ทำไมนักลงทุนควรมี “พันธบัตรรัฐบาล” ติดพอร์ต?

ทำไมนักลงทุนควรมี “พันธบัตรรัฐบาล” ติดพอร์ต?

หลายคนเริ่มต้นลงทุนด้วยเป้าหมายง่ายๆ คือ "อยากได้ผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ แต่เงินต้นยังต้องปลอดภัย" ทำให้การขยับไปลงทุนในหุ้นหรือทองคำทันที ก็อาจจะผันผวนหรือเสี่ยงมากเกินไป ซึ่งในโลกการเงิน มีสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์เป้าหมายดังกล่าว ซึ่งก็คือ “พันธบัตรรัฐบาล”


พันธบัตรรัฐบาล คืออะไร?

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลังเพื่อระดมทุนไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ของประเทศ

ในมุมของการลงทุน เมื่อเราซื้อพันธบัตร เราจะเปลี่ยนสถานะเป็น “เจ้าหนี้” โดยมีรัฐบาลเป็น “ลูกหนี้”

โดยรัฐบาลจะจ่ายดอกเบี้ย (Coupon) ในอัตราคงที่ตามงวดเวลาที่กำหนด (เช่น ปีละ 2 ครั้ง) และจะคืนเงินต้นเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดอายุสัญญา

เนื่องจากผู้ออกคือรัฐบาล จึงทำให้พันธบัตรรัฐบาลถูกจัดว่าเป็นสินทรัพย์ในกลุ่ม Risk-Free Asset และโดยทั่วไปมักให้อัตราผลตอบแทน (Yield) สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์

ปัจจุบันรัฐบาลมีการออกพันธบัตรออมทรัพย์ (Saving Bond) เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชนรายย่อย เช่น “บอนด์ ออมพลัส” ที่ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท 


ทำไมนักลงทุนควรมีตราสารหนี้ติดพอร์ต?

ในตลาดทุนมีคำกล่าวคลาสสิกว่า 

“ตลาดหุ้นชอบข่าวดี ตราสารหนี้ชอบข่าวร้าย”

ช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง (ข่าวดี): นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูง กล้าเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) เม็ดเงินจึงไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น

ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวหรือเกิดวิกฤต (ข่าวร้าย): ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง นักลงทุนจะเกิดภาวะกลัวความเสี่ยง (Risk-off) และโยกย้ายเงินทุนมาหาเซฟโซนอย่างพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งทำหน้าที่เป็นหลุมหลบภัย

นอกจากนี้ ในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารกลางมักจะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายด้วยการ "ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกลไกนี้จะส่งผลเชิงบวกต่อผู้ถือพันธบัตร ดังนี้

  • Capital Gain: เมื่อดอกเบี้ยขาลง พันธบัตรรุ่นใหม่จะจ่ายดอกเบี้ยต่ำลง ส่งผลให้พันธบัตรรุ่นเก่าที่ล็อกดอกเบี้ยสูงไว้จึงเป็นที่ต้องการ ดันราคาพันธบัตรให้พุ่งสูงขึ้น และสามารถขายทำกำไรได้ก่อนครบกำหนด
  • No Default Risk: ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว หุ้นกู้เอกชนจะดูมีความเสี่ยงสูงขึ้น ทำให้พันธบัตรรัฐบาลยิ่งดูปลอดภัยขึ้นทั้งในแง่ของการจ่ายดอกเบี้ยและการได้รับเงินต้นคืน


ดังนั้น การมีพันธบัตรรัฐบาลติดพอร์ต จึงเปรียบเสมือนการสร้าง "กันชน" ให้กับพอร์ต เพื่อจำกัดความเสี่ยง (Downside Risk) และรักษาความมั่งคั่งในวันที่ตลาดผันผวน ส่วนสัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนแต่ละคน


ช่องทางการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

นักลงทุนสามารถลงทุนพันธบัตรได้ 2 รูปแบบ คือ การลงทุนทางตรงและการลงทุนทางอ้อม

ลงทุนทางตรง
  • ลงทุนในตลาดแรก (Primary Market) คือ การซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ออกขายเป็นครั้งแรกในตลาดตามช่วงเวลาที่เปิดจองซื้อ
  • ลงทุนในตลาดรอง (Secondary Market) คือ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีการเปลี่ยนมือผ่านบริษัทหลักทรัพย์ โดยไม่ต้องรอให้หมดอายุสัญญา ซึ่งราคาในตลาดรองจะขยับขึ้นลงตามทิศทางดอกเบี้ยในตลาด


ลงทุนทางอ้อม

ผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล โดยนักลงทุนสามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายและความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเอง เริ่มต้นได้ง่าย ด้วยเงินลงทุนจำนวนไม่มาก


Final-(AomWise-STM)-(2).webp


สำหรับลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงที่สนใจจองซื้อ “บอนด์ ออมพลัส” 
  1. แอป Wealth Connex เมนู Bond > จองซื้อ Bond E-IPO (มีแอปแล้ว คลิกที่นี่)
  2. เว็บไซต์ www.bualuang.co.th เมนู Bond > จองซื้อ Bond E-IPO 
  3. แอป Streaming เมนู BLS > Bond > จองซื้อ Bond E-IPO
  4. แอป AomWise  เมนู Bond > จองซื้อ Bond E-IPO

หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “บอนด์ ออมพลัส” ที่นี่


สำหรับลูกค้าที่จองซื้อ “บอนด์ ออมพลัส” ผ่านแอปโมบายแบงก์กิ้ง ธนาคารกรุงเทพ 
  • กรณียังไม่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพได้ อ่านรายละเอียด คลิกที่นี่

คลิกสร้างโปรไฟล์จองซื้อหลักทรัพย์ > กรอกข้อมูลผู้จองซื้อ  

  • เลือกวิธีรับหลักทรัพย์เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ โดยกรอกเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ > ตรวจสอบความถูกต้องและกดยืนยันได้เลย 


หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ อนุมัติไว ง่าย ๆ ผ่านแอป Wealth Connex


Footer_4.png Footer2_3.png