
Tips
ราคาหมูในประเทศทรงตัวแข็งแกร่ง!!!คุณเพชร นันทวิสัย รองประธานสายฟาร์มและพัฒนาคุณภาพ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่า เมื่อ 2 ปีก่อน ราคาหมูในประเทศเคยอยู่ระดับ 36 บาทต่อกก. ต่ำสุดในรอบ 7 ปี ผลักดันให้ผู้เล่นรายย่อยถอยออกจากตลาด เมื่อการผลิตหดหายทำให้วันนี้ราคาเนื้อหมูพุ่งขึ้นมายืนระดับ 72 บาทต่อกก. TFG เชื่อว่าในช่วงไตรมาส 3 ปี 62 ราคาเนื้อหมูจะดีกว่านี้ วันนี้บริษัทมีกำไรเนื้อหมูต่อกก.ประมาณ 20 กว่าบาท ปัจจุบัน TFG ไม่ได้ส่งออกเนื้อหมูไปต่างประเทศ เพราะเนื้อหมูไม่มีตลาดส่งออกที่ชัดเจนและผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นรายย่อยแต่ยอมรับว่า เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เราคิดเรื่องตลาดส่งออกมากขึ้น... เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสคุยกับกรมปศุสัตว์ว่า หากกรมช่วยส่งเสริมและยกมาตรฐานผู้ประกอบการไทยให้สามารถส่งออกหมูได้จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเนื้อหมูของไทยอย่างมากและควรใช้โอกาสที่เมืองจีนมีความต้องการชิ้นส่วนเนื้อหมูมากขึ้นเข้าไปในทำตลาดในจีน หลังอุปทานหมูในจีนขาดแคลนอย่างหนัก เพราะประสบปัญหาโรคไข้หวัดหมูแอฟริกัน (ASF) คาดว่า สิ้นปีนี้คงได้เห็นความชัดเจนเรื่องนี้มากขึ้น...เราหวังเช่นนั้น!!!

“ราคาไก่ขยับ” รับอนิสงส์อุปทานหมูในจีนขาดแคลนในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ราคาเนื้อไก่ในประเทศมีระดับเท่ากับปีก่อนหน้า โดยทำมาร์จิ้นได้เฉลี่ย 3-4% เมื่อเทียบกับต้นทุน แต่ในช่วงไตรมาส 2 ปี 62 ราคาเนื้อไก่โดดขึ้นมายืนแถวๆ 41-42 บาทต่อกก. จากเคยตกต่ำถึง 34-35 บาทต่อกก. (TFG มีกำไรเนื้อไก่ต่อกก.ประมาณ 10 กว่าบาท) รับอานิสงส์ปริมาณยอดส่งออกไก่ไปเมืองจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด หลังเกิดภาวะขาดแคลนหมูในเมืองจีนอย่างหนัก แน่นอนว่า TFG จะได้รับประโยชน์จากความต้องการของจีนที่มีมากขึ้นด้วย คาดว่าสิ้นปี 62 จะมียอดส่งออกไปเมืองจีนประมาณ 9,200 ตัน โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมา TFG มีปริมาณยอดส่งออกไก่ไปเมืองจีน 2,200 ตัน ขยับจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดส่งออกแค่ 168 ตัน ปัจจุบัน TFG ส่งออกเนื้อไก่ดิบเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีตัวเลขมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 19% ส่งออกครั้งแรกในปี 58 ประมาณ 9,000 ตัน ก่อนขยับเป็น 20,000 ตัน 30,000 ตัน และ 55,000 ตัน ในปี 59-61 ตามลำดับ ส่วนในปี 62 น่าจะอยู่ระดับ 68,000 ตัน ขยับเข้าใกล้เบอร์หนึ่งเข้าไปทุกที!!! TFG คาดว่าสิ้นปีนี้อาจมีสัดส่วนรายได้ส่งออกไก่ประมาณ 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเนื้อดิบ 5,300 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเนื้อสุกประมาณ 1,200 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนหน้าที่ทำได้ 5,216 ล้านบาท หรือประมาณ 54,627 ตัน แบ่งเป็นส่งออกไปในโซนยุโรป 61% ญี่ปุ่น 29% จีน 6% และมาเลเซีย 4% ที่ผ่านมาเมืองจีนเริ่มนำเข้าเนื้อไก่ดิบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะชื้นส่วน ตีนไก่ ปีกไก่ น่องสะโพก กระดูกอ่อน และหัวใจ เป็นต้น ยิ่งช่วงนี้ที่เมืองจีนประสบปัญหาอุปทานหมูขาดแคลนอย่างหนัก เนื้อไก่ยิ่งมีความต้องการมากขึ้นเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดจากการยอมจ่ายเงินซื้อในราคาที่ดีกว่าเฉลี่ย 20-30% และออเดอร์แต่ละครั้งไม่ได้มาแค่หลักสิบตู้ แต่มาเป็นหลักร้อยตู้ ซึ่งในอนาคตก็มีแนวโน้มจะนำเข้าชิ้นส่วนที่ไม่คิดว่าจะนำเข้าอย่างอกไก่ด้วย จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ TFG ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย คุณเพชร ย้ำ
แตกไลน์สู่ “สินค้าปรุงสุก” อัพมาร์จิ้นจากนี้ไปจะเริ่มเห็น TFG ขยายตัวเข้าสู่สินค้าปรุงสุกมากขึ้นเรื่อยๆ หลังปีที่ผ่านมาได้เริ่มเดินเครื่องผลิตไก่ปรุงสุกส่งออกในโรงงานแห่งใหม่ กำลังการผลิต 20,000 ตันต่อปี ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ คาดว่าไม่เกิน 3 ปีข้างหน้าจะเดินเครื่องผลิตได้เต็มกำลัง ไล่มาตั้งแต่ปี 2562 เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 25-30% หรือประมาณ 6,000 ตันของกำลังการผลิตทั้งหมด เพื่อส่งออกไปญี่ปุ่นเป็นหลัก ตอนนี้กำลังพัฒนาสินค้าบางตัว เพื่อส่งออกไปเกาหลีเป็นประเทศต่อไปก่อนจะขยับเป็น 10,000-12,000 ตันในปีถัดและปีที่สามอาจวิ่งไปถึง 18,000 - 19,000 ตัน TFG คาดว่าในปี 2562 อาจมีรายได้จากส่งออกสินค้าไก่ปรุงสุกเฉลี่ย 4-5% และจะขยับตัวเป็นประมาณ 10% หรือประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งสินค้าปรุงสุกทำมาร์จิ้นได้ดีวันดีคืนเฉลี่ย 15% เพราะสินค้าบางตัวไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำได้ เช่น ไก่ย่างเสียบไม้ เป็นต้น หลายคนอาจตั้งคำถามมันทำยากตรงไหน!! แต่การที่จะเสียบไก่เข้าไปให้เหมือนกัน 5 แสนไม้ต่อวัน ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งเราต้องใช้คนทำเคยใช้เครื่องจักรทำแล้วมันไม่เวิร์ก “ตลาดสินค้าปรุงสุกใหญ่กว่าตลาดของดิบถึง 2 เท่า โดยเมืองไทยส่งออกสินค้าปรุงสุกเฉลี่ย 520,000 ตัน เมี่อเทียบกับตลาดของดิบที่ส่งออกไปเพียง 300,000 ตัน”
รายได้ 3 หมื่นลบ.เป้าหมายปี 62ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ที่ระดับ 30,000 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 28,411 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจไก่ 40-50% ธุรกิจหมู 25-30% ที่เหลือเป็นธุรกิจอาหารสัตว์และอื่นๆ ส่วนเรื่องแผนลงทุน ปีนี้คงไม่มีการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ แต่จะมีโครงการลงทุนที่ติดพันมาจากปีก่อน เช่น ปรับปรุงการผลิตโรงงานปรุงสุกและฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไก่ เป็นต้น แต่ในปี 2563-2564 อาจเริ่มลงทุนในโรงชำแหละหมู และโรงงานปรุงสุกหมู เป็นต้น วางเงินลงทุนไว้ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาทต่อปี “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ.... #BLS #หลักทรัพย์บัวหลวง #Roadshow@Bualuang