CoreSatellite
CoreSatellite

เริ่มจัดพอร์ตหุ้น ด้วย Core & Satellite ทำอย่างไร

เริ่มจัดพอร์ตหุ้น ด้วย Core & Satellite ทำอย่างไร

ในช่วงตลาดผันผวน หลายคนอาจกำลังเจอคำถามว่า “ควรจัดพอร์ตอย่างไรให้มีทั้งโอกาสเติบโต และช่วยกระจายความเสี่ยง?” บทความนี้ชวนทำความรู้จักแนวคิด Core & Satellite ที่แบ่งพอร์ตเป็นส่วนหลัก และส่วนเสริม พร้อมทำความรู้จัก ETF และ DR ที่สามารถนำมาปรับใช้กับการสร้าง Core พอร์ต รวมถึงวิธีติดตามผลตอบแทนพอร์ตให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น


จัดพอร์ตหุ้น ด้วย Core & Satellite คืออะไร

Core & Satellite คือ เป็นกลยุทธ์การลงทุนหลากหลายสินทรัพย์แต่มีความยืดหยุ่น ที่ผสมผสานเพื่อให้ได้พอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการลงทุนระยะยาว และการลงทุนระยะสั้น เพื่อให้มีผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยงมากที่สุดในทุกสภาวะตลาด

โดยจะแบ่งเงินลงทุนเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหลัก (Core) มีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว และส่วนเสริม (Satellite) มีเป้าหมายทำกำไรในระยะกลาง – สั้น การรวมสินทรัพย์ทั้ง 2 ประเภทเข้าด้วยกันจะลดความเสี่ยงไปได้


  • Core เป้าหมายผลตอบแทนเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว โดยกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐ ภาคเอกชน กองทุนรวมอสังหาฯ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (REITs) เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง ทั้งในรูปของกำไร ดอกเบี้ย เงินปันผล และค่าเช่า เป็นการลงทุนอย่างมีวินัย และมีความเสี่ยงที่เหมาะสมกับนักลงทุน


  • Satellite เป้าหมายผลตอบแทนเพิ่มจากการทำกำไรในระยะปานกลาง – สั้น เน้นลงทุนไปกลุ่มที่มีโอกาสในการลงทุน เช่น สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ ,สินค้าโภคภัณฑ์, อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งแม้จะมีความผันผวนแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ดี 


core.PNG

ที่มา :ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

รู้จัก ETFs DR เพื่อสร้าง Core พอร์ตหุ้น


ETF (Exchange Traded Fund) คือ กองทุนเปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้น ใช้เงินน้อย ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายต่ำ บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซึ่งมีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง (Passive Fund) โดยสามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท เช่น หุ้นในประเทศ, หุ้นต่างประเทศหรือทองคำ



ข้อดีของ ETFs คืออะไร ? 
etf5.png



DR (Depositary Receipt) คือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นตราสารที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนในไทยสามารถซื้อขายหุ้น หรือ ETF ต่างประเทศได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทยในรูปแบบของ DR



ข้อดีของ DR คืออะไร ? 


DR.PNG




การเคลื่อนไหวของราคา DR ที่ซื้อขายกันก็ขึ้นกับว่า DR แต่ละตัวนั้นอ้างอิงกับหลักทรัพย์ใด ราคาก็ควรเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับหลักทรัพย์นั้นๆ แต่ปรับด้วยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนตามสกุลเงินที่หลักทรัพย์ต่างประเทศนั้นๆ ซื้อขายกันด้วย

 

ปีนี้ผลตอบแทนในพอร์ตเป็นอย่างไร ? เช็คได้ง่ายๆ ด้วย Bualuang iTracker

iTracker คือ โปรแกรมที่ช่วยติดตามและวัดผลการลงทุน ที่จะแสดงผลกำไร/ขาดทุนย้อนหลังของพอร์ตตลอดระยะเวลาการลงทุนของคุณ เพื่อสะท้อนพฤติกรรมในการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง และเป็นแนวทางให้คุณมีประสิทธิภาพการลงทุนได้ดีขึ้นค่ะ


เริ่มเช็คผลตอบแทนผ่านทาง "Bualuang iTracker"
  • ใช้งานผ่านแอป Wealth Connex เลือกเมนู iTracker
  • ใช้งานเว็บไซต์ www.bualuang.co.th เลือกเมนู POST-TRADE จากแถบเมนูด้านซ้าย และเลือกเมนูย่อย iTracker 


Portfolio Performance แสดงสัดส่วนภาพรวมผลตอบแทนการลงทุน


222222-920x607.png

เราสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการให้แสดงผลตอบแทนได้ อย่างเช่นรูปข้างต้น เลือกช่วงเวลา JAN 2018 - JAN 2019


Percent Change 

  • กราฟแสดงผลตอบแทนจากการลงทุน เลือกรูปแบบการแสดงผลได้ 2 แบบ คือ ผลตอบแทนไม่รวมเงินปันผล (Unit NAV) และ ผลตอบแทนแบบรวมเงินปันผล (Unit NAV with dividend)
  • สามารถประเมินผลตอบแทนเทียบกับดัชนีตลาด ทั้ง SET, SET50, SET100 และ BMSCITH เราจะเห็นผลตอบแทนต่อปีของ SET Index, SET50, SET100, BMSCITH และพอร์ตของเราเอง...
  • Asset Allocation 
    • แสดงสัดส่วนการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน ระหว่างการถือ เงินสด (สีแดง) และการถือ หุ้น (สีฟ้า) ในพอร์ตการลงทุนของท่าน ในแต่ละช่วงเวลา

 

อ่านรายละเอียด Bualuang iTracker เพิ่มเติม คลิกที่นี่


เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ อนุมัติไว ง่าย ๆ ผ่านแอป Wealth Connex


Footer_4.png Footer2_3.png

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง