หนังสือ Buy and Hedge: The 5 Iron Rules for Investing Over the Long Term โดย Jay Pestrichelli และ Wayne Ferbert ถ่ายทอดแนวคิดสำคัญว่า “ยุคนี้ การซื้อหุ้นแล้วถือยาวเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว” ในภาวะที่ตลาดผันผวนรุนแรง การสร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคงระยะยาว ต้องอาศัยทั้งการบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์ป้องกันพอร์ต (Hedging) เพื่อให้สามารถรักษาผลตอบแทนได้แม้ในช่วงตลาดเป็นขาลง
กฎเหล็กทั้ง 5 ข้อที่นักลงทุนควรมี
กฎข้อที่ 1 : คำนึงถึง “ความเสี่ยง” ก่อน “ผลตอบแทน” เสมอ
“Always measure risk before reward.”
นักลงทุนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “จะได้กำไรเท่าไหร่?” แต่ผู้ชนะระยะยาวมักถามก่อนว่า “จะขาดทุนได้แค่ไหน?”
การรู้ระดับความเสี่ยงสูงสุดของพอร์ตจะช่วยให้เราตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ เช่น การตั้งจุด Cut Loss เพื่อจำกัดความเสียหาย หรือการเทรด Long Options ที่รู้แน่ชัดว่า ขาดทุนได้สูงสุดไม่เกินค่า Premium ที่จ่ายไป
กฎข้อที่ 2 : ป้องกันความเสี่ยงเสมอ เพื่อจำกัด Downside
“Always hedge the downside.”
ตลาดที่ผันผวนคือสิ่งปกติของการลงทุน ดังนั้น การป้องกันพอร์ต เช่น การซื้อ Put Options, การถือ Inverse ETF หรือการตั้ง Stop Loss จะช่วยเป็นเหมือนกันชนป้องกันไม่ให้พอร์ตเสียหายหนักเมื่อเกิดตลาดขาลง
โดยการ Long Put Options ก็เปรียบเสมือนประกันภัยรถยนต์ ที่เราต้องจ่ายเบี้ยประกันทุกปี แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน มันจะช่วยชดเชยความเสียหาย และรักษาพอร์ตให้อยู่รอดในระยะยาว
กฎข้อที่ 3 : ปล่อยให้พอร์ตวิ่ง เมื่อแนวโน้มดี
“Give your portfolio room to run.”
อย่ากลัวเมื่อพอร์ตมีกำไร — เมื่อแนวโน้มเป็นบวก ให้พอร์ตมีโอกาสได้เติบโตเต็มที่
โดยเราสามารถใช้การตั้ง Trailing Stop เพื่อปกป้องกำไร หากราคากลับตัวลง หรือใช้ Long Put Options ควบคู่ไปกับพอร์ตหุ้น เพื่อคุ้มครองในกรณีที่ตลาดกลับตัว
กฎข้อที่ 4 : ทำให้ระบบง่ายและมีวินัย
“Keep it systematic and simple.”
ระบบที่ซับซ้อนเกินไป มักนำไปสู่ความผิดพลาดในการตัดสินใจ ดังนั้น ควรเน้นการลงทุนแบบเป็นระบบ โดยมีเกณฑ์การเข้าซื้อ–ขาย การป้องกันความเสี่ยง และการปรับพอร์ตที่ชัดเจน เมื่อทุกอย่างอยู่ในแผน ความผิดพลาดจากอารมณ์จะลดลงอย่างมาก
กฎข้อที่ 5 : ใช้ Options เพื่อบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่เพื่อเพิ่ม Leverage
“Use options to manage risk, not to chase leverage.”
Options ไม่ใช่แค่เครื่องมือในการเก็งกำไรเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ทรงพลังอีกด้วย
นักลงทุนสามารถใช้ Options เพื่อคุ้มครองพอร์ตในช่วงตลาดขาลง โดยจำกัดความเสี่ยงให้ชัดเจน และไม่ควรใช้เพื่อเพิ่ม Leverage จนทำให้พอร์ตเสี่ยงเกินความสามารถในการรับมือ
จะเห็นว่า หนังสือ Buy & Hedge ชี้ให้เห็นว่า “การอยู่รอด” สำคัญกว่า “การได้กำไรสูงสุด”
หัวใจสำคัญ คือ วินัยและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ เพราะพอร์ตที่ได้รับการปกป้องอย่างดี จะทำให้สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาวและเติบโตได้ในทุกวัฏจักรของตลาด
ที่มา: BLS Futures and Options, หนังสือ Buy and Hedge: The 5 Iron Rules for Investing Over the Long Term โดย Jay Pestrichelli และ Wayne Ferbert
อยากเริ่มต้นใช้ Long Options
สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ เพียง 2 ขั้นตอน
1. เปิดบัญชีเพื่อเทรด Long Options Only
ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง เปิดบัญชีแบบออนไลน์ง่าย ๆ อนุมัติทันใจภายใน 15 นาที* ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้
- ผ่านแอป Streaming > เมนู More > Options Wizard > เปิดบัญชีอนุพันธ์
- ผ่านแอป Wealth Connex > Options Wizard > เปิดบัญชีอนุพันธ์
อ่านวิธีเปิดบัญชีเพิ่มเติม คลิกที่นี่
.webp)
หมายเหตุ: *อนุมัติเปิดบัญชี ภายใน 15 นาที เฉพาะวันและเวลาทำการเท่านั้น (วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 17.30 น.) กรณีสมัครเปิดบัญชีนอกวันและเวลาทำการ บริษัทจะดำเนินการอนุมัติเปิดบัญชีในวันทำการถัดไป
2. ซื้อขายง่ายผ่านแอป Streaming
สามารถซื้อขายได้เองผ่าน Streaming ได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
- Options Wizard (เมนู More): เพียงเลือก ทิศทาง อายุสัญญา และจำนวนสัญญา
.webp)
- Buy/Sell: ส่งคำสั่งเปิดสถานะด้วย Open Long และปิดสถานะด้วย Close Short
.webp)
คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

