stock-market-affect
stock-market-affect

เล่นหุ้นขาลง สำหรับมือใหม่ ต้องทำอย่างไร?

เล่นหุ้นขาลง สำหรับมือใหม่ ต้องทำอย่างไร?
ในช่วงตลาดหุ้นขาลงแบบนี้ เมื่อนักวิเคราะห์เริ่มปรับประมาณการณ์ทิศทางตลาดหุ้น นักลงทุนแบบเรา ๆ ต้องมีวิธีการรับมืออย่างไร รวมไปถึงมีสินทรัพย์อะไรที่น่าลงทุนในช่วงขาลงบ้าง ไปรับชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ


 

ทำความรู้จัก ปัจจัยที่กำหนดทิศทางตลาดหุ้นลงกันก่อน

ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดทิศทาง "ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ" และ "ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ" เกิดขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่

Screenshot 2023-05-22 134510.jpg

1. ปัจจัยมหภาค หรือเศรษฐกิจ

ภาพใหญ่ของตลาดหุ้น ที่เราพบเห็นได้บ่อย ๆ ในข่าวเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อาทิ นโยบายการเงินและการคลัง นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การเมือง สงคราม โรคระบาด สังคมและอื่น ๆ ล้วนส่งผลต่ออุตสาหกรรม และต่อยอดไปถึงบริษัท ซึ่งกระทบในด้านยอดขายและกำไรสุทธิของบริษัทในที่สุด 
 

2. อุตสาหกรรม

แรงหนุนจากสถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละด้าน มักที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น
  • ราคาน้ำมันดิบขึ้น ก็จะส่งผลอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี และภาคเอกชนที่ต้องใช้น้ำมันเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้าและบริการ
  • อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อกำไรภาคเอกชนที่ต้องมีภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น กำไรลดลง และธนาคารที่มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อด้วยเรทเงินกู้ที่สูงขึ้น
  • ยุคของโรคระบาด COVID-19 ที่ส่งผลกระทบให้ทุกคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน สินค้าและอุปกรณ์ IT ก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
หรือจำนวนผู้ผลิต บริการในธุรกิจนั้น รวมเป็นถึงสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่ ก็เป็นตัวกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน

 

3. บริษัท

  • ผลประกอบการของหุ้นที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง หรือพูดง่าย ๆ คือ "พื้นฐานของหุ้น" ที่ไม่ดี มักจะกำหนดทิศทางของราคาหุ้นในระยะยาวด้วยนั่นเอง โดยส่วนใหญ่พื้นฐานที่แย่มักจะเกิดขึ้นก่อน และส่งผลต่อราคาหุ้นทีหลัง เมื่อนักลงทุนในตลาดเริ่มรับรู้ถึงปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลง
  • กราฟระยะสั้น ในช่วงขาลง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อราคา เกิดจากนักเก็งกำไรขา Short ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นลดลงกว่าราคาพื้นฐานที่ควรจะเป็นในช่วงสั้น ๆ 
 
MicrosoftTeams-image (350).png
 

วิธีหาข้อมูลทำไมตลาดหุ้นไทยถึงปรับตัวลง 

ติดตามข้อมูลผ่าน BLS Research บน Streaming App เมนู BLS > BLS Research

จากบทวิเคราะห์ Tactical Strategy (22/05/66) โดยมีมุมมอง SET ปี 2023 ดังนี้
  • ปรับลดเป้าหมายสิ้นปีดัชนีตลาดหุ้นไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน มา จาก 1,728 จุด เหลือ 1,631 จุด คิดเป็นการปรับลงราว 5.6%
  • โดยการปรับลงนั้นเป็นผลจาก 1. งบบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/66 ที่ลดลง แย่กว่าคาด 2. การปรับลด PE (De-rate PE) ลง ให้สอดคล้องกับแนวโน้มผล การดำเนินงานที่ปรับลดลง
  • แม้ว่าในช่วงโค้งแรกของการรายงานงบการเงินไตรมาส 1/66 จะดูเหมือนดีขึ้น เริ่มจากงบกลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก ฯลฯ แต่โค้งสุดท้ายกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ และอื่น ๆ กลับทยอยรายงานกำไรต่ำกว่าคาดการณ์ “ส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนสะดุดลง และดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อสัปดาหฺที่แล้ว ปรับลดลง โดยไม่สามารถขึ้นทดสอบแนวต้านตามที่เราได้มีการประเมิน


เป้าหมาย set 2023.jpg


จากข้อมูลดังกล่าว จึงได้มีการอัปเดตข้อมูลและกลยุทธ์โดยปรับเปลี่ยนมุมมองทันที!
 

และได้ทยอยลดพอร์ตลงเพื่อรักษาหน้าตักเงินต้นไว้รอช้อนซื้อเมื่อจังหวะนั้นมาถึง เบื้องต้นกลยุทธ์ประเมิน Downside แรกแถว 1,480-1,490 จุด อิงจากการเทียบเคียงระดับดัชนีในวันที่งบออกครบคือ 1,570 จุด กับ การปรับลด เป้าหมายดัชนีฯลงราว 5-6%

...ส่วนจะรับอยู่หรือไม่นั้น ยังคงต้องกลับเข้าโหมด Wait and see

เป้าหมาย set 2023 bls research.jpg


โดยนักลงทุนสามารถรอติดตาม รวมถึงคอมเมนต์ พูดคุยสอบถามอย่างใกล้ชิด กับนักวิเคราะห์ บน Wealth CONNEX นะคะ


กลยุทธ์รับมือเมื่อตลาดหุ้นผันผวน

1. ตัดขาดทุนด้วยการ Stop Loss 

Stop Loss คือ การป้องกันความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง โดยการขายหุ้นหรือสินทรัพย์ลงทุนออกไป หากราคาปรับตัวลดลงไปถึงจุดที่กำหนด ซึ่งขณะที่ทำการ Stop loss นั้น ณ ตอนที่ขาย นักลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรก็ได้ แต่การขายออกไปก็เพื่อป้องกันไม่ให้กำไรลดลงกว่าที่ควรจะเป็นหรือขาดทุนมากยิ่งขึ้น 

stop loss.jpg
ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถศึกษาวิธีการ Stop Loss ด้วยเครื่องมือออนไลน์ อ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่


2. ทางเลือกในการเพิ่มผลตอบแทนในช่วงขาลง

ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางเลือก ที่นักลงทุนเก็งกำไรหรือต้องการป้องกันความเสี่ยงสามารถลงทุนควบคู่ไปได้ โดยสินทรัพย์ดังกล่าวมักจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลง ทั้งนี้จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าการลงทุนปกติ เนื่องจากจะเป็นการลงทุนด้วยอัตราทดหรือมี Leverage อาทิ

เปรียบเทียบขาลง.png
 
  • การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ โดยเปิดสัญญาขา Short ในตลาด TFEX ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าอ้างอิงให้เลือกหลากหลาย ทั้งดัชนี SET50, หุ้นรายตัว, สินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงิน
  • การยืมหุ้น ขา Short ด้วยบริการ SBL โดยใช้หลักการการยืมหุ้นในช่วงที่ราคายังสูงอยู่เพื่อมาขายออกไปก่อน เมื่อราคาหุ้นปรับลดลง ก็ทำการซื้อหุ้นในช่วงถูก เพื่อคืนหุ้นที่ยืมไป ซึ่งนักลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา หักโดยต้นทุนกู้ยืมหุ้น และหากสนใจเปิดบัญชีสามารถติดต่อได้ที่ผู้แนะนำการลงทุนของท่าน
  • การเก็งกำไรด้วย DW ขา Put โดยราคา DW ขา Put จะมีทิศทางราคาวิ่งสวนกับหุ้นแม่หรือหุ้นอ้างอิง สามารถทำกำไรในช่วงหุ้นลงได้ แต่มีข้อควรระวังเรื่องอัตราทดที่ค่อนข้างผันผวน และค่าเสื่อมเวลาเนื่องจากมีวันหมดอายุของ DW ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถลงทุนได้สะดวกเหมือนการซื้อขายหุ้นปกติ บน Streaming App

หากนักลงทุนที่สนใจเปิดบัญชีตราสารอนุพันธ์ สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้สะดวก ไม่ต้องส่งเอกสาร ผ่านแอป Wealth CONNEX บนเมนู Solution > สมัครบริการลงทุน 
 
ตราสารอนุพันธ์ คือ เปิดบัญชี TFEX.jpg
 

นักลงทุนมือใหม่ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Wealth CONNEX เพื่อเริ่มต้นเรียนรู้และเข้าถึงทุกบริการลงทุนกับหลักทรัพย์บัวหลวง

wconnex.jpg

อ่านคู่มือและเงื่อนไขการใช้งานคลิกที่นี่

✅ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอป Wealth CONNEX บริการเชื่อมต่อทุกความรู้และบริการลงทุน
เลือกเมนู CHAT กด Chat With Customer Service
 

📌 เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์กับหลักทรัพย์บัวหลวง สะดวก ง่าย ไม่ต้องส่งเอกสาร คลิก  👇

 
เปิดบัญชี.jpg
หรือศึกษาวิธีการเปิดบัญชีบนหน้าเว็บไซต์เพิ่มเติม คลิก 

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง