds Portfolio เป็นตัวช่วยสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลา ตั้งแต่การเลือกสินทรัพย์ คัดกองทุน ไปจนถึงการปรับสมดุลพอร์ตให้แบบอัตโนมัติ
นโยบายการลงทุนของ Auto Top Funds Portfolio มีอะไรบ้าง?
นักลงทุนสามารถเลือกพอร์ตให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเองได้ เพราะ Auto Top Funds Portfolio มีทั้งหมด 3 กลุ่มหลัก รวม 8 พอร์ตการลงทุน
.webp)
1. กลุ่มตราสารหนี้: เน้นรักษาเงินต้น
- FIXEDSP: Fixed Saving Package
กลยุทธ์: เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทยระยะสั้นเป็นหลัก
เหมาะกับ: นักลงทุนที่มุ่งเน้นรักษาเงินต้น เพื่อบริหารสภาพคล่องทดแทนเงินฝากธนาคาร
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 1-2% ต่อปี*
- FIXEDTDP: Fixed Thai Dynamic Package
กลยุทธ์: เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทยระยะสั้น กลาง และยาว
เหมาะกับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง สามารถลงทุนได้ระยะกลาง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สอดคล้องกับภาวะดอกเบี้ย
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 2-3% ต่อปี*
- FIXEDDP: Fixed Dynamic Income Package
กลยุทธ์: เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ ระยะสั้น กลาง และยาว
เหมาะกับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง เพื่อรับโอกาสลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 1-3%++ ต่อปี*
2. กลุ่มกระจายสินทรัพย์ทั่วโลก: เน้นกระจายความเสี่ยง เหมาะกับลงทุนระยะยาว 3-5 ปี
- CAA: Conservative Asset Allocation
กลยุทธ์: ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก แบบพอร์ตเสี่ยงต่ำ
เหมาะกับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ คาดหวังผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก เน้นความมั่นคงเป็นหลัก
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 2-3% ต่อปี*
- MAA: Moderate Asset Allocation
กลยุทธ์: ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก แบบพอร์ตเสี่ยงกลาง
เหมาะกับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง เน้นสร้างการเติบโตควบคู่กับความมั่นคงในระยะยาว
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 4-5% ต่อปี*
- AAA: Aggressive Asset Allocation
กลยุทธ์: ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก แบบพอร์ตเสี่ยงสูง
เหมาะกับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 6-7% ต่อปี*
- DAA: Dividend Income Asset Allocation
กลยุทธ์: ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก แบบพอร์ตเสี่ยงสูงและจ่ายเงินปันผล
เหมาะกับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และต้องการรับกระแสเงินสดระหว่างทาง เพื่อสร้างรายได้สม่ำเสมอ
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 6-7% ต่อปี (อัตราเงินปันผลคาดหวัง 2-3% ต่อปี)*
3. กลุ่มหุ้นทั่วโลก: เน้นโอกาสเติบโตระยะยาวในตลาดหุ้น
- TCT: Top Country and Thematic
กลยุทธ์: เน้นลงุทนในกองทุนหุ้นรายประเทศ และธีมมาติกเด่น
เหมาะกับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เน้นสร้าง Growth ให้พอร์ต
ประมาณการผลตอบแทนคาดหวัง: 10-12% ต่อปี*
โดยนักลงทุนสามารถติดตามผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนได้ง่าย ๆ ที่ Streaming Fund+ (รายวัน)หรือ iTracker (รายเดือน)
ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริการพอร์ตเพิ่มเติม
Auto Top Funds Portfolio ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริการพอร์ตเพิ่มเติม
เท่ากับว่า ผู้ลงทุนจะจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมการขาย การรับซื้อคืน และการสับเปลี่ยนตามจริง อ้างอิงตามกองทุนต้นทาง เหมือนกับการลงทุนกองทุนรวมด้วยตัวเอง
ความแตกต่างก็คือ Auto Top Funds Portfolio มีทีมผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพมาช่วยบริหารพอร์ตให้ ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500,000 บาท
นอกจากนี้ ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาการถือครอง และสามารถเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนได้ตลอด เพื่อให้เหมาะกับวัตถุประสงค์การลงทุน และภาวะตลาด
อ่านมาถึงตรงนี้ หากไม่อยากเสียโอกาสทำกำไรในช่วงตลาดขาขึ้น หรือขาดทุนหนักกว่าที่ควรในตลาดขาลง อย่าลืมปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ (Portfolio Rebalancing)
แต่ถ้าใครไม่มีเวลา การจัดพอร์ตกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ ด้วยบริการ BLS Auto Top Funds Portfolio ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
.webp)
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ Auto Top Funds Portfolio
สามารถสมัครบริการได้ผ่านหลายช่องทาง ดังนี้
- แอปพลิเคชัน Wealth Connex เลือกเมนู Solution > Account Opening > Open Auto Top Funds Portfolio account
- แอปพลิเคชัน Streaming
- Website หลักทรัพย์บัวหลวง
- หรือหากสนใจข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติม สามารถสอบถามไปยังผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือติดต่อได้ที่ 02 618 111
*หมายเหตุ: อัตราผลตอบแทนคาดหวังเป็นเพียงแค่ประมาณการเท่านั้น ไม่ใช่การการันตีผลตอบแทน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี ตามสถานการณ์การลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

