จากอาณาจักรเครื่องดื่ม พลังงาน ค้าปลีก โทรคมนาคม ไปจนถึงการเงินและโรงพยาบาล มหาเศรษฐีไทยแต่ละรายสร้างความมั่งคั่งจากธุรกิจที่แตกต่างกัน และหลายธุรกิจอยู่เบื้องหลังบริษัทจดทะเบียนที่คุ้นชื่อในตลาดหุ้นไทย
ชวนเปิดพอร์ตธุรกิจของ 20 อันดับเศรษฐีไทย ตามการจัดอันดับ Forbes Thailand ปี 2569 พร้อมสำรวจว่าแต่ละรายทำธุรกิจอะไร และเกี่ยวข้องกับหุ้นจดทะเบียนตัวไหนบ้าง
1. คุณเฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว

ที่มา: Forbes
ผู้นำตระกูล อยู่วิทยา ที่เป็นเจ้าของสัดส่วนหุ้นรวมกัน 51% ใน บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด (Red Bull) เครื่องดื่มให้พลังงานที่มีแบรนด์เป็นเอกลักษณ์ เฉลิมเป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ เฉลียว อยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งบริษัท ในประเทศไทย บริษัทยังเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มให้พลังงานแบบอัดแก๊ส ชาขาว เครื่องดื่มเกลือแร่ และขนมเมล็ดทานตะวัน ซึ่งทั้งหมดบริหารภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP
- มูลค่าสินทรัพย์ 4.7 หมื่นล้านเหรียญ / 1.54 ล้านล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : N/A
2. พี่น้องเจียรวนนท์ แห่ง เครือเจริญโภคภัณฑ์

ที่มา: Forbes
ตระกูลเจียรวนนท์สร้างความมั่งคั่งจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยที่ครอบคลุมตั้งแต่เกษตรและอาหาร ค้าปลีก ไปจนถึงโทรคมนาคมและเทคโนโลยี โดยมี ธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นบุคคลสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก
- มูลค่าสินทรัพย์ 3.66 หมื่นล้านเหรียญ / 1.2 ล้านล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : CPF, CPALL,CPAXT, TRUE
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : CPF 5.94%, CPALL 3.84%, CPAXT 5.04%, TRUE 2.48%
3. คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี

ที่มา: Forbes
ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารคนสำคัญของ GULF หนึ่งในกลุ่มธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ของไทย โดยขยายธุรกิจจากโรงไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน โทรคมนาคม และดิจิทัล รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและสาธารณูปโภค ทำให้ GULF เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในตลาดทุนไทย
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.76 หมื่นล้านเหรียญ / 5.75 แสนล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : GULF, ADVANC, KBANK, GST
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : GULF 5.37%, ADVANC 10.27%, KBANK 6.15%
4. ตระกูลจิราธิวัฒน์

ที่มา: Forbes
ตระกูลจิราธิวัฒน์เป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของเครือเซ็นทรัล กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริการรายใหญ่ของไทย ครอบคลุมห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เกี่ยวข้อง เช่น CRC ในธุรกิจค้าปลีก CPN ในธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ และ CENTEL ในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.17 หมื่นล้านเหรียญ / 3.82 แสนล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : CENTEL, CPN, CRC
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : CENTEL 1.54%, CPN 3.86%, CRC 5.79%
5. คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว

ที่มา: Forbes
ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่คนสำคัญของกลุ่มธุรกิจที่ครอบคลุมเครื่องดื่ม อาหาร ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์ โดยมี ThaiBev เป็นธุรกิจหลักด้านเครื่องดื่มและอาหาร รวมถึง TCC Group ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจหลากหลายประเภท ขณะที่ครอบครัวยังมีบทบาทในธุรกิจค้าปลีกผ่านกลุ่ม Berli Jucker (BJC) เจ้าของบิ๊กซี สะท้อนการกระจายการลงทุนครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.15 หมื่นล้านเหรียญ / 3.76 แสนล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : AWC, BJC
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : AWC 2.60%, BJC 2.73%
6. ครอบครัวไชยวรรณ

ที่มา: Forbes
ครอบครัวไชยวรรณเป็นตระกูลนักธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจประกันชีวิตของไทย โดยมี ไทยประกันชีวิต (TLI) เป็นธุรกิจหลัก ให้บริการประกันชีวิตและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยนายไชย ไชยวรรณ เป็นผู้บริหารคนสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรและขยายธุรกิจ จนไทยประกันชีวิตเติบโตเป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของประเทศ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2565
- มูลค่าสินทรัพย์ 5.1 พันล้านเหรียญ / 1.67 แสนล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : TLI และ CREDIT
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : TLI 5.36%, CREDIT 4.69%
7. ตระกูลปราสาททองโอสถ
ที่มา: Forbes
ตระกูลปราสาททองโอสถมีธุรกิจหลักในภาคการแพทย์และการบิน โดยมี นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ก่อตั้ง BDMS และผู้ขยายธุรกิจ BA หรือบางกอกแอร์เวย์ส รวมถึงธุรกิจสนามบิน
- มูลค่าสินทรัพย์ 3.7 พันล้านเหรียญ / 1.21 แสนล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : BDMS, BA
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : BDMS 5.26%, BA 6.38%
8. เสถียร เสถียรธรรมะ

ที่มา: Forbes
ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนสำคัญของ คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยขยายธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การผลิตบรรจุภัณฑ์ การจัดจำหน่าย ไปจนถึงการทำตลาดในต่างประเทศ ทำให้ CBG เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของไทย
- มูลค่าสินทรัพย์ 2.8 พันล้านเหรียญ / 9.15 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : CBG
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : CBG 2.63%
9. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว

ที่มา: Forbes
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคิง เพาเวอร์ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดอากร (Duty Free) และธุรกิจท่องเที่ยวที่ก่อตั้งโดย วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้เป็นบิดา นอกจากนี้ ครอบครัวยังมีบทบาทในวงการฟุตบอลผ่านสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรฟุตบอลไทย โดยกลุ่มธุรกิจหลักเป็นบริษัทเอกชน ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรง
- มูลค่าสินทรัพย์ 2.4 พันล้านเหรียญ / 7.84 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : WP
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : WP 8.54%
10. ชัชชน รัตนรักษ์

ที่มา: Forbes
ชัชชน รัตนรักษ์ เป็นนักธุรกิจรุ่นที่ 3 ของตระกูลรัตนรักษ์ บุตรชายเพียงคนเดียวของกฤต รัตนรักษ์ โดยดูแล Tonson Group และ Tonson Property ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ครอบครัวยังมีสินทรัพย์สำคัญ ได้แก่ ช่อง 7HD ผ่านบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ
- มูลค่าสินทรัพย์ 2.3 พันล้านเหรียญ / 7.52 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : N/A
11. ตระกูลโอสถานุเคราะห์
ตระกูลโอสถานุเคราะห์เป็นเจ้าของธุรกิจ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยที่มีประวัติยาวนานกว่า 135 ปี โดยมีผลิตภัณฑ์เด่น เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง M-150 เครื่องดื่มเปปทีน เครื่องดื่มซี-วิท และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลอย่างเบบี้มายด์ ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2561 โดยมี รัตน์ โอสถานุเคราะห์ เป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัท
- มูลค่าสินทรัพย์ 2.25 พันล้านเหรียญ / 7.35 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : OSP
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : 4.94%
12. วิชัย ทองแตง
วิชัย ทองแตง อดีตทนายความที่ผันตัวมาเป็นนักลงทุน โดยสร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนในธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะธุรกิจโรงพยาบาลผ่านการถือหุ้นใน BDMS (บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)) นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม อุปกรณ์การแพทย์ และอสังหาริมทรัพย์
- มูลค่าสินทรัพย์ 2.2 พันล้านเหรียญ / 7.19 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : BDMS, FORTH, EFORL, TVDH
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : BDMS 5.26%, FORTH 1.50%
13. พรเทพ พรประภา และครอบครัว
พรเทพ พรประภา เป็นนักธุรกิจผู้สานต่อธุรกิจครอบครัวจาก ดร.ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้งกลุ่มสยามกลการ ซึ่งเริ่มต้นจากธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ ก่อนขยายสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ อะไหล่และชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักรกลหนัก แบตเตอรี่ เครื่องดนตรี และธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ปัจจุบันครอบครัวพรประภายังคงดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือสยามกลการ โดยมีทายาทรุ่นต่อไปเข้ามารับผิดชอบธุรกิจในด้านต่าง ๆ
- มูลค่าสินทรัพย์ 2.1 พันล้านเหรียญ / 6.86 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : N/A
14. ทักษิณ ชินวัตร
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนักธุรกิจโทรคมนาคมและอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ก่อตั้งกลุ่มชินคอร์ป ก่อนขายหุ้นในปี 2549 ปัจจุบันครอบครัวมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่าน SC Asset (SC) ผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ทั้งนี้ ธุรกิจโทรคมนาคมเดิมได้เปลี่ยนมือไปแล้ว
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.8 พันล้านเหรียญ / 5.88 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : SC
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : SC 7.58%
15. Harald Link
ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลลิงค์ และผู้นำกลุ่มบริษัทบี.กริม ซึ่งดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท ทั้งพลังงาน อุตสาหกรรม สุขภาพ คมนาคม และอสังหาริมทรัพย์ โดยมี BGRIM บริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเป็นธุรกิจสำคัญของกลุ่ม
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.7 พันล้านเหรียญ / 5.55 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : BGRIM
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : BGRIM 2.13%
16. Aloke Lohia
นักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายอินเดีย มหาเศรษฐีผู้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (IVL) หนึ่งในผู้ผลิตเรซิน PET (โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต) และเส้นใยสังเคราะห์รายใหญ่ที่สุดของโลก
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.6 พันล้านเหรียญ / 5.23 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : N/A
17. วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ
ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TFG บริษัทธุรกิจเกษตรและอาหารครบวงจร ครอบคลุมการผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงไก่และสุกร การแปรรูปเนื้อสัตว์ และธุรกิจค้าปลีกอาหารสดภายใต้แบรนด์ไทยฟู้ดส์ เฟรชมาร์เก็ต
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.55 พันล้านเหรียญ / 5.06 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : TFG
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : TFG 7.38%
18. ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ และครอบครัว
ผู้ก่อตั้งกลุ่ม TOA ผู้ผลิตและจำหน่ายสีทาอาคารและผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ก่อสร้างรายใหญ่ของไทย โดยขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศและวัสดุก่อสร้างหลากหลายประเภท
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.5 พันล้านเหรียญ / 4.9 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : TOA
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : TOA 5.00%
19. บัณฑูร ล่ำซำ และครอบครัว
อดีตผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาธนาคารสู่ยุคดิจิทัล ปัจจุบันเกษียณจากวงการธนาคารและมุ่งทำงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.45 พันล้านเหรียญ / 4.74 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : MTI
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : MTI 4.05 %
20. ชาติศิริ โสภณพนิช และครอบครัว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย โดยเป็นทายาทตระกูลโสภณพนิช ซึ่งก่อตั้งธนาคารกรุงเทพและมีบทบาทสำคัญในธุรกิจการเงินของไทยมายาวนานหลายทศวรรษ
- มูลค่าสินทรัพย์ 1.43 พันล้านเหรียญ / 4.67 หมื่นล้านบาท
- หุ้นที่ถือหลัก : BBL, BLA, BKIH, DUSIT
- เงินปันผล (Dividend Yield%) : BBL 5.51%, BLA 3.87%, BKIH 4.53%
ที่มา : การจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes (https://forbesthailand.com/forbes-lists/thailand-richest), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน ณ วันที่ 12/10/2569 )

