แนะนำ
การเก็งกำไรระยะสั้นเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักลงทุนหลายคนใช้เพื่อการสร้างผลตอบแทนที่รวดเร็ว นักลงทุนมือใหม่บางคนอาจจะยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวไหนในการเก็งกำไรดี ระหว่าง DW (Derivative Warrants) กับ ผลิตภัณฑ์ในตลาด TFEX (Thailand Future Exchange) ในบทความนี้เราจะพาไปดูความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้ เพื่อช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ที่อยากเก็งกำไรระยะสั้นตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง
DW หรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ให้นักลงทุนมีสิทธิในการซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงในราคาที่กำหนดในอนาคต DW สามารถแบ่งออกเป็น Call DW (สิทธิในการซื้อ) และ Put DW (สิทธิในการขาย)
ตัวอย่าง: หากนักลงทุนที่คาดว่าราคาหุ้น A จะเพิ่มขึ้น นักลงทุนสามารถซื้อ Call DW ของหุ้น A เพื่อทำกำไรจากการขึ้นของหุ้น ถ้าราคาหุ้น A เพิ่มขึ้น นักลงทุนจะได้กำไรจากการขาย DW มากกว่าการที่นักลงทุนไปซื้อหุ้นเนื่องจากผลของอัตราทด แต่หากราคาหุ้น A ลดลง นักลงทุนจะขาดทุนมากกว่าจากค่าเสื่อมเวลาและการอัตราทด DW
ซึ่งการที่เราจะซื้อหรือลงทุนในผลิตภัณฑ์ DW ไม่เพียงแค่ศึกษารายละเอียดในการดูอัตราทด และ ค่าเสื่อมเวลา เท่านั้น ยังมีค่า Sensitivity ที่ยังคงต้องคำนึงด้วย สำหรับรายละเอียดของค่าต่างๆใน DW สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี่

ตัวอย่าง: นักลงทุนที่เชื่อว่าดัชนี SET50 จะเพิ่มขึ้น สามารถเปิด Long SET50 Index Futures เพื่อทำกำไรจากการขึ้นของดัชนี ถ้าดัชนีขึ้นจริง นักลงทุนจะได้กำไร แต่หากดัชนีลดลง นักลงทุนนั้นจะขาดทุน
นักลงทุนที่เป็นมือใหม่หัดเล่นหุ้นและ ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นหรือเพิ่งรู้จักผลิตภัณฑ์ DWควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งสองประเภทอย่างละเอียด เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
DW (Derivative Warrants)
DW หรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ให้นักลงทุนมีสิทธิในการซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงในราคาที่กำหนดในอนาคต DW สามารถแบ่งออกเป็น Call DW (สิทธิในการซื้อ) และ Put DW (สิทธิในการขาย)
ข้อดีของ DW
- ใช้เงินทุนต่ำ: นักลงทุนสามารถลงทุนใน DW ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่าการลงทุนในหุ้นตรงๆ
- การใช้อัตราทด: DW มีอัตราทดที่สูง ทำให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้มากกว่าการลงทุนในหุ้นตรง
- ใช้กลยุทธ์ได้หลากหลาย: นักลงทุนสามารถใช้ DW เพื่อเก็งกำไรทั้งขาขึ้นและขาลงของหุ้น
- สามารถซื้อขายได้ง่าย: นักลงทุนสามารถซื้อหุ้น DW ได้ในแอพสตรีมมิ่งเหมือนหุ้นปกติ
ข้อสังเกตของ DW
- ความเสี่ยงสูง: การใช้เลเวอเรจทำให้ DW มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนอาจขาดทุนมากหากทิศทางตลาดไม่เป็นไปตามคาด
- มีอายุจำกัด: DW มีอายุจำกัดและเหมาะกับการเทรดระยะสั้น นักลงทุนต้องบริหารเวลาในการลงทุนให้ดี
- ผลกระทบจากค่าเสื่อมเวลา (Time Decay): DW มีลักษณะค่าเสื่อมเวลาซึ่งทำให้มูลค่าของ DW ลดลงตามเวลาที่ผ่านไป
ตัวอย่าง: หากนักลงทุนที่คาดว่าราคาหุ้น A จะเพิ่มขึ้น นักลงทุนสามารถซื้อ Call DW ของหุ้น A เพื่อทำกำไรจากการขึ้นของหุ้น ถ้าราคาหุ้น A เพิ่มขึ้น นักลงทุนจะได้กำไรจากการขาย DW มากกว่าการที่นักลงทุนไปซื้อหุ้นเนื่องจากผลของอัตราทด แต่หากราคาหุ้น A ลดลง นักลงทุนจะขาดทุนมากกว่าจากค่าเสื่อมเวลาและการอัตราทด DW
ซึ่งการที่เราจะซื้อหรือลงทุนในผลิตภัณฑ์ DW ไม่เพียงแค่ศึกษารายละเอียดในการดูอัตราทด และ ค่าเสื่อมเวลา เท่านั้น ยังมีค่า Sensitivity ที่ยังคงต้องคำนึงด้วย สำหรับรายละเอียดของค่าต่างๆใน DW สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี่
TFEX (Thailand Futures Exchange)
TFEX เป็นตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย เช่น Index Futures, Stock Futures, Gold Futures และ Currency Futures การลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาด TFEX ส่วนใหญ่จะมีความเสี่ยงสูง แต่สามารถให้ผลตอบแทนที่มากหากมีการวิเคราะห์ตลาดและใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม
ข้อดีของผลิตภัณฑ์ในตลาด TFEX
- สภาพคล่องสูง: บางสินค้าที่สภาพคล่องสูง เช่น SET50 GOLD USD มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง และมี Market Maker คอยรักษาสภาพคล่อง ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าออกตลาดได้ง่าย
- มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์: นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เพื่อเก็งกำไร หรือ ป้องกันความเสี่ยง เช่น ดัชนีหุ้น ทองคำ หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยง
- การใช้ Leverage: วางเงินหลักประกันน้อยกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงจริง ช่วยเพิ่มอำนาจในการซื้อ
ข้อสังเกตของผลิตภัณฑ์ในตลาด TFEX
- ความซับซ้อน: การซื้อขายใน TFEX ต้องการความเข้าใจในเรื่องของสัญญาฟิวเจอร์สและกลไกการทำงานของตลาดล่วงหน้า เพื่อทำความเข้าใจก่อนจะทำการเทรด
- ความเสี่ยงสูง: เนื่องจากเป็นสินค้าที่มี Leverage วางเงินหลักประกันน้อยกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงจริง
- มีอายุจำกัด: TFEX มีอายุจำกัด
ตัวอย่าง: นักลงทุนที่เชื่อว่าดัชนี SET50 จะเพิ่มขึ้น สามารถเปิด Long SET50 Index Futures เพื่อทำกำไรจากการขึ้นของดัชนี ถ้าดัชนีขึ้นจริง นักลงทุนจะได้กำไร แต่หากดัชนีลดลง นักลงทุนนั้นจะขาดทุน
สรุปความแตกต่างระหว่าง DW กับผลิตภัณฑ์ในตลาด TFEX
การเลือก DW หรือผลิตภัณฑ์ในตลาด TFEX ขึ้นอยู่กับเงินเริ่มต้นของผู้ลงทุน กรณีวางหลักประกัน และเติมเงิน Margin ได้สามารถใช้ TFEX กรณีมีเงินเริ่มต้นจำกัด และรับความเสี่ยงด้านขาดทุนวงเงินจำกัดสามารถใช้ DW ได้| DW | TFEX | |
| ตลาด | ตลาดหลักทรัพย์ | ตลาดอนุพันธ์ |
| สินค้า | ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants) | ฟิวเจอร์ส (Futures) และ ออปชั่น (Options) |
| ผู้ซื้อขาย | นักลงทุนรายย่อย | สถาบันการเงิน นักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนรายย่อย และ นักลงทุนต่างประเทศ |
| การซื้อขาย | ซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิ | ซื้อขายสัญญา |
| สินค้าอ้างอิง | หุ้น ดัชนีหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ อัตราดอกเบี้ย เงินตราต่างประเทศ | หุ้น ดัชนีหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ อัตราดอกเบี้ย เงินตราต่างประเทศ |
| ระยะวลาสัญญา | กำหนดระยะเวลาไว้ล่วงหน้า | กำหนดระยะเวลาไว้ล่วงหน้า |
| การใช้สิทธิ | ไม่สามารถส่งมอบสินค้าอ้างอิงได้ ชำระส่วนต่างราคาเท่านั้น | สามารถส่งมอบสินค้าอ้างอิงจริง หรือ ชำระส่วนต่างราคา |
| ความเสี่ยง | สูง | สูง |
| ผลตอบแทน | สูง แต่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นกว่า | สูง |
| ต้นทุน | ต่ำ | ต้นทุนต่ำกว่าลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิง |
| ความซับซ้อน | สูง | สูง |
นักลงทุนที่เป็นมือใหม่หัดเล่นหุ้นและ ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นหรือเพิ่งรู้จักผลิตภัณฑ์ DWควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งสองประเภทอย่างละเอียด เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
นักลงทุนมือใหม่ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Wealth CONNEX เพื่อเริ่มต้นเรียนรู้และเข้าถึงทุกบริการลงทุนกับหลักทรัพย์บัวหลวง
- IOS รองรับ iOS 14 ขึ้นไป ติดตั้ง คลิกที่นี่
- Android รองรับ 7.0 ขึ้นไป ติดตั้ง คลิกที่นี่
- Notebook & Personal Computer Browser Support : Chrome, Firefox, Safari7+, IE11+
อ่านคู่มือและเงื่อนไขการใช้งานคลิกที่นี่
✅ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอป Wealth CONNEX บริการเชื่อมต่อทุกความรู้และบริการลงทุน
เลือกเมนู CHAT กด Chat With Customer Service
