หลายคนตอนนี้กำลังระแวง AI กันสุด ๆ กลัวว่ามันจะมาแย่งงาน มาแทนที่คนทำงาน แต่ถ้าเราถอยออกมามองภาพกว้างๆ ในประวัติศาสตร์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกครับที่โลกเราโดน "Wave" ทางเทคโนโลยีซัดใส่
ถ้าจะให้ผมสรุปภาพรวมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เราผ่านคลื่นลูกใหญ่มาแล้วถึง 6 ลูก ซึ่งทุกครั้งมันจบด้วยฉากเดิม คือ "คนปรับตัวได้ และรวยขึ้นกว่าเดิม"
ย้อนรอย 6 Waves เปลี่ยนโลก (ที่เคยโดนว่าแย่งงานคน)
Wave 1: เครื่องจักรไอน้ำ (ปลายศตวรรษที่ 18 – กลางศตวรรษที่ 19 )
ยุคที่คนตื่นตระหนกว่าเครื่องจักรจะมาแทนแรงงานคนในทุ่งนา แต่สุดท้ายมันก็แค่ย้ายเราจากทุ่งนามานั่งในโรงงานที่มีระบบระเบียบขึ้น ผมชอบดู youtube history พวกนี้ หรือย้อนไปไกล ๆ ฟังเพลิน ๆ เพื่อทำความเข้าความคิดคน

Wave 2: ทางรถไฟ ไอน้ำ (1830–1910)
เกิดไม่ทัน แต่นึกถึงหนัง Wild Wild West เข้าใจว่าตอนนั้นคนกลัวว่าการเดินทางเร็ว ๆ จะทำให้ร่างกายรับไม่ไหว หรือทำให้วิถีชีวิตพัง แต่จริง ๆ มันคือการเปิดประตูการค้าที่ทำให้เราส่งของไปขายได้ทั่วโลก

Wave 3: ไฟฟ้า (1890–1950)
ถ้าได้ดูหนังเรื่อง Tesla ที่ไม่ใช่รถนะ แต่เป็นเรื่องไฟฟ้า เราจะอิน เพราะยุคนี้เปลี่ยนโลกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยต้องหยุดทำงานตอนพระอาทิตย์ตก เราก็ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ผลิตภาพพุ่งปรี๊ด

Wave 4: ยุคน้ำมันและรถยนต์ (1940–1980)
พวกเราไปดวงจันทร์ได้จริงหรือไม่ แต่คนใช้รถเยอะขึ้น ม้าตกงานของจริง แต่ดันเกิดอุตสาหกรรมขนส่งและท่องเที่ยวที่สร้างงานใหม่ให้คนเป็นล้าน ๆ

Wave 5: อินเทอร์เน็ต (1980–2020)
อินเทอร์เน็ต คลาวด์ ข้อมูลเปลี่ยนโลกแบบถอนรากงานซ้ำ ๆ บางอย่างหายไปแต่ตำแหน่งใหม่ ๆ อย่างโปรแกรมเมอร์ นักข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์ กลายเป็นร็อกสตาร์ทักษะระดับกลางเปลี่ยนทักษะระดับสูงเพิ่มประสิทธิภาพพุ่งอีกครั้ง นักลงทุนสามารถหาข้อมูลได้จากบริการออนไลน์ทั้งหมด ซื้อขายหุ้นออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งผมเกิดทันยุคนี้ แต่อายุยังน้อย ความรู้การลงทุนยังน้อย ทำให้กล้าลงทุนหุ้นพวกนี้ได้ไม่เยอะ และจากประสบการณ์ตรง ถ้าซื้อหุ้น Tech อย่าง Google Facebook Amazon Microsoft ไว้ช่วงนี้ และถือยาวมาได้ เราจะเป็นผู้ลงทุนก่อนคำว่า หุ้น 7 นางฟ้าในปัจจุบัน

Wave 6: AI (ปัจจุบัน)
และนี่คือคลื่นลูกล่าสุด ที่เราต้องใจเย็น ๆ แต่อย่าหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่กำลังซัดเราอยู่ ถามว่าน่ากลัวไหม? ก็นิดหน่อยครับ แต่จากสถิติ 5 ลูกที่ผ่านมา มนุษย์เราไม่เคยแพ้เทคโนโลยี มีแต่จะเก่งขึ้นเพราะ "ใช้เครื่องไม้เครื่องมือเป็น" โลกเปลี่ยนขั้วอย่างรุนแรงหรือเรียกว่า Multipolar ที่มากกว่า Bipolar ซะอีก ซึ่งน่าสนใจว่านักลงทุนจะกล้าลงทุนในยุคนี้เรื่อง AI ขนาดไหน ถ้าคิดว่า AI จะเป็น Infrastructure เหมือนแต่ละ Wave ที่ผ่านมา

ส่อง 5 ตัวตึงยุค AI… ทำไมหุ้นพวกนี้ถึงเป็น “Rockstar”
ถ้าถามผมว่าในตลาดตอนนี้ ใครคือตัวจริงที่ได้ประโยชน์จาก AI แบบเนื้อ ๆ เน้น ๆ ผมคัดมาให้ดู 5 ตัวที่น่าสนใจ
1. NVIDIA หรือซื้อ DR ผ่าน Streaming ชื่อ NVDA01 รายนี้ไม่ต้องพูดเยอะ เขาคือ "คนขายพลั่ว" ในยุคตื่นทอง AI ถ้าใครจะรันระบบ AI ยังไงก็ต้องใช้ชิปเขา หนีไม่พ้นครับ ความเห็นของผม : เข้ากับ Checklist ผมได้ดี แต่เราเจอกันช้าไป ขึ้นมาเยอะมาก
2. Microsoft หรือซื้อ DR ผ่าน Streaming ชื่อ MSFT01 จากโปรแกรมออฟฟิศที่ดูน่าเบื่อ ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ OpenAI (ผู้สร้าง ChatGPT) แถมยังเอา AI มาใส่ใน Word, Excel ให้เราทำงานง่ายขึ้นแบบก้าวกระโดด ความเห็นของผม โลกของคนทำงานยุคใหม่ ใช้แต่ Office 365 แม้กระทั้งผมเองก็ยังยอมจ่ายซื้อ Office 365 แบบส่วนตัวให้คนในครอบครัวใช้แบบ Family Package เพราะ ความน่าเชื่อถือและเราก็ใช้ One drive ร่วมกันได้ง่ายๆ มั่นคง ปลอดภัย ถ้าลงมาเยอะๆ นี้จัดหนักแน่ๆ
3. Alphabet (Google) หรือซื้อ DR ผ่าน Streaming ชื่อ GOOGL01 ถึงจะดูเงียบๆ ไปบ้างในช่วงแรก แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่เขามีคือขุมทรัพย์มหาศาลที่ใครก็เลียนแบบยาก ความเห็นของผม ครบทุก Checklist เลย เพราะการให้เค้าให้เราใช้ Gemini ฟรี ๆ สำหรับทุกคน ผมคิดถึงยุคแรกของ Android เลยครับ ใช้ฟรี และกลายมาเป็น Infrastructure ของคนทั้งโลก ทุกอุปกรณ์ ที่ต่อออนไลน์ ผมซื้อตั้งแต่ลงรอบ Covid และก็ยังถือมาทุกวันนี้ ถ้าลงหนัก ๆ จัดเต็มเหมือนกัน
4. Amazon หรือซื้อ DR ผ่าน Streaming ชื่อ AMZN01 คนอาจมองว่าเป็นแค่ร้านค้าออนไลน์ แต่จริงๆ ระบบ Cloud (AWS) ของเขานี่แหละคือกระดูกสันหลังที่ให้บริษัทอื่นเช่ารัน AI ความเห็นของผม เกือบครบทุก Checklist แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัท และผู้ใช้ระดับ Super User ถ้าเทียบกับ Microsoft หรือ Google ฐานลูกค้าเข้าใจยากกว่า แต่ก็เป็นหุ้นที่น่าสนใจ อยู่ใน Watchlist ผมเหมือนกัน
5. Meta (Facebook) หรือซื้อ DR ผ่าน Streaming ชื่อ META01 หลังๆ เริ่มกลับมาผงาดเพราะใช้ AI มาช่วยยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ใครที่เคยบ่นว่าโฆษณา Facebook แม่นจนน่ากลัว นั่นแหละฝีมือ AI เขาละ ความเห็นของผม เป็นหุ้นที่ทำให้พลาดที่สุดให้ชีวิต เพราะตอน IPO เข้าไปซื้อ แต่ขึ้นมาก็ขายเพราะไม่คิดว่า Social Media จะอยู่รอดได้ น่าจะหายไปเหมือนพวกบริการอื่น ๆ แต่ตอนนี้ผมว่า Facebook ค่อนข้างมั่นคงมาก แต่จะโตต่อยังไงด้าน AI ผมว่าติดตามดูได้
เพิ่มเติม 3 กองทุนลดหย่อนภาษี RMF ในไทยที่เกี่ยวข้องกับ AI/เทคโนโลยี
1. B‑INNOTECHRMF กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ โฟกัสบริษัท เทคโนโลยีโลก + นวัตกรรม (AI, Cloud, Software, Semiconductor)
ความเห็นของผม ซื้อทุกครั้งที่มันลง เพราะลดภาษีแถมเป็นกลุ่ม Tech AI ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ซื้อมายังไม่ผิดหวังเลยครับ
2. B‑ASIATECHRMF กองทุนเปิดบัวหลวงเอเชียเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงทุนใน หุ้นเทคโนโลยีเอเชีย (ชิป, ฮาร์ดแวร์, เทคแพลตฟอร์ม)
ความเห็นของผม Tech ฝั่งบ้านเรา เน้นทางด้าน Growth และ Hardware & Electronics เป็นโลกอนาคตที่น่าจับตามอง สำหรับผมเหมือนกัน เมื่อโลกออนไลน์ เชื่อมมาสู่ชีวิตเราในรูปแบบ Physical จับต้องได้ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Her ผมว่าอีกไม่นาน เราจะได้เห็นในชีวิตพวกเรา ใส่ watchlist รอลงมาเยอะ ผมจัดแน่นอน แถมลดภาษี
3. MEGA10AIRMF กองทุนเปิด MEGA 10 Artificial Intelligence เพื่อการเลี้ยงชีพ ลงทุนใน หุ้น AI ระดับโลก 10 บริษัท
ความเห็นของผม ขี้เกียจซื้อหุ้น AI รายตัว กองนี้ก็น่าสนใจ แต่ผมซื้อหุ้น AI ตัวเยอะแล้ว แค่เอามาให้ทุกท่านเป็นทางเลือกสำหรับคนสนใจ และลดภาษีได้ด้วย
สูตรเช็กหุ้น AI "ของจริง" (ฉบับของผม)
เวลาผมจะดูว่าบริษัทไหน "ใช้ AI จริง" หรือแค่ "เกาะกระแส" ผมมี 3 ข้อที่ต้องเช็กครับ
1. มีข้อมูลในมือไหม? (Data Advantage): AI เก่งแค่ไหนถ้าไม่มีข้อมูลป้อนให้มัน ก็เหมือนรถหรูที่ไม่มีน้ำมันครับ
2. ขยายตัวได้จริงหรือเปล่า? (Scalability): เทคโนโลยีนี้ต้องช่วยให้บริษัททำงานได้มากขึ้น 10 เท่า โดยที่ไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม 10 เท่า
3. ทำเงินได้จริงไหม? (Monetization): อันนี้สำคัญสุดครับ ถ้าบอกว่ามี AI แต่สุดท้ายกำไรไม่มา ผมถือว่ายังไม่ใช่ของจริง
ทิ้งท้าย อย่าไปกลัวครับ แค่ต้อง "ใช้ให้เป็น"
นวัตกรรมไม่ได้มาเพื่อทำลายเรา แต่มันมาเพื่อ "ขยายขีดความสามารถ" ของเราให้ไปได้ไกลขึ้น ถ้าถามผมว่าควรทำยังไง? คำตอบสั้นๆ คือ "อย่าหยุดเรียนรู้" เพราะ AI จะไม่แทนที่คน... แต่คนที่ใช้ AI เป็น จะแทนที่คนที่ใช้ไม่เป็นครับ!
บทความโดย คุณสินธนันทน์ บุญยอด, ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจดิจิทัล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
ที่มาข้อมูล Morgan Stanley
เริ่มต้นลงทุนหุ้น AI ง่าย ๆ ผ่าน 3 ช่องทาง
1. ลงทุนในบัญชีหุ้นต่างประเทศโดยตรงผ่าน Global Trade Master
ดูวิธีเปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศ ลงทุนตรงทั้งในตลาดหุ้นอเมริกา ฮ่องกง เวียดนาม คลิกที่นี่เลย
2. ซื้อ DR ลงทุนผ่านบัญชีหุ้นไทยผ่านแอป Streaming
ดูข้อมูล DR01 อย่างละเอียดคลิกที่นี่เลย
3. กระจายการลงทุนผ่านกองทุนรวมบนแอป Streaming Fund+
ดูวิธีเปิดกองทุนรวม คลิกที่นี่เลย




