ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายแบบ Panic Sell จากสถานการณ์ของประเด็นตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ดัชนีปรับตัวลงแรงในระยะเวลาอันสั้น พร้อมกับความกังวลที่กระจายไปทั่วตลาด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือนักเทรดต้องเตรียมพร้อมหลังจากนี้คือเมื่อตลาดเริ่ม หยุดลง และเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน นี่คือจังหวะที่สำคัญที่สุดสำหรับสาย DW
Phase 1
คือ panic sell นักลงทุนกลัว และรีบขาย
Phase 2
Sideways หลัง Panic
ตลาดจะเริ่มสร้างฐาน ดัชนีหรือหุ้นมักแกว่งในกรอบ (Sideways) Volume ลดลง ข่าวร้ายเริ่มถูก price in ไปแล้ว ช่วงนี้คือ Danger Zone สำหรับ DW เพราะมี DW มีค่าเสื่อมเวลา ถ้าหุ้นเคลื่อนไหวน้อยจะไม่เหมาะกับ DW แต่ถ้าหุ้น Sideways ในกรอบกว้าง ๆ ก็สามารถใช้กลยุทธ์ซื้อโซนรับ ขายโซนต้านในกรอบ Sideways ได้
Phase 3
Rebound จังหวะของ Call ที่น่าสนใจ
เมื่อแรงขายเริ่มหมดตลาดจะเข้าสู่ช่วง Rebound หุ้นหลาย ๆ ตัวจะเริ่มฟื้นตัวได้ดี สัญญาณที่เริ่มเห็นได้ เช่นราคาไม่ทำ Low ใหม่ Indicator เช่น MACD เริ่มตัดเส้น Sigal ขึ้น หรือ RSI เริ่มฟื้นจาก Oversold zone หรือมี Bullish Divergence เกิดขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่า Rebound แรก มักเป็น Technical ไม่ใช่ Trend กลับตัวทันที

หาจังหวะ Call เมื่อดัชนีพ้นขีดอันตราย: ใช้ EMA + RSI
สูตรหาจุดกลับตัว
- เช็กสัญญาณ Oversold: มองหาจังหวะที่ RSI (Relative Strength Index) ลงไปแตะระดับต่ำกว่า 30 ซึ่งสะท้อนว่ามีการขายที่มากเกินไป
- รอราคากลับขึ้นมายืน EMA : อย่าเพิ่งรีบเข้าซื้อ DW Call จนกว่าดัชนีหรือราคาหุ้นอ้างอิงจะสามารถ ปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น เช่น EMA 20 หรือ EMA 50 ได้อย่างมั่นคง การทะลุเส้นนี้คือสัญญาณที่เริ่มน่าสนใจว่าแนวโน้มเริ่มเปลี่ยนจากลงแรง เป็นเริ่มฟื้นตัว
- การเลือก DW ในจังหวะนี้: ควรเลือก DW ที่มี Time Decay ไม่สูงเกินไป เนื่องจากในช่วงแรกของการฟื้นตัว ตลาดอาจจะมีลักษณะการ Sideway ออกข้างเพื่อสะสมพลังบ้าง หรือถ้าไม่อยากถือ DW รอ อาจต้องมองหาแม่งเทียนที่บวกเพื่อคอนเฟิร์มก่อน โดยยอมซื้อแพงขึ้นแต่เริ่มเห็นว่าราคาฟื้นตัวชัดเจน
_1.webp)
การเทรด DW ในช่วงตลาดฟื้นหลัง Panic sell ไม่ใช่การเดาสุ่ม แต่คือการ รอให้ตลาดเฉลย ผ่าน Indicator พื้นฐานอย่าง RSI และ EMA เมื่อจังหวะมาถึงและการคัดเลือกหุ้นแม่มีความแม่นยำ DW จะทำหน้าที่เป็นคานงัดที่ช่วยให้พอร์ตของคุณฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
คำเตือน
ก่อนการซื้อขาย DW นักลงทุนควรวางแผนบนตารางราคาทุกครั้ง และต้องมีจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาเคลื่อนไหวต่างไปจากที่คาดการณ์ นักลงทุนทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งบริษัทไม่รับรองผลกำไร/ผลขาดทุนจากการลงทุนของท่าน
.webp)

