อาณาจักรสินค้าแบรนด์หรูที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก เจ้าของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Louis Vuitton ที่หลายคนรู้จักกันดี!
บทความนี้ BLS Global Investing จะพาไปดูกันว่า LVMH เติบโตขึ้นมาได้อย่างไร ทำไมถึงสามารถรวบรวมแบรนด์หรูไว้ได้มากกว่า 75 แบรนด์ และจะพาไปส่องภาพรวมธุรกิจเพื่อให้นักลงทุนเข้าใจมากขึ้น ก่อนเตรียมตัวลงทุนใน DR LVMH01 ที่อ้างอิงกับหุ้นสามัญของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE (MC) ลงทุนง่าย สะดวก ใช้เงินบาทซื้อได้เลยบนแอปฯ Streaming

LVMH คือใคร
LVMH คือกลุ่มบริษัทที่ครอบครองอาณาจักรสินค้า Luxury แทบทุกหมวด ตั้งแต่แฟชั่น เครื่องหนัง นาฬิกา เครื่องสำอาง น้ำหอม ไปจนถึงอัญมณี โดยเป็นเจ้าของแบรนด์ชื่อดังระดับโลกกว่า 75 แบรนด์ เช่น Louis Vuitton, Christian Dior, Tiffany & Co., Givenchy, Fendi, Celine, Kenzo และอีกมากมาย
จุดเริ่มต้นของอาณาจักร
ย้อนกลับไปในปี 1984 บริษัทสิ่งทอชื่อ Boussac ซึ่งเป็นเจ้าของแฟชั่นเฮาส์ Dior ในปารีส ประสบภาวะล้มละลาย ขณะนั้นชายหนุ่มวัย 35 ปีชื่อ Bernard Arnault อดีตวิศวกรโยธา มองเห็นโอกาส เขาตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ Boussac ด้วยเงิน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากครอบครัวของเขา และระดมเพิ่มอีก 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากสถาบันการเงินฝรั่งเศส Lazard Frères และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานอาณาจักรสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จุดเปลี่ยนสำคัญ
ในปี 1987 Bernard Arnault เดินหน้าก่อตั้งกลุ่มบริษัท LVMH อย่างเป็นทางการ ด้วยการ “รวมพลังแบรนด์ในฝัน” เข้าด้วยกัน ระหว่าง
- Louis Vuitton (แฟชั่นและเครื่องหนัง)
- Moët & Chandon (แชมเปญสุดหรู)
- Hennessy (คอนญัคระดับโลก)
และนั่นคือที่มาของชื่อ LVMH = Louis Vuitton + Moët + Hennessy
ปี 1996 :
- LVMH เข้าซื้อแบรนด์ Loewe จากสเปน (ก่อตั้งตั้งแต่ 1846) และแบรนด์ Celine จากฝรั่งเศส (ก่อตั้ง 1945)
ปี 1999 :
- LVMH เปิดตัว “Division Watches & Jewelry” ขึ้นมา เพื่อรวบรวมแบรนด์นาฬิกาและเครื่องประดับหรู เช่น TAG Heuer (ก่อตั้ง 1860)
- ปีเดียวกันนี้ LVMH ซื้อแบรนด์แชมเปญหรูอย่าง Krug และไวน์ระดับตำนานอย่าง Château d’Yquem มาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
ปี 2000 :
- เข้าซื้อแบรนด์ความงาม/สกินแคร์ และสื่อ ได้แก่ Fresh, Pucci และแมกกาซีนศิลปะ Connaissance des Arts
ปี 2001 :
- LVMH ซื้อแบรนด์แฟชั่นดังจากอิตาลี Fendi
ปี 2004 :
- LVMH ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ 22 Avenue Montaigne กรุงปารีส อาคารที่ออกแบบโดย Jean-Michel Wilmotte ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ถึงความหรูหราและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ปี 2005 :
- Division Watches & Jewelry ของ LVMH เข้าร่วมกับ Responsible Jewellery Council (RJC) เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุเครื่องประดับของกลุ่มนั้นมาจากแหล่งที่ถูกต้องและมีจริยธรรม
ปี 2011 :
- มีงานใหญ่คือ “Journées Particulières” ครั้งแรก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บ้านแบรนด์ในเครือเปิดประตูให้ผู้คนได้เห็นงานคราฟต์เบื้องหลังของ Maisons
ปี 2013 :
- เปิดตัวศูนย์วิจัยใหญ่ “Hélios” ที่อยู่ใน Cosmetic Valley ฝรั่งเศส เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาน้ำหอม & ความงาม มีพื้นที่ 18,000 ตร.ม. มีนักวิจัยกว่า 250 คน
- พร้อมกันนั้น LVMH เปิด “LVMH Prize for Young Fashion Designers” เพื่อสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ให้ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถ
ปี 2014 :
- เปิด “Fondation Louis Vuitton” อาคารหรูในปารีสออกแบบโดย Frank Gehry ซึ่งจัดแสดงงานศิลป์ร่วมสมัย และกิจกรรมศิลปะหลากหลาย
- สร้าง “Institut des Métiers d’Excellence LVMH” (IME) เพื่อส่งต่อฝีมือช่าง งานคราฟต์ และประสบการณ์ลูกค้าใน Maison ต่าง ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการ Reskill
ปี 2016 :
- LVMH เข้าซื้อแบรนด์กระเป๋าเดินทางหรู RIMOWA
ปี 2018 :
- ร่วมมือกับคู่แข่งอย่าง Kering Group ตั้ง “Charter for the Well‑Being of Models”
ปี 2019 :
- เข้าซื้อแบรนด์ท่องเที่ยวสุดหรู Belmond
ปี 2020 :
- จัด “LVMH Watch Week” ครั้งแรกที่ดูไบ เป็นงานแสดงนาฬิกาจากแบรนด์ในเครือ
ปี 2021 :
- เข้าซื้อแบรนด์เครื่องประดับชื่อดังจากสหรัฐ Tiffany & Co.
ปี 2024 :
- LVMH ถูกเลือกเป็น “Premium Partner” ของเกมโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่ปารีส (Paris 2024 Summer Olympics) ซึ่งสื่อถึงการเฉลิมฉลองฝีมือช่างฝรั่งเศสและความฝันระดับโลก
ปี 2025 :
- LVMH ประกาศเป็นพันธมิตรระดับโลก 10 ปี กับ Formula One ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ ของกลุ่ม เช่น Louis Vuitton, TAG Heuer, Moët Hennessy ซึ่งจะร่วมเติมเต็มประสบการณ์ในงาน Grand Prix
ภาพรวมธุรกิจของ LVMH

LVMH ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดสินค้าแบรนด์หรู มากกว่าครึ่งของโลก!

LVMH ยังคงเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมแบรนด์หรูในปี 2025 ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่าครึ่งของโลก จากพอร์ตธุรกิจที่แข็งแรงในกว่า 80 ประเทศ และการเติบโตที่กระจายในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่ยังเติบโตแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แรงหนุนสำคัญมาจากการขยายตัวของ ชนชั้นกลางและชนชั้นมั่งคั่งใหม่ (New Affluent Consumers) ที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าหรูเพิ่มขึ้นในระยะยาว ส่งผลให้ LVMH มี Brand Power สูง สามารถกำหนดราคาสินค้าได้ และยังขึ้นราคาได้ต่อเนื่องทุกปี
บริษัทจึงรักษา อัตรากำไรขั้นต้นระดับสูงกว่า 70% ได้อย่างมั่นคง พร้อมกับมีแบรนด์หลากหลายครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่กลุ่ม mass-premium ไปจนถึง high-end ช่วยให้ LVMH สามารถเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มและรับอานิสงส์จากการเติบโตของตลาดหรูทั่วโลกอย่างเต็มที่ในปี 2025
ลงทุนอิงหุ้น LVMH ด้วย.. DR "LVMH01"

รู้หรือไม่! นักลงทุนสามารถลงทุนในหุ้น LVMH ได้ง่ายๆ ผ่าน DR LVMH01 ที่อ้างอิงหุ้นสามัญ LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton SE ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Paris ประเทศฝรั่งเศส สัญลักษณ์ MC จัดเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในยุโรป ตามมูลค่าตลาด หรือ Market Cap
ราคาของ DR LVMH01 จะมีแนวโน้มเคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับราคาหุ้น LVMH ในระยะยาว สามารถซื้อขายได้ทั้งกลางวัน (10.00 – 16.30 น.) และเวลากลางคืน (19.00 – 3.00 น.) ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนใน LVMH01 คือ ช่วงที่ตลาดหลักทรัพย์ไทยและ Euronext Paris เปิดทำการพร้อมกัน ตั้งแต่ 15.00 – 16.30 น. และ 19.00 – 23.30 น. (DST 14.00 – 16.30 น. และ 19.00 – 22.30 น.)
- ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LVMH01 คลิกที่นี่
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DR01 คลิกที่นี่
แหล่งที่มา: BLS Global Investing LVMH (ข้อมูล ณ วันที่ 13 พ.ย. 68)

