เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกหลังจาก SET Index เคยปรับตัวลงไปแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,050 จุด ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ราคาหุ้นสามารถรีบาวด์กลับขึ้นมาใกล้บริเวณ 1,300 จุด ได้ในเดือน ก.ย. ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดกว่า 22% (ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2568) โดยแรงซื้อหลักมาจาก สถาบันและต่างชาติ โดยเฉพาะการเข้ามาซื้อเก็งกำไรหุ้นปันผลและการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ ที่เห็นได้ว่า Valuation หุ้นใหญ่หลายตัวอยู่ในระดับที่น่าสนใจทั้ง P/E และ P/BV ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และอัตราผลตอบแทนจากปันผลที่สูงในยุคดอกเบี้ยต่ำ
ภาพตลาดที่เริ่มฟื้นตัวก็สะท้อนให้เห็นได้ว่า หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวกำลังฟื้นตัวจากโซนล่างและหากมองไปข้างหน้าการที่ราคาหุ้นมีโอกาสกลับไปเทรดเหนือ 1,300 จุด ดูอาจไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง โดยมีปัจจัยหนุนบรรยากาศลงทุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย เช่น คนละครึ่งพลัสที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคและแผนโรดโชว์ประเทศไทยเพื่อดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ ส่วนปัจจัยลบคาดเริ่มคลี่คลาย เช่น ค่าเงินบาทที่ลดการแข็งค่ากลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น
ดังนั้นในสภาวะที่ราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องนักลงทุนสามารถใช้ตัวช่วยในการเพิ่มแรงส่งด้วยการใช้ “Turbo Bull Note” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์การลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ “เร่งผลตอบแทน” ในการลงทุนแต่ยังอยากมี “กันชนเพื่อลดความเสี่ยง” เพิ่มอัตราเร่งผลตอบแทน เมื่อหุ้นมีแนวโน้มฟื้นตัว
จุดเด่นของ Turbo Bull Note (TBN)
คือหากคาดการณ์ว่าหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 มีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้น Turbo Bull Note จะเครื่องมือที่ช่วยเร่งอัตราผลตอบแทน ตามอัตราการมีส่วนร่วมหรือ Participation Rate (PR) ที่ 120%–200% หมายความว่า โดยจะดูผลตอบแทนจากหุ้นที่เลือกในตะกร้าหุ้น2 ตัว โดยหากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นผลตอบแทนที่ได้รับจะมากกว่าการลงทุนหุ้นปกติ ซึ่งคำนวณจาก ผลตอบแทนของหุ้น X ค่า PR แต่การคำนวณผลตอบแทนจะยึดตามหุ้น (LPS) หรือหุ้นที่มี Performance น้อยที่สุดในตะกร้าหุ้น 2 ตัว เป็นตัวกำหนดผลตอบแทน พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหุ้นที่เป็น LPS ปรับตัวขึ้น 10% นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 12%–20% ขึ้นอยู่กับค่า PR ที่กำหนด ซึ่งจะเห็นได้ว่า Turbo Note ช่วย “เร่งผลตอบแทน” ให้สูงขึ้น โดยจะอิงจากหุ้นที่ปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดในตะกร้าหุ้น 2 ตัว ซึ่งนักลงทุนควรเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มหรือมุมมองว่าจะปรับตัวขึ้นไปในทิศทางเดียวกันทั้ง 2 ตัว
รูปแบบผลตอบแทน Turbo Bull Note

เครื่องมือที่มี “กันชน” ป้องกันเงินต้น
จุดแข็งอีกอย่างของ Turbo Bull Note คือการมี “คุ้มครองเงินต้นในระดับ 90% ถึง 95%” หากหุ้นปรับตัวลงไม่เป็นไปตามคาด นักลงทุนอาจขาดทุนเหมือนถือหุ้นจริง แต่การขาดทุน จะถูกจำกัดไว้ที่
- เช่น เลือกคุ้มครองเงินต้น 90% → ขาดทุนสูงสุดไม่เกิน 10%
- เลือกคุ้มครองเงินต้น 95% → ขาดทุนสูงสุดไม่เกิน 5%
ดังนั้น แม้จะผิดทาง แต่ก็ยังมีเกราะป้องกัน ไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงเต็มจำนวนหากราคาหุ้นมีการปรับตัวลงแรง ซึ่งจะเห็นได้ว่า Turbo Note คือเครื่องมือที่ผสมผสาน “ตัวเร่งผลตอบแทน” + “กันชนป้องกันเงินต้นบางส่วน”
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองบวกต่อการฟื้นตัวของหุ้นไทยในรอบนี้ แต่ยังต้องการลดความเสี่ยงหากตลาดผันผวนหรือปรับตัวลง
ยกตัวอย่างการลงทุน
ลงทุนตั๋ว Turbo Bull Note อ้างอิงหุ้น PTT&BDMS อายุ 1 เดือน ระดับการคุ้มครองเงินต้นที่ 90% โดยจะได้ค่า PR ที่ 200% โดยผลตอบแทนที่ได้จะคำนวณจากราคาปิดเมื่อครบ 1 เดือน กรณีที่หุ้น PTT ปรับตัวขึ้น 7.81% และ BDMS ปรับตัวขึ้น 5.81% ซึ่งในกรณีนี้จะใช้ผลตอบแทนของ BDMS ซึ่งถือเป็นหุ้น LPS มาคำนวณผลตอบแทน โดยจะสร้างผลตอบแทนได้เท่ากับ 5.81% X 200%(ค่า PR) ซึ่งจะเท่ากับ 11.62% ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ซึ่ง Turbo Bull Note จะมีการหักภาษี WHT เหมือนกับ Structured Notes อื่นๆ ที่15% ของผลตอบแทน ทำให้ผลตอบแทนสุทธิที่ได้รับจะเท่ากับ 9.88% โดยที่ไม่มีค่าธรรมเนียมในการซื้อ-ขาย Turbo Bull Note
ตัวอย่างผลตอบแทน
.webp)
ความเสี่ยงของ Turbo Note คืออะไร
หากดูในตัวอย่างผลตอบแทนจะเห็นได้ว่าผลตอบแทนของ Turbo Bull Note จะขึ้นอยู่กับหุ้นที่เป็น LPS โดยหากมีการเลือกหุ้น 2 ตัวในตะกร้าหุ้น ที่มีผลตอบแทนฉีกหรือไม่ได้ไปตามทิศทางเดียวกันอาจทำให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดคิด โดยเราสามารถดูความสัมพันธ์ของหุ้นทั้ง 2 ตัว ได้จากค่า Correlation ซึ่งจะถ้าแสดงค่าออกมาตั้งแต่ -1 ถึง 1 ซึ่งค่าที่มากกว่า 0 จนไปถึง 1 แสดงว่าราคาหุ้นทั้ง 2 ตัวมีความสัมพันธ์กันในทิศทางเชิงบวก ยิ่งใกล้ 1 มากเท่าไหร่ก็จะแสดงว่ามีความสัมพันธ์สูง ยกตัวอย่างเช่นหุ้นในอุตสาหกรรรมเดียวกัน อย่างกลุ่มธนาคาร ก็จะวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน โดยเราสามารถเลือกจับคู่หุ้นที่มีแนวโน้มที่ราคามีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นและมีความสัมพันธ์เชิงบวก เพื่อสร้างผลตอบแทนบน Turbo Note โดยจะช่วยเป็นตัวเร่งผลตอบแทนหากราคาหุ้นปรับตัวขึ้น
สรุปรูปแบบผลตอบแทน
Turbo Bull Note อ้างอิงหุ้น XX และ YY อายุ 1 เดือน PR 200% ระดับความคุ้มครองเงินต้น 90%

หากเปรียบเทียบรูปแบบของ Turbo Note กับการลงทุนในหุ้น และ Products ที่มี Leverage จะเห็นได้ว่าจุดเด่นของ Turbo Bull Note คือการมีตัวคูณผลตอบแทนจากค่า PR ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าการลงทุนบนหุ้นอ้างอิง และยังมีการจำกัดความเสี่ยงขาลงกรณีที่ราคาหุ้นอาจจะปรับตัวลงแรง ซึ่งเป็นคีย์ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างโอกาสในการลงทุน แต่ก็ยังมีกันชนในการลดความเสี่ยงหากผิดทาง โดยความยืดหยุ่นของ Turbo Bull Note แม้จะไม่ใช่ Trading Products แต่อายุการลงทุนนั้นถือว่าไม่ได้ยาวจนเกินไปโดยนักลงทุนยังสามารถ Unwind (ไถ่ถอนคืนก่อนครบกำหนดอายุ) โดยที่ธุรกรรมทั้งหมดไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมในการลงทุน ซึ่งถือได้ว่า Turbo Note ช่วยตอบโจทย์การบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้าได้อย่างดี
เปรียบเทียบ Turbo Bull Note กับ การซื้อหุ้น และ Leverage Products

ในช่วงที่สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวและราคาหุ้นอยู่ใน Valuation ที่น่าสนใจ แต่ตลาดหุ้นก็ยังคงมีปัจจัยกดดันและยังมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนที่อาจมองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนแต่ยังต้องการลดความเสี่ยงสามารถใช้ Turbo Bull Note ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ด้วยการ “เร่งผลตอบแทน” ในการลงทุนแต่ยังมี “กันชนเพื่อลดความเสี่ยง” ถือเป็นทางเลือกในการลงทุนบนหุ้นไทยสำหรับลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนหากมองว่าตลาดเป็นขาขึ้นและยังต้องการบริหารความเสี่ยง โดยผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจเงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือ BLS Customer Service โทร. 0 2618 1111
ผลิตภัณฑ์นี้สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ตามประกาศ ก.ล.ต. เท่านั้น


