เมื่อโอกาสการเติบโตไม่ได้กระจุกอยู่ในประเทศเดียวอีกต่อไป ถึงเวลาปรับพอร์ตให้ทันโลกด้วยกลยุทธ์จัดพอร์ตต่างประเทศแบบเชิงรุกกับ DR Global Index
วันนี้บริษัทบิลเลียนดอลลาร์ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป ขณะที่ไทยมีเพียง 52 บริษัท นอกจากนี้หากมองในแง่มูลค่าตลาด ไทยคิดเป็นเพียง 0.4% ของตลาดหุ้นโลก นั่นหมายความว่า หากคุณลงทุนแค่ในประเทศ โอกาสการเติบโตของคุณถูกจำกัดไว้เพียงเศษเสี้ยวของโลก
ลงทุนต่างประเทศน่าสนใจเพราะ “กำไรเติบโต”
เมื่อมองย้อนผลตอบแทน 8 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดคือ Nasdaq 100 (NDX) พุ่งกว่า +445% ตามด้วย S&P500 (SPX) และ SENSEX (อินเดีย) รวมถึง VNINDEX (เวียดนาม) ที่โตเกิน +200% และ TOPIX (ญี่ปุ่น) ที่ทำผลตอบแทนบวกมากกว่า +100% ในขณะที่ SET (ไทย) กลับติดลบเกือบ -10% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ที่มา: BLS Global Investing, Bloomberg ณ วันที่ 3 ก.ย. 2568
สาเหตุที่ตลาดเหล่านี้ทำผลตอบแทนได้เหนือกว่ามาจาก “การเติบโตของกำไร” (Earnings Growth) สังเกตได้จากรูปที่ 2 ที่แสดงอัตราการเติบโตของกำไร (EPS CAGR) ช่วงปี 2014–2024
- สหรัฐฯ (Nasdaq 100 / S&P500) มีกำไรโตเฉลี่ยสูงถึง +6.8-11.6% ต่อปี
- ญี่ปุ่น (Nikkei / TOPIX100), เวียดนาม และ อินเดีย (Sensex) โตเฉลี่ย +7–8% ต่อปี
- ในขณะที่ ไทย มีกำไรเฉลี่ย ติดลบ -0.9% ต่อปี ทำให้ราคาหุ้นโดยรวมไม่ไปไหน
สิ่งที่สองกราฟนี้บอกเราคือ ตลาดที่มีกำไรเติบโตต่อเนื่อง มักสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดโลกในระยะยาว และตลาดที่กำไรหดตัวก็มักให้ผลตอบแทนต่ำ ดังนั้นการเลือกลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตของกำไรชัดเจน จะช่วยให้พอร์ตลงทุนเติบโตได้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลก ไม่ติดกับดักตลาดที่ซบเซา

ที่มา: Bloomberg, Bualuang Research ณ วันที่ 16 ก.ย. 2568
หาประเทศที่มีกำไรเติบโต ต้องดูโครงสร้างตลาดแบบ “New Economy”
โครงสร้างตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) เปลี่ยนไปมากในรอบกว่า 30 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่อุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น พลังงาน อุตสาหกรรม และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานครองสัดส่วนใหญ่ของตลาด ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยกลุ่มเทคโนโลยี (Info Tech) ที่มีน้ำหนักสูงถึง 33.5% ของดัชนี
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่า “New Economy” — อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการใหม่ ๆ — ทำให้ธุรกิจเติบโตเร็ว มีศักยภาพทำกำไรสูง และมักเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหุ้นในระยะยาว

ที่มา: Bloomberg, Bualuang Research ณ วันที่ 16 ก.ย. 2568
ถ้าอยากให้พอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืน การเลือกลงทุนในประเทศที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจแบบ New Economy คือกุญแจสำคัญ
แต่การค้นหาประเทศที่ใช่และติดตามข้อมูลอาจใช้เวลา สำหรับคนที่ไม่มีเวลามากอาจใช้กลยุทธ์ DR Global Index ช่วยคัดหุ้นชั้นนำจากตลาดที่เต็มไปด้วยธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้คุณลงทุนตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้ง่ายๆ ทุกวัน
DR Global Index Strategy: ทางลัดสู่โอกาสใหม่ในตลาดหุ้นต่างประเทศ
DR Global Index คือ กลยุทธ์ที่ลงทุน DR อ้างอิง ETF ดัชนีหุ้นต่างประเทศ พร้อมปรับพอร์ตอัตโนมัติตามสภาวะตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญร่วมกับระบบอัตโนมัติ โดยคาดหวังผลตอบแทนเหนือกว่า ดัชนี MSCI ACWI Total Return ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นที่สะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก
จุดเด่นของกลยุทธ์ DR Global Index Strategy
- ลงทุนทั่วโลก: ผ่าน DR อิง ETF ดัชนีหุ้นต่างประเทศ
- กระจายความเสี่ยง: ผ่านการวิเคราะห์ Multi-Factor
- ปรับพอร์ตอัตโนมัติ: ตามสภาวะตลาดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
_3.webp)
DR Global Index Strategy ทำผลตอบแทนได้เท่าไร
ผลทดสอบย้อนหลังของ DR Global Index Strategy ในช่วงระยะเวลากว่า 5 ปี สามารถสร้างผลตอบแทนรวมได้ +126.78% ดีกว่าดัชนี MSCI ACWI ที่มีผลตอบแทนรวม +88.86%

ที่มา: BLS Auto Investing ณ วันที่ 1 ก.ค. 2563 - 12 ก.ย. 2568
สนใจสมัครลงทุนอัตโนมัติ ต้องทำอย่างไร
สำหรับลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สามารถติดต่อได้ที่ผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือสมัครบริการด้วยตนเองได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์
พิเศษ ... รับโปรโมชัน 2 ต่อ สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชี DR Global Index (DRINDEX) ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 2568
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดการ
- เงินลงทุนเริ่มต้นขั้นต่ำเหลือ 500,000 บาท จากปกติ 1,000,000 บาท
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Factsheet คลิก
สมัครลงทุนอัตโนมัติ (Auto Investing) ได้ ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่
- แอป Wealth Connex บน App Store (สำหรับ iOS คลิกที่นี่) และ Google Play (สำหรับ Android คลิกที่นี่) เมนู Solution > หัวข้อ บัญชีลงทุนอัตโนมัติ
- แอป Streaming เมนู BLS > Auto Investing
- เว็บไซต์ www.bualuang.co.th เมนู Auto Investing
_3.webp)
หลังจากดำเนินการสมัครแล้ว ท่านจะได้รับผลอนุมัติทางอีเมล และสามารถติดตามผลการดำเนินงานพอร์ตการลงทุนของท่านง่าย ๆ ได้ทุกวันผ่าน Streaming หรือ Bualuang iTracker

