วงจรเงินสด Cash Conversion Cycle
วงจรเงินสด คืออะไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?
วงจรเงินสด หรือ Cash conversion cycle (CCC) คือตัวเลขที่บอกถึงจำนวนวันที่กิจการจะได้รับเงินสดจากการดำเนินงาน หรือพูดง่ายๆคือระยะเวลาระหว่างที่ลงทุนไปจนได้เงินกลับมา ใช้เวลากี่วัน และยังสามารถบ่งบอกถึงความสามารถในการบริหารเงินทุนหมุนเวียน และสภาพคล่องของบริษัทได้อีกด้วย
ก่อนที่จะทำความเข้าใจ CCC มากกว่านี้ เรามาดูกันก่อนว่า CCC มีส่วนประกอบอะไรบ้าง
ระยะเวลาขายสินค้า (Inventory Collection Period or Inventory days) คือ ระยะเวลาที่สินค้าอยู่ในคลังจนสร้างยอดขายได้ ใช้เวลาทั้งหมดกี่วัน โดยส่วนมากยิ่งอัตราหมุนเวียนสินค้าเร็วก็ยิ่งมีประสิทธิภาพ ดังนั้นระยะเวลาขายสินค้าจึงต้องยิ่งน้อยยิ่งดี เพราะว่าบริษัทสามารถขายของออกได้ไวขึ้น
ระยะเวลาเก็บหนี้ (Average collection period or Days sale outstanding) คือ ระยะเวลาที่บริษัทใช้จนกว่าจะเก็บเงินสดจากลูกหนี้การค้าได้ โดยหนี้การค้าส่วนมากมาจากการขายสินค้าแบบให้เครดิต คือส่งของก่อนจ่ายเงินทีหลัง ระยะเวลาเก็บหนี้จึงยิ่งน้อยยิ่งดี เพราะบริษัทสามารถได้รับเงินสดจากการขายสินค้าแบบเครดิตได้ไว
ระยะเวลาจ่ายหนี้ (Average Payment period or Payable days) คือ ระยะเวลาที่บริษัทใช้ในการจ่ายหนี้การค้าให้เจ้าหนี้ ระยะเวลาจ่ายหนี้ยิ่งมากยิ่งดี เนื่องจากถ้ายืดระยะเวลาชำระหนี้ได้ ก็หมายความว่าบริษัทเก็บเงินสดไว้กับตัวได้นานขึ้น หรืิอบริษัทได้รับเครดิตหรือความน่าเชื่อถือจากเจ้าหนี้มากอีกด้วย
แล้ว CCC ที่เหมาะสม ต้องมีค่าเท่าใด?
ยิ่งระยะเวลาที่สินค้าอยู่ในคลังน้อย และระยะเวลาในการเก็บหนี้น้อย นำมาหักลบกับการที่บริษัทได้เครดิตหรือระยะเวลาในการจ่ายหนี้มาก ส่งผลให้ CCC ยิ่งน้อยยิ่งดี ยิ่งติดลบยิ่งดี (ใช่แล้ว วงจรเงินสดสามารถติดลบได้) เพราะหมายความว่าบริษัทได้รับเงินการจากดำเนินงานเร็วขึ้น สามารถบริหารสินทรัพย์หมุนเวียนให้สร้างเงินสดได้เร็ว มีประสิทธิภาพมาก และสภาพคล่องสูง
สรุป ต้องรับเงินให้ไว และยืดเวลาการจ่ายเงินออกให้นานที่สุด ทั้งนี้ เพื่อจะได้มีเงินสดอยู่ในระบบให้มากที่สุด
วิธีการอ่าน
- ยิ่งน้อย ยิ่งติดลบ ยิ่งดี
- มีค่าน้อย หมายความว่า บริษัทสามารถรับเงินสดจากการดำเนินงานได้เร็ว มีสภาพคล่องสูง
- มีค่ามาก หมายความว่า บริษัทอาจมีปัญหาด้านสภาพคล่อง ทำให้ต้องคอยเติมเงินไปหมุนในระบบเพิ่ม อาจเกิดจากความผิดพลาดในการบริหาร ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงพร้อมปรับปรุง
ข้อสังเกต
- ตามปกติแล้วอุตสาหกรรมต่างๆจะมีระยะเวลาในการขายสินค้า เก็บเงิน และจ่ายหนี้ไม่เท่ากัน จะด้วยลักษณะของสินค้า หรืออาจไม่มีสินค้าเลยก็ตามแต่ ดังนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ CCC ในการเปรียบเทียบระหว่างต่างบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือเทียบกับผลการดำเนินงานย้อนหลังของบริษัทนั้นๆ
- CCC จะใช้ไม่ได้ในกรณีที่บริษัทไม่มีสินค้าคงคลัง หรือไม่สต็อกของนั่นเอง เช่น ธุรกิจบริการ
ยกตัวอย่างการใช้จากสถานการณ์จริง
ยกตัวอย่างการอ่านค่า ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2021 ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
- ในปี 2020 ซีพีเอฟมีวงจรเงินสด 37.91 วัน มาจากระยะเวลาขายสินค้า 42.79 วัน รวมกับระยะเวลาเก็บหนี้ 19.52 วัน หักลบด้วยระยะเวลาจ่ายหนี้ 24.40 วัน หมายความว่า
- และเมื่อเปรียบเทียบกับวงจรเงินสดในปี 2019 ซึ่งเท่ากับ 46.65 วัน ในปี 2020 ซีพีเอฟสามารถเก็บเงินจากการดำเนินงานได้เร็วขึ้น คือวงจรเงินสดลดลงเหลือ 37.91 วัน
แล้วเราสามารถดูค่า Cash Conversion Cycle ได้จากที่ไหน ?
วิธีที่ 1 เข้าใช้งานผ่านโปรแกรม TradeMaster
-
Login เข้า Application Trademaster
-
เลือกเมนู Market Info
-
ไปที่ฟังก์ชัน Fundamental
-
เลือก fin chart
-
พิมพ์ชื่อหุ้นที่ท่านสนใจในช่องค้นหา
-
เลื่อนลงมาที่ liquidity > cash conversion cycle
วิธีที่ 2 เข้าใช้งานผ่านโปรแกรม Stock Signal บนหน้า เว็บไซต์หลักทรัพย์บัวหลวง
-
Login เข้าใช้งาน
-
เลือกเมนู Stock Signal > Summary
-
พิมพ์ชื่อหุ้นที่สนใจ
-
เลื่อนลงมาที่ Fundamental > Liquidity
สแกนหา Cash Conversion Cycle ได้อย่างไร ?
เด็ดยิ่งกว่า!!! ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงสามารถสแกนหาหุ้นอัตโนมัติด้วย Strategy Builder จากการสร้างเงื่อนไขที่คุณสนใจง่ายๆผ่านโปรแกรม Trade Master ดังนี้...
- สร้างเงื่อนไขด้วยเมูด้านซ้ายมือ และเลือกตั้งค่าเงื่อนไข (condition)
- เมื่อสร้างกลยุทธ์ (Strategy) ของเราเรียบร้อยแล้ว หน้าจอจะปรากฎหุ้นที่เข้าเงื่อนไขจากหน้า Results
📌 เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวง คลิก 👇



