หลังจากหลายปีที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญความผันผวนจากนโยบายการค้าและดอกเบี้ยสูง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สัญญาณหลายอย่างเริ่มบ่งชี้ว่ารอบใหม่ของการฟื้นตัวของหุ้นกำลังมาเยือนอีกครั้ง มาจัดพอร์ตลงทุนต่างประเทศผ่านกองทุนรวมง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนเองกับกลยุทธ์ Top Country and Thematic
โลกกำลังหมุนกลับเข้าสู่รอบฟื้นตัว กระจายลงทุนต่างประเทศคือคำตอบ?
หลังดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) ในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน พลิกกลับมาอยู่ในโซนขยายตัวพร้อมกัน โดยตามสถิติแล้ว มักนำหน้าการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมราว 3–6 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าภาคการผลิตทั่วโลกอาจกำลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
ดัชนีคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ (New orders) ที่เป็นตัวชี้นำดัชนี Manufacturing PMI ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและกำลังอยู่ในโหมดการฟื้นตัว

ที่มา: CEIC, BLS Research ณ วันที่ 1 ต.ค. 2568
ปี 2026 จึงถูกคาดหมายให้เป็นช่วง “Early Recovery Phase” ที่ตลาดหุ้นโลก โดยเฉพาะ สหรัฐฯ จีน และเวียดนาม จะได้แรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยี AI Value Chain และการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed
ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยเองก็กำลังแตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 4/2025 ก่อนทยอยฟื้นตัวในปี 2026 จากแรงหนุนของภาคท่องเที่ยวและการลงทุน Data Center
นี่จึงเป็นจังหวะที่ “การกระจายการลงทุนทั่วโลก” และการเข้าถึงหุ้นธีมอุตสาหกรรมชั้นนำที่กำลังเติบโต เพื่อให้พอร์ตลงทุนของคุณไม่พลาดการฟื้นตัวรอบใหม่ที่กำลังเริ่มขึ้น และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดจะเข้าสู่ขาขึ้น
ลงทุนต่างประเทศฉบับนักลงทุนไทยผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?
ในอดีตการลงทุนต่างประเทศอาจเป็นเรื่องยาก ทั้งในเรื่องช่องทางการซื้อ-ขาย และการติดตามข้อมูลข่าวสาร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักลงทุนไทยสามารถลงทุนต่างประเทศง่ายๆ ไม่ต้องเปิดบัญชีนอกประเทศ ผ่านผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มหลัก
- FIF (Foreign Investment Fund) - ลงทุนในกองทุนต่างประเทศทั่วโลก ผ่านกองทุนรวมไทย
- ETF (Exchange-Traded Fund) - ซื้อขายเหมือนหุ้น โดยกอง ETF จะลงทุนตามดัชนีตลาดหุ้น
- DR (Depositary Receipt) – ซื้อหุ้นต่างประเทศผ่านตลาดหุ้นไทยด้วยตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
- DW (Derivatives Warrant) - เครื่องมือสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นในสินทรัพย์ต่างประเทศ
-(1).webp)
ที่มา: BLS Global Investing, The Stock Exchange of Thailand
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลงทุนต่างประเทศมีหลากหลาย อย่างไรก็ตามวันนี้เราอยากพูดถึง “กองทุนรวม” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่น่าสนใจที่นักลงทุนต่างรู้จักกันดี รวมถึงเป็นหนึ่งในตัวกลางที่ช่วยให้เราเข้าถึงสินทรัพย์ต่างประเทศได้ครอบคลุมมากที่สุด
แต่กองทุนรวมให้เลือกลงทุนมากมาย มือใหม่อาจสับสนว่าจะเลือกกองไหนดี หรือจัดสัดส่วนอย่างไรถึงจะเหมาะกับสภาวะตลาด ตรงนี้เองที่กลยุทธ์ Top Country and Thematic (TCT) ถูกออกแบบขึ้นมา เพื่อเป็น “ตัวช่วยจัดพอร์ตหุ้นทั่วโลกชั้นนำผ่านกองทุนรวม” ช่วยเลือกกองทุนที่เหมาะสม กระจายความเสี่ยง และปรับพอร์ตให้อัตโนมัติตามสภาวะตลาด
เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากกองทุนรวมหุ้น และธีมเด่นระดับโลก แบบอัตโนมัติ กับ Top Country and Thematic
Top Country and Thematic (TCT) คือ เน้นลงทุนกองทุนหุ้นรายประเทศ และกองทุนหุ้นธีมรายอุตสาหกรรม เช่น หุ้นเทคฯ จีน หรือ หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ฯลฯ ผ่านการจัดพอร์ตแบบ Core & Theme Portfolio พร้อมปรับพอร์ตอัตโนมัติ เพื่อให้สอดล้องกับสภาวะตลาด
3 จุดเด่น TCT
- เข้าถึงตลาดหุ้นทั่วโลกและธีมชั้นนำ: ลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศและธีมเด่นระดับโลก
- สร้างโอกาสให้พอร์ตเติบโตต่อเนื่อง: เพิ่มศักยภาพลงทุนด้วยกลยุทธ์ Core & Theme
- ปรับพอร์ตอัตโนมัติ : พร้อมทุกจังหวะด้วยการเลือกลงทุนตามเศรษฐกิจโลกโดยผู้เชี่ยวชาญ
สนใจสมัครจัดพอร์ตกองทุนโลก (Top Country and Thematic) ต้องทำอย่างไร
- สมัครจัดพอร์ตกองทุนโลกอัตโนมัติ (Top Country and Thematic) ได้ ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่
1. แอป Wealth Connex บน App Store (สำหรับ iOS คลิกที่นี่) และ Google Play (สำหรับ Android คลิกที่นี่) เมนู Solution > จัดพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ
2. เว็บไซต์ www.bualuang.co.th เมนู Auto Investing > จัดพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ
3. แอป Streaming เมนู BLS > Auto Investing > จัดพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ
.webp)
หลังจากดำเนินการสมัครแล้ว ท่านจะได้รับผลอนุมัติทางอีเมล และสามารถติดตามผลการดำเนินงานพอร์ตการลงทุนของท่านง่าย ๆ ได้ทุกวันผ่าน Streaming หรือ Bualuang iTracker

