19449
19449

กองทุนจ่ายปันผล vs. ไม่จ่ายปันผล

กองทุนจ่ายปันผล vs. ไม่จ่ายปันผล

BLS Knowledge Sharing V1

กองทุนรวมในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะกองทุนหุ้น บลจ.มักจะมีกองทุนทั้งที่จ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผลมาให้เราเลือก ด้วยเหตุนี้จึงมักเกิดคำถามตามมาบ่อยครั้งว่า ในท้ายที่สุดแล้วเราควรเลือกลงทุนในกองทุนที่จ่าย หรือไม่จ่ายปันผลดี?

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงินปันผลก่อน

เมื่อพูดถึงเงินปันผล คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเงินปันผลที่ได้จากหุ้น ซึ่งบริษัทเจ้าของหุ้นแบ่งจ่ายออกมาจากกำไรสุทธิในแต่ละรอบบัญชีของบริษัท นั่นทำให้เมื่อพูดถึงกองทุนปันผล คนจึงมักเข้าใจว่ามันคงเป็นเงินปันผลในรูปแบบเดียวกันกับหุ้น ... แต่ผมจะบอกว่ามันก็ไม่ใช่ซะทีเดียวครับ

เพราะอันที่จริงเงินปันผลที่เราได้รับจากกองทุนนั้น มันไม่ควรถูกเรียกว่า "เงินปันผล" ด้วยซ้ำ นั่นเพราะมันไม่ใช่เงินปันผลจริงๆ แต่มันคือ "ส่วนแบ่งกำไร" จากการลงทุนของกองทุน ซึ่งคำว่า "ส่วนแบ่งกำไร" ที่ผมพูดถึงนั้น มันรวมถึงส่วนต่างราคาที่กองทุนทำได้จากการซื้อขายหุ้น และเงินปันผลจากหุ้นที่กองทุนลงทุนอยู่

ด้วยเหตุนี้ ถ้าเราลองสังเกตุดีๆ เวลาหุ้นมีการจ่ายปันผล วันที่หุ้นตัวนั้นขึ้น XD เป็นวันแรก ราคาหุ้นอาจจะปรับตัวขึ้น หรือลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับการซื้อขายของนักลงทุน (พูดง่ายๆ คือราคาอาจจะ Dilute หรือ ไม่ก็ได้) แต่ในขณะที่กองทุน วันไหนที่มีการประกาศปิดสมุดทะเบียนเพื่อจ่ายปันผล ราคา NAV. จะลดลงมาพอๆ กับเงินปันผลที่จ่ายออกมา

พูดอีกแบบหนึ่งคือ ... "ปันผลของกองทุนคือการดึงเอามูลค่าทรัพย์สินของกองทุนออกมาจ่าย"

นั่นทำให้เป็นความคิดที่ผิดมหันต์มากๆ หากคุณจะไปซื้อกองทุนก่อนปิดสมุดทะเบียนการจ่ายปันผล เพื่อหวังว่าจะได้รับเงินปันผล เพราะนั่นจะทำให้คุณได้รับเงินปันผลพร้อมๆ กับการลดลงของเงินต้น (เผลอๆ เงินต้นจะลดลงมากกว่าเงินปันผลที่ได้รับอีก เพราะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลอีก 10%) เช่น

1-vert

สรุป... นั่นทำให้นักลงทุนคนนี้ได้ผลตอบแทนรวมเท่ากับ 0% ยิ่งถ้าหากเงินปันผลนั้นมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เงินปันผลที่ได้ก็จะเหลือ 90 สตางค์ หรือคิดเป็นผลตอบแทนรวมเงินต้นคือ -1% (ไปๆ มาๆ กลายเป็นขาดทุนจากภาษีนะจ๊ะ)

แล้วแบบนี้จะเลือกกองทุนแบบปันผล หรือไม่ปันผลดีล่ะ?

ข้อดีของกองทุนแบบจ่ายเงินปันผล

  • กองทุนแบบจ่ายปันผล ทำหน้าที่ในการ Take Profits ให้กับนักลงทุนโดยอัตโนมัติ - เมื่อกองทุนมีกำไรจากการลงทุน การจ่ายปันผลจะทำให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนทันที ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเวลาลูกค้ามีกำไรแล้วไม่ได้ขายออก จนสุดท้ายกำไรหด หรือกลายเป็นขาดทุน (หลายคนเคยเจอ ความรู้สึกแบบ ... นี่ชั้นลงทุนไปเพื่ออะไร? ... มีกำไรแล้วลืมขาย!)
  • เรื่องนี้เป็นเรื่องของ Passive Income - ถ้าคุณเลือกกองทุนดีมีปันผลเรื่อยๆ จะเหมาะมากโดยเฉพาะกับคนที่วางแผนจะนำเงินปันผลมาใช้จ่ายอยู่แล้ว เพราะแบบนี้ก็มีเงินเข้าบัญชีบ่อยๆ ระหว่างการลงทุน

ข้อดีของกองทุนแบบไม่จ่ายปันผล

  • ไม่ต้องเสียภาษี - อย่างที่ทุกท่านทราบ ว่าการรับเงินปันผลจากกองทุนจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% (กรณีเลือกหัก แต่ถ้าไม่เลือกหัก ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นรายได้ตอนยื่นภาษี) แถมปันผลที่ได้รับจากกองทุนไม่สามารถนำไปขอเครดิตภาษีคืนได้ด้วย เพราะไม่ใช่การเสียภาษีซ้อน ในขณะที่การขายกองทุนแล้วรับส่วนต่างนั้นได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน ทำให้หากพิจารณาเรื่องภาษี การเลือกกองทุนแบบไม่จ่ายนั้นจะคุ้มค่ามากๆ
  • Re-invest ... สร้างดอกผลมหาศาล - แม้กองทุนไม่จ่ายปันผลให้เรา แต่เขาก็จะนำเงินปันผลนั้นไปลงทุนต่อ หรือที่เรียกว่า Re-invest ซึ่งในระยะยาวแล้วนั้นมันจะสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นให้คุณมหาศาลเลยทีเดียว
การเงินมั่นคง - How to find dividend Stock

อย่างในภาพ คือผลตอบแทนจาก SET Index ตั้งแต่ปี 2002 - 2017 โดยจากข้อมูลย้อนหลัง SET Index จ่ายปันผลเฉลี่ยปีละ 3.4% หากคุณเลือกลงทุนโดยดึงเงินปันผลออกมาจากการลงทุน (เช่นเดียวกับกองทุนแบบจ่ายปันผล) เงินต้นของคุณจะเพิ่มขึ้นมา 410% รวมกับเงินปันผลตลอดระยะเวลา 15 ปีเท่ากับ 50% นั่นทำให้ผลตอบแทนรวมเท่ากับ 460%

ในขณะที่หากคุณเลือกแบบไม่จ่ายปันผล (เช่นเดียวกับกองทุนแบบไม่จ่ายปันผล) เงินปันผลที่เกิดขึ้นนั้นจะถูกนำไปลงทุนต่อ (Re-Invest)  และทำให้ผลตอบแทนรวมเท่ากับ 800% !!! สูงกว่าแบบแรกเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

บทสรุป...

จากข้อมูลที่ผมได้นำเสนอไปนั้น การเลือกกองทุนแบบจ่าย หรือไม่จ่ายปันผลนั้นคุณควรพิจารณาจาก

  1. ถ้าคุณไม่ได้กะลงทุนยาวๆ เป็น 10 ปี และต้องการเงินปันผลจากการลงทุนมาจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน คุณสามารถเลือกแบบจ่ายปันผลได้ เพราะนั่นจะตอบโจทย์การลงทุนของคุณได้ดีกว่า
  2. ถ้าคุณไม่ได้ต้องการใช้เงินระหว่างทางการลงทุน และอยากลงทุนยาวๆ เป็น 10 ปี หรืออยากลงทุนแบบ "ลืม" ไปเลย คุณก็ควรเลือกลงทุนในกองทุนแบบไม่จ่ายปันผล เพราะมันคุ้มกว่า และสร้างดอกผลจากการทบต้นได้
  3. อย่า! ซื้อกองทุนก่อนปิดสมุดทะเบียนจ่ายปันผล เพื่อหวังจะรับเงินปันผลรอบนั้น เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อะไร คุณยังมีโอกาสขาดทุนจากภาษีด้วย

สุดท้ายนี้ หากคุณต้องการออมเงินในกองทุนยาวๆ ลงทุนให้มันลืมไปเลย โดยให้กองทุนมาหักเงินไปออมแบบอัตโนมัติ ขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 1,000 บาท สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ "วิธีออมใน(กอง)หุ้น … ด้วยเงินเดือนละ 1,000 บาท"

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ AFPT™ capture-20160226-093943

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง