HSTECHUSSTOCKS
HSTECHUSSTOCKS

ชวนเปรียบเทียบเทียบ หุ้นในดัชนี Hang Seng TECH กับ หุ้นสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจคล้ายกัน

ชวนเปรียบเทียบเทียบ หุ้นในดัชนี Hang Seng TECH กับ หุ้นสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจคล้ายกัน
aw 30.7.22 final.jpg


วันนี้…ทีม BLS Global Investing จะพามาเปรียบเทียบ 5 หุ้นอันดับแรก ที่มีสัดส่วนมากที่สุดในดัชนี Hang Seng TECH เรียงตามมูลค่าตลาด (Market Capitalization) เทียบกับ 5 หุ้นยักษ์ใหญ่ จากสหรัฐฯ ที่มีลักษณะและการทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้นักลงทุนทุกท่านได้เข้าใจธุรกิจเหล่านี้มากยิ่งขึ้น  อีกทั้งเทียบอัตราการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้ชัดเจนกันมากยิ่งขึ้นค่ะ

นักลงทุนหลายท่านอาจทราบกันแล้วว่า ดัชนี Hang Seng TECH เป็นดัชนีอ้างอิงของ ChinaAMC Hang Seng TECH Index ETF (3088.HK) กองทุน ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และเป็นหลักทรัพย์อ้างอิงของ DR “CNTECH01” จากหลักทรัพย์บัวหลวง
ในฟากสหรัฐฯ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ มีอยู่หลากหลาย และเป็นที่รู้จักดี ไม่ว่าจะเป็น  Apple, Microsoft, Google เป็นต้น ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งอย่างจีน ก็ยังมีหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ อย่างเช่น Tencent, Alibaba, Xiaomi ฯลฯ เช่นกัน ที่ปัจจุบันได้รับความสนใจในหมู่นักลงทุนทั่วโลก อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากรัฐบาลจีน ที่มีนโยบายผ่อนคลาย รวมทั้งมีแนวโน้มตื่นตัว และเร่งเปลี่ยนไปสู่เทคโนโลยีที่พึ่งความสามารถภายในประเทศเป็นหลัก พร้อมเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลขระดับโลกในอนาคต



ทำความรู้จักดัชนี Hang Seng TECH 

ถ้าพูดถึงการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศจีน นักลงทุนหลาย ๆ ท่าน อาจนึกถึงดัชนี Hang Seng TECH ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ เมื่อเดือนก.ค. 63 เนื่องจากสามารถลงทุนหุ้นจีนขนาดใหญ่ได้สะดวกผ่านตลาดหุ้นฮ่องกง ง่ายกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจีน และหุ้น A-Share ที่มีช่องทางในการเข้าลงทุนค่อนข้างจำกัด

ดัชนี Hang Seng TECH เป็นดัชนีที่รวมหุ้นเทคโนโลยีใหญ่ที่สุด จำนวน 30 หุ้น ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง โดยมีลักษณะธุรกิจที่เป็นเทคโนโลยีระดับสูง และต้องผ่านเกณฑ์การคัดกรองของดัชนี เช่น ต้องดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี, ลงทุนใน R&D โดยมีค่าใช้จ่าย R&D มากกว่าหรือเท่ากับ 5% ของรายได้ หรือ บริษัทจะต้องสามารสร้างอัตราการเติบโตของรายได้ ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นต้น


วันนี้ทางเรานำดัชนี Hang Seng TECH นี้ยกมาเป็นภาพหลักในการเปรียบเทียบอุตสาหกรรมเทคฯ จากจีน และเทคฯ จากสหรัฐฯ กันค่ะ ซึ่งถ้าอยากทำความรู้จักกับดัชนี Hang Seng TECH แบบละเอียด สามารถติดตามอ่านในบทความ “ทําความรู้จักดัชนี Hang Seng TECH เตรียมความพร้อมลงทุน DR on ChinaAMC Hang Seng TECH Index ETF (3088)” ได้เลยค่ะ
👉  https://wconnex.bualuang.co.th/s/article/DRCNTECH01?language=th




เมื่อเข้าใจภาพรวมของดัชนี Hang Seng TECH กันแล้ว ต่อไปเราจะชวนทุกท่านมาเทียบ หุ้น 5 อันดับแรก ที่มีน้ำหนักมากที่สุดในดัชนี Hang Seng TECH โดยเรียงตามมูลค่าตลาด (Market Capitalization) กับ 5 หุ้นเทคฯ จากสหรัฐฯ ที่มีลักษณะการทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกันค่ะ

คู่ที่ 1 : Tencent Holdings Ltd. (700.HK) vs. Microsoft Corp. (MSFT.US)


tcms.png
Tencent Holding
หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีธุรกิจแอปพลิเคชันออนไลน์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน เช่น วิดีโอเกม โซเชียลมีเดีย สื่อบันเทิง บริการสตรีมมิ่ง และบริการ Cloud เป็นต้น โดย Tencent ถือว่าเป็นบริษัทแพลตฟอร์มเกมจากจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คำนวณจากรายได้จากเกมในปี 64 อีกทั้งยังเป็นเจ้าของ WeChat แอปพลิเคชันส่งข้อความที่ชาวจีนนิยมใช้มากที่สุด โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 1.2 พันล้านคนต่อเดือน (MAUs)

Microsoft
ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าสุทธิปี 65 อยู่ที่ 1,947 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังทำธุรกิจและบริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่หลากหลาย คล้ายกับ Tencent โดยเป็นผู้นำในการให้บริการด้าน Cloud Computing วิดีโอเกม (เช่น ธุรกิจ Xbox) ระบบปฏิบัติการ Windows ที่ใคร ๆ ใช้ อีกทั้งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ฮาร์ดแวร์เกม การค้นหา และบริการออนไลน์อื่น ๆ อีกด้วย


คู่ที่ 2 : Alibaba Group Holding Ltd. (9988.HK) vs. Amazon.com (AMZN.US)



aliama.png
Alibaba Group Holding
อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของจีน เจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายปลีกออนไลน์ อย่าง Alibaba, Tmall, Taobao ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับ Alibaba คิดเป็นสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 71% โดยรายได้แตะ 2 แสนล้านหยวน ในเดือนม.ค. - มี.ค 65 เติบโตราว 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังดำเนินธุรกิจในกลุ่มอื่น ๆ เช่น Lazada แพลตฟอร์มค้าปลีกนานาชาติ, Freshippo ซูเปอร์มาเก็ตขายสินค้าสด และ Cainiao บริการโลจิสติกส์ ตลอดจนธุรกิจสื่อดิจิทัล และ Cloud Computing เป็นต้น ที่ครอบคลุมที่สุดในจีน

Amazon.com
บริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใคร ๆ ก็รู้จัก นับเป็นอันดับ 1 ในสหรัฐฯ เช่นกัน คำนวณจากมูลค่าตลาดของบริษัท โดยเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ คือ Amazon.com อีกทั้งให้บริการหลากหลาย เช่น การขนส่ง การชำระเงิน รวมถึงมีให้ลูกค้าได้สมัครสมาชิก เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าในราคาที่ต่ำกว่า พร้อมกับส่งตรงถึงบ้านได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์



คู่ที่ 3 : Meituan (3690.HK) กับ Uber Technologies Inc. (UBER.US)


meituanuber.jpg



Meituan
เจ้าของแอปพลิเคชันธุรกิจส่งอาหารและให้บริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่รายใหญ่ที่สุดของจีน โดยถือว่าเป็น Super App แบบ all-in-one ที่พร้อมให้บริการ ทั้งในด้านการส่งอาหาร จำหน่ายตั๋วภาพยนตร์ รีวิว/จองร้านอาหาร จองโรงแรม โดยไตรมาส 1 ปี 65 รายได้จากธุรกิจส่งอาหารเพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบปีก่อน แตะ 24.2 พันล้านหยวนหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณและมูลค่ารายการสั่งซื้อ

Uber Technologies

บริษัทที่หลาย ๆ คนอาจรู้จัก โดยเป็นบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มการขนส่ง (Ride Hailing) โดยเป็นทั้งแอปฯ ที่ใช้ในการนำทาง หรือยังมีฟีเจอร์ Ride Sharing บริการส่งอาหาร และบริการชำระเงิน อีกด้วยเช่นกัน รายได้ทั้งปี 64 อยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โตกว่า 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน


คู่ที่ 4 : JD.com Inc. (9618.HK) กับ eBay Inc. (EBAY.US)

JDEBAY.png


JD.com
อีคอมเมิร์ซอันดับ 2 ของจีน มีโมเดลต่างจาก Alibaba ตรงที่ขายสินค้าเอง ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มตัวกลาง เป็นเว็บไซต์ขายปลีกออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคซื้อแบรนด์ต่างประเทศได้ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ผลิตภัณฑ์แท้คุณภาพสูงโดยตรง อีกทั้งยังช่วยให้แบรนด์ในประเทศและต่างประเทศเข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วของจีนได้มากขึ้น นอกจากนี้ JD.com มีนโยบายลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงาน รวมถึงโลจิสติกส์อัจฉริยะ, Supply chain, AI และ Virtual Reality (VR) เป็นต้น

eBay
อีกหนึ่งแพลตฟอร์มช้อปปิ้งซื้อของออนไลน์ชื่อดัง จากสหรัฐฯ โดยให้บริการทั่วโลก อีกทั้งให้บริการขนส่ง และการจัดการสินค้าคงเหลือให้กับผู้ขายด้วยเช่นกัน รายได้กว่า 95% ของรายได้รวม มาจากการซื้อขายภายในแพลตฟอร์ม ขณะที่อีก 5% ของรายได้มาจากการให้บริการและการตลาด โดยรายได้ปี 64 แตะราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โตราว 17% จากปีก่อน



คู่ที่ 5 : Baidu Inc. (9888.HK) กับ Alphabet Inc. (GOOGL.US)
 
 
  
bdap.jpg
 



Baidu
บริษัท Search Engine ผ่านอินเทอร์เน็ต ที่โดดเด่นในจีน มีบริการต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกับ Google ซึ่งมีข้อมูลการค้นหาอยู่ในประเทศจีนทั้งหมด ขณะเดียวกัน ก็ยังให้บริการในธุรกิจ AI ที่เมื่อไตรมาสล่าสุด มีการเติบโตถึง 45% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 64 นอกจากนี้ Baidu ยังให้บริการผ่านแอปฯ มากมาย เช่น Baidu Baike, Baidu Maps และแพลตฟอร์มวิดีโอชื่อดังในไทย อย่าง iQiyi นั่นเอง

Alphabet
บริษัทแม่ของ Google ซึ่งเป็นบริษัท Search Engine ที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของสหรัฐฯ วัดจากมูลค่าตลาด โดยมีรายได้หลักมาจากการโฆษณาที่กว่า 90% ของรายได้ไตรมาสล่าสุด (เม.ย.-มิ.ย. 65) อีกทั้งยังทำธุรกิจ Cloud ที่ชื่อว่า Google Cloud และเป็นเจ้าของ Google Play อีกด้วย! รายได้ไตรมาส 2 ปี 65 อยู่ที่ราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โตคิดเป็น 12.6% เทียบกับปีก่อน



เห็นได้เลยนะคะว่าทั้ง 2 ซีกโลกต่างก็มีธุรกิจที่มีลักษณะคล้ายกันอยู่  ซึ่งจากการเปรียบเทียบสามารถคำนวณ อัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย (CAGR) ตั้งแต่ปี 65-68 ของหุ้น 5 อันดับแรกเรียงตามมูลค่าตลาดในดัชนี Hang Seng TECH ได้อยู่ที่ 15.5% ต่อปี
ในขณะที่ฝั่งสหรัฐอเมริกา หุ้น 5 ตัวที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายกัน มีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย (CAGR) 3 ปีอยู่ที่ 12.9% ต่อปี

ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระยะเวลาอีก 3 ปีข้างหน้า การเติบโตโดยเฉลี่ยในธุรกิจเทคจีนยังมีแนวโน้มทีดีและมีความน่าสนใจกว่า เนื่องจากจีนเองเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ การเติบโตของธุรกิจจะยังสามารถพัฒนาไปได้อีกมหาศาล อีกทั้งยังมีเรื่องของการส่งเสริมจากภาครัฐที่จะเข้ามากระตุ้นการเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน ทำให้ดัชนีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการลงทุนในระยะยาว



รู้จัก DR CNTECH01 ให้มากขึ้น...

DR on ChinaAMC Hang Seng Tech Index ETF (3088.HK) หรือสัญลักษณ์ DR “CNTECH01” มีหลักทรัพย์อ้างอิง คือ ChinaAMC Hang Seng TECH Index ETF คือ3088.HKที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และลงทุนอ้างอิงดัชนี Hang Seng TECH เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเกาะธีม New Economy เติบโตไปพร้อมกับแนวโน้ม Digitalization ของจีน ไม่ว่าจะเป็น Fintech, Cloud Computing และ E-Commerce!

นักลงทุนท่านใด ที่สนใจลงทุนในเหล่าหุ้นจีน 5 ตัวนี้ สามารถคว้าโอกาสลงทุนในหลักทรัพย์ที่อิงดัชนี Hang Seng TECH ได้ โดยการลงทุนผ่าน DR “CNTECH01” ที่ออกโดยหลักทรัพย์บัวหลวง และเพิ่งเปิดซื้อขายวันแรกไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ (26 ก.ค. 65) ย้ำอีกครั้ง! ลงทุนต่างประเทศ ด้วย DR ได้ง่ายและสะดวก ผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) !

 สนใจเปิดบัญชีหุ้นออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวงเพื่อลงทุนใน DR ง่ายๆ ผ่านตลาดหุ้นไทย ได้ที่ http://bls.tips/KnowledgeTeam 


จบกันไปแล้วค่ะ สำหรับการปรียบเทียบ 5 หุ้น ในดัชนี Hang Seng TECH ที่มีน้ำหนักมากที่สุด กับ...หุ้นชั้นนำสหรัฐฯ ที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายกัน สำหรับสัปดาห์ถัดไป จะมีบทความน่าสนใจอะไรมาแชร์ให้นักลงทุนทุกท่านได้ติดตาม พบกันได้ในทุกวันเสาร์ เวลา 11.00 น. นะคะ

ที่มา : Bloomberg, BLS Global Investing,
Investopedia , ftserussell , aa.com , nasdaq , thunhoon , macrotrends , Investor.Uber

เรียบเรียงโดย:
ศิวพรรณ ประดิษฐ์กุล, Supervisor: Global Investing Solutions, บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง
ภัทริกา สุทนุจินดา, Product Specialist: Global Investing Solutions, บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง

ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.ค. 65

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง